| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
พอดีมีผู้เยี่ยมชม ถามมานะครับว่า แล้วแหล่งกระถางดินเผาปากเกร็ดเีนี่ยมันอยู่ตรงไหนของปากเกร็ด วันนี้ผมมีแผนที่แนบมาให้ดูกันครับ นี่คือถนนที่ผมวนไปดูและซื้อกระถางดินเผาครับ เป็นถนนที่ อยู่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถแวะไปเที่ยวเกาะเกร็ดได้เหมือนกันครับ พออยู่ใกล้ๆกันมาก ร้านขายกระถางดินเผา หรือเครื่องปั้นดินเผา ถนนเส้นนี้มีให้เลือกหลายร้านเลยครับ ถูกใจร้านไหนก็แวะดูได้เลย ผมเองไม่เคยเข้าทุกร้านหรอกครับ เพราะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ถ้าเจอที่อยากได้ก็แวะซื้อเลยครับ แต่ถ้ามีเวลาก็อาจจะเข้าไปดูแต่ละร้านว่ามีของแตกต่างกันมากน้อยเพียงไรแล้วค่อยเอามาพิมพ์บอกกันอีกทีครับ ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น สรุปแล้วปากเกร็ดก็เป็นแหล่งที่คนกรุงเทพสามารถเลือกซื้อกระถางดินเผาได้โดยเดินทางไม่ไกลนักครับ ถ้าเทียบกับแหล่งกระถางดินเผาอื่นๆ หรือถ้าใครคิดว่าไกลก็สามารถซื้อตามร้านขายต้นไม้หรือกระถางแถวบ้านก็ได้ครับ
หลังจากใช้กระถางดินเผาปลูกบอนสีมาได้พักใหญ่ๆ กับกระบวนการเจาะโอ่งดินเผาเพื่อใช้สะสมน้ำแทนขันหรือจานรองนั้น วันนี้เป็นอย่างไร ผมจะมาเล่าให้ได้อ่านกันครับ กระถางดินเผาเป็นกระถางที่ระบายอากาศได้ดีกว่ากระถางพลาสติก ทั้งรูปทรงยังหลากหลายกว่ากระถางพลาสติกมาก เพราะสามารถปั้นได้ด้วยมือ กระถางดินเผาที่ผมใช้จะเป็นทรงโอ่งครับ เอามาเจาะรูตรงกลางเพื่อให้มันเก็บน้ำแค่ครึ่งเดียว ที่ทำแบบนี้เพราะผมไม่อยากใช้ขันหรือหรือกระถางรองน้ำให้บอนสีครับ เพราะมันไม่สะดวกแล้วยังจะมียุงมาคอยไข่ขยายพันธุ์ด้วย กระถางดินเผาหรือโอ่งดินเผาดูจะเป็นคำตอบง่ายๆสำหรับการปลูกเลี้ยงบอนสีกลางแจ้งแบบขี้เกียจสไตล์ผมเอง เพราะว่าไม่ต้่องรดน้ำหลายวัน และยังไม่ต้องมาคุยกังวลกับยุงหรือการรองน้ำมากมายเท่าไรนัก เพราะว่าเราจะไม่เห็นว่ามีน้ำมากหรือน้อยในโอ่งดินเผา เพราะดินและเศษใบไม้ต่างๆได้ถมกลบจนไม่มีทางจะรู้ได้เลย วิธีเดียวที่จะรู้ได้ว่ามีน้ำอยู่มากน้อยแค่ไหนคือการเติมน้ำแล้วกะเวลาว่าเมื่อไหร่น้ำจะไหลออกจากรูที่เจาะไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่ามันเต็มแล้ว จริงๆการไม่รู้ระดับน้ำอาจจะไม่ดีกับบอนสี แต่มันดีกับตัวผมครับ คือจะได้ไม่ต้องไปสนใจมันมากเท่าไรนัก คิดไปอย่างเดียวว่ามันมีน้ำข้างในอย่างแน่นอน