| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
หลายวันมานี้มีฝนตกบ้าง หรือมากเป็นบางครั้ง แต่ทุกครั้งที่ตก ฝนมักจะมาพร้อมลมแรงและปริมาณน้ำฝนที่มากมาย… หลังจากตื่นเช้ามาดูก็จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างใน มุมบอนสีหลังบ้านของผม แต่คราวนี้มันเห็นชัดเจนไปหน่อย เพราะไม่ใช่การเติบโต แต่นั่นคือความเสียหาย ความเสียหายนั้นเกิดจากน้ำฝนปริมาณหนึ่งตกลงมาด้วยความเร็วระดับหนึ่งซึ่งตกลงบนใบบอนสีซึ่งบางประมาณหนึ่ง ซึ่งใบนั้นฉีกขาดและดูแย่กว่าเดิมมาก เดิมทีต้นนี้เป็นต้นที่ดูดีและดูเติบโตได้เร็วที่สุดในบอนสีที่มีทั้งหมด แต่พอลองเอาออกมาจากตู้อบแล้ว มันกลับดูไม่แข็งแรงเหมือนเคย ก้านที่อ่อนแอ ใบที่แสนบาง บางทีการเติบโตที่รวดเร็วในตู้อบอาจจะไม่ได้สร้างความแข็งแรงให้กับมันเลยก็เป็นได้ เหมือนอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิที่ปลอดเชื้อ หรือไม่ก็เหมือนคนที่ได้รับการดูแลที่ดีมากๆตั้งแต่เกิด พอออกมาเจอโลกภายนอกกลับอ่อนแออย่างไม่น่าเชื่อ บางทีการอยู่ในโลกปกติ ในอุณหภูมิปกติ ตัวแปรที่ปกติ อาจจะไม่เหมาะกับธรรมชาติของต้นบอนสีก็ได้ หรือไม่เราก็อาจจะคาดหวังจากการเติบโตของบอนสีมากเกินความเป็นปกติก็เป็นได้ สวัสดี
เป็นภาพที่ถ่ายไว้นานแล้ว ช่วงนั้นฝนตกบ่อยมากๆ ผมมองนกเหล่านั้น แล้วก็นั่งคิดไป… หลังฝนตกนี่ถ้าได้นอนอยู่บนเตียงนุ่มๆในห้องก็คงจะดีไม่น้อย แต่ที่อยากจะเห็นมากกว่าคือความชุ่มชื้น ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็พบกับความชุ่มชื้น และนก..ที่เกาะสายไฟ ถ้านกเกาะที่กิ่งไม้หลังฝนก็คงจะเปียกเพราะหยดน้ำที่ตกลงมาตามใบ แต่ถ้าเกาะที่สายไฟนี่ก็คงจะมีโดนหยดน้ำเหล่านั้น ผมเคยเห็นนกบินผ่านฝนอยู่บ่อยๆ ก็คิดไปว่ามันคงจะไม่กลัวฝนหรอกนะ บางทีเห็นบินผ่านลมแรงๆเหมือนกันไม่รู้ว่ามันต้องกระพือปีกแรงขนาดไหนเพื่อที่จะผ่านไปได้ และก็ไม่รู้ว่ามันจะ่บินผ่านไปไหน ไปทำไม… เอาเป็นว่าไม่รู้จะนั่งมองอะไรหลังฝนตก ก็นั่งมองนกแล้วคิดไปต่างๆนาๆ นั่นแหละนะ สวัสดี
การที่แมวกลัวฝนหรือกลัวน้ำก็ดูเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าเวลาฝนตกนั้น เราจะสามารถเจอจุ๊บได้รอบๆบ้าน… วันนี้จุ๊บมาพร้อมเสียงเปิดประตูเข้าบ้านของแม่ วันนี้แม่กลับบ้านมาเร็วอาจเพราะพายุฝนก็เป็นได้ จุ๊บเป็นแมวที่เวลาได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านก็จะวิ่งเข้าบ้าน เหมือนรู้ว่ามีเจ้าของมาให้อาหารแล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้าบ้านก็จะไปเดินเล่นอยู่บ้านอื่นๆ… หลังจากมันมาอ้อนแม่ แม่ก็เทอาหารให้มัน