| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้ไม่มีอะไรมากแค่อยากเอารูปฝักเมล็ดกระับองเพชรฝักหนึ่งมาให้ดูกันครับ เผื่อใครอาจจะยังไม่เคยเห็น เพราะผมเองตอนเลี้ยงแรกๆก็ยังไม่ค่อยได้เห็นครับ ฝักเมล็ดของแอสโตรไฟตัมในตอนนี้น่าจะเป็นฝักลูกผสมครับ เพราะดูจากหน้าตาของต้นแม่มันแล้วยังไงก็ลูกผสมอย่างแน่นอน แต่เป็นผสมอะไรนี่ก็ไม่แน่ใจครับ เหมือนจะเป็นแอสทีเรียส กับ ไมริโอสติกมานะ ก็คล้ายๆพอสมควร แต่อย่าไปสนใจมันเลยครับดูรูปกันดีกว่า เป็นบทความที่เน้นแสดงรูปจริงๆครับ เพราะไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไรดี เพราะจากรูปที่เห็นก็สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายๆอยู่แล้วครับ เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การผสมเกษรเองครับ ถ้าใครมีโอกาสผสมเกษรกระบองเพชรเอง รับรองว่าจะต้องเข้าใจอารมณ์ของฉากนี้อย่างแน่นอน การซื้อเมล็ดมาเพาะ กับการได้เมล็ดมาจากการผสมเกษรนั้น มีความแตกต่างกันในเรื่องอารมณ์และความรู้สึกมากพอสมควรเลยทีเดียว สำหรับใครอยากเปรียบเทียบว่าแตกต่างอย่างไรก็สามารถทดลองได้นะครับ สำหรับมือเก่า มือเก๋าอาจจะแยกไม่ค่อยออกนะครับ เพราะว่าท่านชินไปแล้วนั่นเอง จริงๆแล้วก็แอบเสียดายความรู้สึกบางอย่างที่ขาดหายไปหลังจากที่เราชินกับอะไรๆหลายๆอย่างเหมือนกันนะ… สวัสดี
บทความเกี่ยวกับไม้ด่างอีกหนึ่งตอน เป็นความต่างในความด่าง หรืออะไรที่แตกต่างกันเราจะเอามาเปรียบเทียบกันให้เห็นภาพชัดๆกันนะ กระบองเพชรในตอนนี้คือแอสโตรไฟตัม แอสทีเรียสครับ สองต้นนี้ดูจะไม่เหมือนกันสักทีเดียว แต่ก็พอจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ เพราะขนาดใกล้เคียงกัน และเป็นพันธุ์เดียวกัน นั่นคือแอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส ส่วนลักษณะอื่นๆเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน มาดูข้อมูลเบื้องต้นของสองต้นนี้กัน ต้นซ้ายเป็นแอสโตรไฟตัม แอสทีเรียสธรรมดาๆ บ้านๆ เลย แต่ขนาดใหญ่หน่อย ซื้อจากกระท่อมลุงจรณ์ ต้นละ 60 บาท เน้นจุดขายที่ขนาด ส่วนลักษณะ พิเศษนั้น ขอให้มองข้ามไป ต้นขวาเป็นแอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส นูดัม ด่าง กราฟ ขนาดใหญ่ ซื้อจากร้านพอดีตัส ขายออนไลน์ในอินเตอร์เน็ต ซื้อมาต้นละ 350 บาท เป็นแอสทีเรียสด่างขนาดใหญ่ที่สุดในบ้านผม สรุปความต่างของความด่าง สองต้นนี้แท้จริงแล้วก็เป็นพันธุ์เดียวกัน แต่ความด่างของมันทำให้ราคาต่างกันถึงเกือบ 6 เท่า ซึ่งนั่นก็คือราคาที่ต่างกันเพราะความด่าง ถ้าลองบวกลบดูก็อาจจะพบว่า ผมลงทุนซื้อความด่างด้วยเงินที่เพิ่มขึ้น 290 บาทนั่นเอง แน่นอนว่าเราไม่สามารถทำให้ต้นด้านซ้ายด่างขึ้นมาได้ โดยการอัพเกรดจ่ายเงินไป 290 บาท แต่สิ่งที่ทำได้คือยอมซื้อต้นด่างด้วยราคาที่สูงกว่าปกติถึง 6 เท่านั่นเอง [...]