เพราะโอกาสที่น้ำจะระเหยไปนั้นแทบจะไม่มีเลย ถ้ามีก็ต้องผ่านชั้นดินที่ปลูกบอนสีไปก่อนถึงจะระเหยออกไปได้ ดังนั้นการที่น้ำมันแห้งก็เพราะบอนสีมันดูดน้ำไปเลี้ยงหัวและลำต้น จึงมั่นใจได้เลยว่าทุกครั้งที่เติมน้ำไป น้ำทุกลิตรจะไปเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับบอนสีอย่างแน่นอน ส่วนบอนสีตัวอย่างที่ผมลองใช้ระบบนี้ทดสอบดูก็แข็งแรงดีครับ มีใบใหญ่ๆ และแข็งแรงอย่างปกติ แต่ใบก็อาจจะไม่เยอะเพราะผมเลี้ยงแบบกลางแจ้งไม่ได้ใส่ในตู้อบครับ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าใส่ในตู้อบจะเป็นอย่างไร แต่มันก็คงไม่ต่างกับไม้ในตู้อบทั่วไปเท่าไรนัก เพราะการที่ผมเจาะโอ่งดินเผาและปลูกมันแบบนี้ก็เพราะจงใจเลี้ยงมันกลางแจ้งครับ สำหรับการทดลองปลูกโดยใช้โอ่งดินเผาเจาะรูนั้นก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่นอนนะครับ ได้แค่ข้อสมมุติฐานเท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ได้จากภาพที่เห็นครับ ยังไงเสียถ้าได้ลองขุดหัวบอนสีขึ้นมาดูก็จะรู้คำตอบทันทีครับว่ามันดีหรือไม่ดี แต่ดูจากที่เห็นหลายๆต้นก็งามดีนะ สวัสดี
ช่วงนี้ผมค่อนข้างอยากได้กระถางดินเผาเอาซะมากมาย เพราะบอนสีที่ปลูกไว้กับกระถางดินเผา โตดีจนน่าตกใจ… จากที่เคยอ่านมาว่ากระถางดินเผานั้นดีที่สุดสำหรับระบบรากของบอนสีนั้น ตอนนี้ได้ทดลองด้วยตัวเองแล้ว มีผลน่าประทับใจมากๆ เพราะลองกับต้นที่ไม่ค่อยได้สนใจมันเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มันกลับเป็นดาวเด่นทีเดียว จากที่เคยมีใบทีละสองสามใบ ก็เพิ่มเป็นมีใบเฉลี่ยที่ 6 ใบ ซึ่งสำหรับผม ผลที่ได้นี้มันยอดมากจริงๆ ช่วงนี้เลยหาข้อมูลจากแหล่งเครื่องปั้นดินเผาที่ต่างๆ ว่าที่ไหนมีขายบ้าง จากข้อมูลที่ได้มา ดินแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป ปั้นออกมาเผาออกมาก็ปลูกต้นไม้ได้แตกต่างกันไป ทุกอย่างมีรายละเอียดของมันทั้งหมด แต่ของผมเน้นสะดวกครับ เลยว่าจะไปดูที่แหล่งใกล้บ้านกับเขาสักที นั่นคือปากเกร็ด ได้ข่าวว่าที่นั่นมีให้เลือกมากมาย ทั้งของเกรดดีและของตกเกรดมากมาย สำหรับผมแล้ว ไม่ได้มองเครื่องปั้นดินเผาที่ทำหน้าที่เป็นกระถาง เพื่อการใช้ประดับเลย เอาแค่มันไม่ชำรุดก็พอแล้ว ส่วนจะสวยงามพอดีสมส่วนนั้นคงไม่สำคัญเท่ากับราคา… ราคาเป็นตัวแปรหลักๆที่ทำให้ผมตัดสินใจเลยครับ เพราะคิดว่าจะใช้เยอะอยู่ เวลาเลี้ยงต้นไม้ก็อยากให้มันได้โตได้ดีที่สุดเ้ท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ผมก็ต้องไม่ลำบากมากมายด้วยครับ วันนี้ไปซื้อดินก้ามปูแบบถุงๆแถวบ้านมา ถุงละ 20 บาท พอดีว่าีร้านเขาขายกระถางด้วยเลยเดินไปดูหน่อย เลยได้กระถางใบนี้มา ราคา 40 บาท ไม่รู้ว่ากระถางขนาดนี้ถ้าซื้อที่แหล่งจะเท่าไหร่กันแน่ แต่ที่ผมซื้อนั้นแพงกว่าแน่นอนเพราะอยู่แถบเลียบทางด่วน ซึ่งเรื่องราคาก็ไม่ธรรมดาเหมือนไปซื้อจากแหล่งผลิตอยู่แล้ว วันนี้ซื้อกระถางนี้มาเป็นตัวอย่าง เผื่อว่าวันหลังอยากได้อีกก็อยากจจะได้แบบนี้แหละนะ เอาไว้ให้คนอื่นดูด้วยว่าเราอยากได้แบบนี้เขาจะได้แนะนำถูก เป็นการทดลองเกี่ยวกับกระถางดินเผาและบอนสีของผมอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะออกมาดีหรือร้ายหรือออกมาเป็นอย่างไร แต่ถ้าไม่ได้ทดลองผมก็คงไม่ได้ทำอย่างอื่นแน่ เพราะจะมัวแต่คิดเรื่องที่สงสัยนี่แหละนะ สวัสดี
ช่วงนี้อากาศแปรปรวนอีกครั้ง หนาวมาร้อน ร้อนมาหนาวกันอยู่นาน มาวันนี้ชักจะเริ่มอบอ้าวขึ้นอีกแล้ว… เมื่อวานผ่านไปกับอาการหวัดกินเฉพาะกิจ นั่นคือเกิดจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งนอนตื่นสายเนื่องจากการทำงานดึก อากาศร้อนๆอบๆ ปนชื้นนิดแบบนี้ชวนให้เป็นหวัดได้ง่ายมากๆ แต่อากาศแบบนี้ก็ยังมีข้อดีนั่นคือ มอสหลังบ้านเริ่มจะโตขึ้นอีกครั้งหลังจากตายไปหลายเดือน เพราะการโยกย้ายและอากาศที่ดูเหมือนจะหนาว รวมถึงการตัดต้นไม้แถวนั้นออกเพื่อให้บอนสีรับแสงเพิ่มขึ้น จึงเป็นผลที่ทำให้มอสที่เคยขึ้นอยู่แล้วหายไปช่วงหนึ่งนั่นเอง ปกติแล้วนั้นมอสกับอิฐและเครื่องปั้นดินเผาดูจะเป็นของคู่กัน คือถ้าตั้งอิฐไว้นานๆในที่ชื้นๆเดี๋ยวมอสก็ขึ้นเอง การที่มอสขึ้นและเจริญเติบโตนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีระดับความชื้นที่พอดี ซึ่งระดับความชื้นที่มอสขึ้นได้นี้ ผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับบอนสีที่ปลูกอยู่ด้วย รวมทั้งสัปปะรดสีที่ปลูกอยู่ข้างๆด้วยเหมือนกัน การเจริญเติบโตของมอสในบ้านผมนั้นมีมากจนสามารถเลาะเป็นแผ่นไปแปะมุมอื่นหรือกระถางอื่นหรือ เอาไปขายได้สบายๆ มุมที่มีมอสหนาแน่นจะเป็นมุมด้านข้างของบ้าน ซึ่งจะโดนแดดแค่ช่วงสายๆเท่านั้น บวกกับมีน้ำหล่อเลี้ยงจากการรดน้ำต้นไม้ทุกวันทำให้มันโตดีเสียจนหนาเป็นแผ่นๆ ผมเคยเอามอสขึ้นมาแปะไว้บนกระถางต้นไม้ข้างหน้าต่าง นานวันไปมันก็ค่อยๆหายไปเพราะความชื้นไม่เหมาะสม ดังนั้นใครที่ซื้อมอสมาประดับหรือมาเลี้ยงก็ควรจะตั้งมันไว้ในจุดที่ชื้นๆโดนแสงโดนลมไม่มาก มอสก็จะอยู่สวยทนไปอีกนาน สวัสดี