เพราะอาหารแมวมักจะหมดไปกับนกพิราบที่มาคอยกินอาหารแมวที่เททิ้งไว้ให้จุ๊บในช่วงสายๆ – บ่าย ถ้าหลังจากพระอาทิตย์ตกแล้วเทอาหารก็จะไม่มีใครมาแย่งจุ๊บกิน มันก็เลยกินอย่างสบายๆ ถ่ายรูปดูจะเป็นการขัดจังหวะและขัดใจในการกินอาหารของแมวอยู่ไม่น้อย เพราะมันก็คงคิดว่ามาเล่นอะไรตอนกินกันเนี่ย กินไปได้สักพักก็เดินไปแอบอิงขอบประตูบ้าน ดูหน้าตรงกันชัดๆ จะเห็นได้ชัดว่าหูแหว่งไปข้างหนึ่ง เพราะไปทะเลาะกับใครหรืออะไรก็ไม่ทราบได้ จำได้แต่ตอนนั้นแผลมันเน่าหนองขึ้นก็เลย หยอดไฮโดรเจนเพอร์ออกไซ์ ที่ใช้กับแผลเน่าได้ แต่ผลคือทำลายเนื้อเยื่อไปบางส่วนด้วย เลยกลายเป็นแมวอิมบาล๊านขึ้นมาทันที แต่ก็ดูมันมีความสุขดี บางครั้งนั่งมองมันก็แอบอิจฉาความไม่ทุกข์ที่มันไม่เหมือนเรา มันไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัวมากเหมือนเรา สำหรับเวลาที่เครียดๆก็อิจฉาแมวอยู่ไม่น้อย วิ่งฝ่าฝนเข้าบ้านมาหลังเลยเปียกนิดหน่อย ดูแล้วฟูๆดี ตอนนี้จุ๊บผอมลงนิดหน่อย เพราะพุงย้วยๆไม่เต่งตึงเหมือนเดิม ตอนนี้เหมือนจะมีหนูอยู่ในบ้านตัวหนึ่ง ผมพยายามให้จุ๊บเข้ามาในบ้านเพื่อหาสารอาหารกินด้วยตัวมันเอง หวังว่ามันคงจับหนูในบ้านได้ในเร็ววัน หรือที่หนูมาอยู่ในบ้านนั้น คงเป็นเพราะแมวมันอยูนอกบ้านนั่นเอง สวัสดี
วันนี้เป็นอีกวันที่แปลกสำหรับหน้าร้อนๆแบบนี้ ทุกๆวันที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นวันที่ร้อนระอุเหมือนเดิม มีแค่วันนี้หรือต่อจากนี้เท่านั้นที่แปลกไปอย่างเห็นได้ชัด ฟ้าที่มืดครึ้่มค่อยๆปกคลุมความปกติอย่างช้าๆ ไม่นานนักเสียงฟ้าร้องก็ตามมาให้ได้ยินกัน เป็นสัญญาณว่าฝนตกครั้งนี้คงไม่ธรรมดาแน่นอน ผมนั่งทำงานอยู่ในห้อง เหมือนเดิม และเหมือนที่เคย ฝนค่อยๆตกลงมา และเปลี่ยนเป็นหนักภายในเวลาไม่นาน เสียงฟ้าฝ่าเริ่มมีให้ได้ยินกัน และถี่ขึ้นทุกที และมีอาการไฟตก… ซึ่งก็เป็นอาการที่ผมคุ้นเคยเพราะมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ผมค่อยๆปิดเครื่องและทยอยถอดปลั๊กออกอย่างใจเย็น เพราะฝนที่ตกกับลมที่แรงนั้นก็ยังไม่แรงพอที่จะทำให้ผมร้อนรนได้ ผมยืนดูสิ่งที่ค่อยๆเปลี่ยนไป จากค่อยๆเบาเป็นแรง และแรงขึ้น แรงขึ้นทุกที เหมือนจะเป็นพายุฤดูร้อน ไฟฟ้าตอนนี้ก็ดับไปเสียหมด ผมมีแค่กล้องเล็กๆอันหนึ่งเท่านั้นที่พอจะใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวลกับผลของมันมากนัก ลมแรงที่แรงมากพอที่จะพัดต้นไม้ให้เปลี่ยนรูปทรงไปอย่างน่าสนใจไปตามทิศทางลม ผมมองดูว่าเมื่อไหร่สิ่งที่ผมคิดจะเกิดขึ้น และไม่นานนักมันก็เกิดขึ้น เริ่มมีกิ่งไม้ลอยผ่านตาผมไปบ้าง สลับกับใบไม้ที่ลอยละล่องปลิวไปตามลมพายุที่รุนแรง