เนื่องจากกิจกรรมผสมเกษรกระบองเพชรของผม ทำให้เกิดผลอันมากมาย นำมาซึ่งเมล็ดกระบองเพชรที่เยอะมากๆ จนถึงตอนนี้ก็น่าจะเกินพันเมล็ดไปแล้ว… และเนื่องจากกิจกรรมในชีวิตที่ค่อนข้างเยอะและมากมาย จึงไม่มีเวลามานั่งเพาะเมล็ดเสียที ดังนั้น ก็เลยต้องเก็บใส่ห่อไว้ก่อนเมื่อถึงเวลาก็คงได้ปลูก ตอนนี้เลยกลายเป็นนักสะสมเมล็ด (ไม่ยอมปลูก) ไปซะอย่างนั้น เมล็ดพวกนี้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมคงได้ทดลองเพาะ ซองในรูปนี้ เป็นรูปถ่ายประมาณเดือนที่แล้ว แต่ตอนนี้มันเพิ่มมาเกือบสามเท่าแล้ว ภาพนี้จึงกลายเป็นอดีตไป แต่ก็อยากจะนำมาเล่าก่อนจะลืมเล่ากัน ดูกันให้ชัดๆ บางทีแอสโตรไฟตัม หนึ่งผลก็ให้เมล็ดเกือบร้อยเมล็ดแล้ว นี่ก็เก็บเมล็ดมาเกือบ 50 ผล (ครั้ง) แ้ล้ว ก็เดาๆกันดูว่ามันจะเยอะขนาดไหน… ไว้เดี๋ยวผมทดลองเพาะเมล็ดแล้วได้ผลอย่างไร คงจะเอามาเล่าสู่กันฟัง ในบล็อกอีกทีนะครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ แต่คิดว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งละนะ เพราะเขาว่าเมล็ดนั้นมีอายุของมันอยู่ถ้าทิ้งไว้นานๆจะำทำให้อัตราการงอกมันลดลง ดังนั้น เวลาจึงเป็นข้อจำกัดให้ผมต้องรีบตัดสินใจเพาะเมล็ดนั่นเอง สวัสดี
เรื่องนี้เกิดเพราะความบังเอิญในวันฟ้าหม่น ดอกกระบองเพชรที่ทำท่าจะบาน กลับหุบด้วยความมืดของเมฆฝนที่กำลังคลืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ และไม่มีทีท่าว่าวันนี้แดดจะออก วันนี้เป็นวันที่ผมอยู่บ้านและไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้ไปครับ เพราะว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้อีกวันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมจะว่างหรือไม่ และอีกอย่างคือ มันจะบานอีกครั้งหรือไม่ เป็นต้นกำเนิดในการทดลองครั้งนี้ แสงคือปัจจัยในการบานของดอกกระบองเพชร? ดอกกระบองเพชรในที่นี้คือแอสโตรไฟตัม แอสทีเรียส ซึ่งเป็นตัวอย่างในการทดสอบครั้งนี้ แน่นอนว่ากระบองเพชรแต่ละพันธุ์นั้นบาน ด้วยเวลาต่างกัน แต่กับพันธุ์นี้ ซึ่งผมสังเกตุมานาน มันจะบานตอนแดดดีๆครับ ผมเอาหลอดประหยัดไฟ ที่ให้แสงประมาณ 100 วัตต์ มาส่องใกล้ๆครับ เป็นแสงแบบโทนส้ม หรือ Warm white นั่นเอง ลองดูภาพจากซ้ายไปขวานะครับ ในภาพนั้นใช้่เวลาประมาณ ชั่วโมงหนึ่งครับ ไม่นานเท่าไหร่ และต่อจากนั้นผมก็เปิดไปเรื่อยๆจนเกษรตัวเมียมันบานเท่านั้นเองครับ ในที่สุดดอกกระบองเพชรก็บาน หลังจากหุบไปเพราะความมืดของเมฆฝน ประกอบกับข้างหลังบ้านซึ่งไม่ค่อยจะมีที่ให้แสงลอดมาสักเท่าไรนัก การทดลองนี้ผมจำไม่ได้ว่ากระบองเพชรในรูปนั้นติดฝักหรือไม่ แต่จากข้อมูลที่บันทึกไว้ ต้นนี้เคยติดฝักครับ แต่ไม่แน่ใจว่าดอกนี้รึเปล่าเพราะบางทีมันก็ออกดอกซ้อนกันมาถึงสองดอก ยังไงก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ สำหรับใครที่มีประัสบการณ์เกี่ยวกับแสงอาทิตย์เทียมก็สามารถแบ่งปันกันได้ครับ สวัสดี
มาถึงตอนที่สองของ ” ซื้อแคคตัสกลางคืนวันอังคาร จตุจักร (ตอนสอง) ” ที่ตัดเป็นสองตอนเพราะตอนนี้ดูเหมือนระบบมันจะรวนๆยังไงก็ไม่รู้ครับ พอเขียนยาวๆมันหายไปเฉยเลย ยังคงเป็นเรื่องราวต่อเนื่องของวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 นะครับ สามารถตามกลับไปอ่านตอนแรกได้ที่ “ ซื้อแคคตัสกลางคืนวันอังคาร จตุจักร (ตอนหนึ่ง) ” กันได้ครับ มาถึงร้านไม้ต่อ ไม้กราฟ กัน มาถึงร้านไม้กราฟ ไม้ต่อที่อยู่ข้างห้องน้ำครับ ผมไม่รู้ว่าจะเีรียกชื่อร้านว่าอะไรเหมือนกันครับ ไม่เคยเห็นป้ายเขาแล้วก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่า เขาชื่อร้านว่าอะไร ใครผ่านมาพอรู้ก็แวะมาบอกทีนะครับ ร้านนี้ปกติจะมียิมโนหัวสีที่เรา คุ้นเคยกันดี วางขายอยู่เต็มไปหมดครับ นานๆทีจะมีของแปลกมาลงครับ จริงๆมันอาจจะมีมาลงทุกอาทิตย์ก็ได้ครับ แต่ผมไปแล้วไม่เจอแค่นั้นเอง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่วันนี้ไม่ได้ซื้อยิมโนมาครับ ซื้อมาแต่โคเปียโป และแอสโตรไฟตัมครับ มาซื้อแอสโตรไฟตัมร้านนี้รู้สึกแปลกๆนิดหน่อยครับ เพราะร้านนี้ปกติจะไม่ค่อยมีแอสโตรไฟตัมที่โดนใจผมสักเท่าไหร่นัก ยกเว้นวันนี้ มาดูโคเปียโป Copiapoa tenuissima forma mostruosa (Syn: Copipoa humlis var. tenuissima “monstrose” ) กันก่อนนะครับ [...]