ไปโคราช แวะตามทาง ครั้งนี้ไปเนื่องในโอกาสลูกพี่ลูกน้องแต่งงานครับ ครั้งนี้ผมและญาติเหมารถตู้กันไปอีกเช่นเคย… ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้ากว่า เพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะว่าเขานัดกันประมาณ 8 โมงครับ เราออกเดินทางกันด้วยความสดชื่นและสมาชิกประมาณ 8 คน คือแม่ป้าน้าและน้องๆของผมเอง การเดินทางไปโคราชสำหรับครอบครัวผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา และไม่น่าตื่นเต้นไปแล้ว เพราะโคราชคือถิ่นฐานบ้านเกิดของครอบครัวเรานั่นเอง สำหรับโปรแกรมตอนเช้าเราเริ่มกันด้วยการไปแวะที่ด่านเกวียน เพื่อซื้อเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งครั้งนี้ป้าของผมซื้อเยอะเป็นพิเศษ เพราะจะซื้อไปวางที่ร้านของเขานั่นเอง ส่วนผมนั้นมองหาสิ่งที่ต้องการนั่นคือดินเผาก้อนกลมๆที่จะเอามาใส่ไว้ในกระถางต้นไม้ หรือต้นบอนสีของผมนั่นแหละ เพื่อให้มันได้เก็บกักความชื้นไว้ให้มากๆ เพราะดินเผา หรืออิฐมอญนั้นมีคุณสมบัติที่เก็บความชื้นได้ดีเยี่ยม จะเห็นได้ว่ามอสหรือตะไคร่ มักจะขึ้นที่อิฐมอญเป็นประจำ และสุดท้ายสิ่งที่ผมตามหามันก็ไม่มี หรือไม่ผมก็หามันไม่เจอ แต่ผมไปสะดุดเอาอยู่สิ่งหนึ่งนั้นคือดินที่นุ่มๆใส่ถุงไว้ให้คนซื้อเอาไปปั้นเอง ถุงละ 20 บาท ถ้าเอาไปปั้นก็ได้กระถางหลายใบเชียวล่ะ ผมยืนนึกอยู่นานว่าจะเอาไปทำอะไรดี และแม้จะคิดออกก็ดูจะยุ่งยากไปนิดหน่อยสำหรับการซื้อมาทำเอง ของบางอย่างนั้น ซื้อสำเร็จรูปมาจะใช้ได้ดีและประหยัดเวลาที่เราต้องมาทำเองมากกว่า แม้ว่าตอนนี้ผมจะประหยัดขึ้น แต่ทางเลือกที่จะซื้อดินไปปั้นเองคงจะไม่เหมาะนัก เลยทิ้งความคิดนั้นไว้ตรงนั้นนั่นเอง ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาก็มาบ้านยายนิด บ้านยายนิดผมมาครั้งแรกนั้นก็วันเกิดคุณยายไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำหรับตอนนั้นรายละเอียดมันมากมายไปหมดจึงเก็บข้อมูลไม่ทัน มาคราวนี้โล่งโปร่งๆสบายๆ ทำให้เราได้ดูอะไรกันมากขึ้น รูปข้างบนนี่เป็นผลไม้ ชื่อชมพู่มะเหมี่ยว ถ้าไม่มีใครบอกผมก็คงจะไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่จำความได้ มันไม่มีอยู่ในสมองผมเลยแม้แต่น้อย หรือผมอาจจะเป็นคนขี้ลืมเอามากๆก็ได้ [...]