คงไม่ธรรมดาแล้วกับแรงลมที่สามารถหักกิ่งไม้ได้ และนั่นไม่ใช่กิ่งเดียวที่ผมเห็น ตามถนนที่พอจะมองเห็นในระยะสายตาสั้นๆที่มองผ่านเม็ดฝนของผมนั้น ก็ยังคงเห็นความเสียหายที่เกิดจากลมพายุได้ทุกระยะสายตา ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างที่เป็นบานกระจก ไอเย็นจากฝนทะลุผ่านเข้ามาทางช่องเล็กระหว่างขอบกระจก น้ำฝนสาดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ถ้าผมลืมปิดหน้าต่าง น้ำก็คงจะนองเต็มห้องอย่างแน่นอน ผมยืนอยู่ริมหน้าต่างที่เป็นบานกระจก และยืนมองอยู่จนฝ้าขึ้นกระจก ภาพนี้ผมลองเอานิ้วโป้งไปแปะ แล้วถ่ายดู ลองคิดดูแล้วกันสำหรับวันฝนตกที่ไฟดับ อะไรจะทำให้คุณบันเทิงกว่านี้ได้อีก หลังจากนิ้วโป้่ง คราวนี้ก็ทั้งมือ บอกตรงๆว่าไม่มีอะไรทำ ทั้งบ้านก็มืดครึ้ม ไฟฟ้าก็ไม่มี ทำได้แค่มองและเก็บสิ่งที่อยากเก็บไว้เท่านั้นเอง ไม่นานนักฝนก็ค่อยๆซาลงไป ผมมานั่งนึกว่าผมจะทำอะไรได้บ้างในเวลาที่ฝนตก คำตอบในหัวนั้นมีไม่มาก หรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ เพราะธรรมชาติของผมนั้นเหมือนจะต้องพึ่งพาไฟฟ้าจริงๆ [...]
นี่เป็นเรื่องของวันก่อนที่มีฟ้าที่สุดจะสดใสไร้เมฆฝนปะปนให้หม่นใจ มองฟ้าใสทีไรใจคิดไกลลอยเหม่อมองออกไปทุกที ถ้าตอนนี้เป็นสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนมัธยม …ผมคงหลับไปแล้ว มองฟ้าใสๆแล้วก็คิดไปว่าฝนคงไม่ตกอีกนะ ซึ่งจริงๆแล้วเพราะที่ฝนตกนั้นเกิดจากพายุ ที่เกิดขึ้นในแถบประเทศเพื่อนบ้านนี่เอง ทำให้เกิดฝนตกกระจายทั่วไทยได้เหมือนกัน และตอนนี้ก็ดูเหมือนจะผ่านช่วงนั้นมาแล้ว วันนี้ผมตื่นมารู้สึกเย็นนิดหน่อย หรือนี่จะเป็นสัญญาณของลมหนาว อากาศเย็นที่ทำให้ไม่อยากลุกจากที่นอนเลย แต่ด้วยหน้าที่และมีธุระหลายๆอย่างที่ต้องทำในวันนี้จึงจำเป็นต้องตื่นกันมาตั้งแต่ 8 โมง แปดโมงสำหรับคนทำงานทั่วไปนั้นคงจะสายมากๆแล้ว แค่สำหรับผม การตื่นก่อน 8 โมงนั้นเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากซักหน่อย ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้สามเวลา คือ 6.30 7.30 และ 8.00 การตั้ง 6.30 คือให้ลุกมาเข้าห้องน้ำ 7.30 คือเตือนว่าใกล้หมดเวลาแล้ว 8.00 คือเวลาที่ความจริงปรากฏ ผมต้องลุกขึ้นมาทำงานแล้ว จริงๆแล้วการตั้งเวลาแบบนี้ก็มีผลดีไม่ใช่น้อย เพราะเวลา 6.30 – 8.00 เป็นช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่นที่ผมมักจะคิดอะไรเจ๋งๆได้ในช่วงเวลานี้ คิดว่าถ้ามีวันไหนไม่ต้องทำอะไร จะลองตื่นเที่ยงดูอีกสักที เพราะไม่ได้ตื่นเที่ยงมาหลายเดือนแล้ว อยากจะสำผัสความรู้สึกที่ว่า ” นอนเต็มอิ่ม ” อีกครั้ง รึเปล่า? หรือว่านอนเกินอิ่ม? สวัสดี