| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
เป็นวันที่แตกต่างจากวันอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะมันเย็นและมีลมโกรกตลอดวันตั้งแต่เช้า… ตอนที่ผมพิมพ์อยู่นี่ก็ 10:56 ซึ่งจะยังเป็นช่วงเช้าๆอยู่ และไม่รู้ว่าตอนบ่ายๆหรือเย็นๆจะมีฝนตกรึเปล่า… แต่วันนี้ก็เป็นหนึ่งวันในรอบหลายวันที่ไม่ได้ตื่นมาแล้วร้อนจนต้องเปิดแอร์~ สวัสดี…
วันนี้อากาศดีทั้งวันอีกเหมือนเคย มองฟ้ามีเมฆลอยล่องไปตามปกติอย่างที่ควรจะเคยเป็น ไม่นานนักฟ้าก็เปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเหลืองส้มอมแดดพร้อมจะเข้ากลางคืน ผมรู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากทำงานมาหลายชั่งโมง ผมหันไปมองข้างหน้าต่างบานเดิมซึ่งมีเปิดรับแสงอยู่บานเดียวในห้องของผม และทันทีที่ผมเห็นฟ้าสีเหลือง ผมเปิดหน้าต่างออกไปและมองดูมันอย่างรอบๆ อากาศนอกห้องปลอดโปร่งโล่งกว่าในห้องของผมอย่างมาก อากาศที่ดูเหมือนจะไม่สัมผัสมาทั้งวัน ดูจะเป็นสิ่งที่ผมโหยหาพอสมควร ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ในห้องของผมมีอากาศแบบนี้ไหลผ่าน แต่ถ้าอยากให้เป็นอย่างนั้นผมคงต้องเจาะหน้าต่างเพิ่มอีกหลายจุดเพื่อให้กระแสลมผ่านเข้าห้องผม ซึ่งมันดูจะเป็นไปไมไ่ด้เลย ทางเดียวและทางเลือกง่ายๆสำหรับผมคือชะโงกหัวออกไปสูดอากาศเท่าที่ผมต้องการในตอนนั้น สวัสดี
ช่วงนี้อากาศแปรปรวนอีกครั้ง หนาวมาร้อน ร้อนมาหนาวกันอยู่นาน มาวันนี้ชักจะเริ่มอบอ้าวขึ้นอีกแล้ว… เมื่อวานผ่านไปกับอาการหวัดกินเฉพาะกิจ นั่นคือเกิดจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งนอนตื่นสายเนื่องจากการทำงานดึก อากาศร้อนๆอบๆ ปนชื้นนิดแบบนี้ชวนให้เป็นหวัดได้ง่ายมากๆ แต่อากาศแบบนี้ก็ยังมีข้อดีนั่นคือ มอสหลังบ้านเริ่มจะโตขึ้นอีกครั้งหลังจากตายไปหลายเดือน เพราะการโยกย้ายและอากาศที่ดูเหมือนจะหนาว รวมถึงการตัดต้นไม้แถวนั้นออกเพื่อให้บอนสีรับแสงเพิ่มขึ้น จึงเป็นผลที่ทำให้มอสที่เคยขึ้นอยู่แล้วหายไปช่วงหนึ่งนั่นเอง ปกติแล้วนั้นมอสกับอิฐและเครื่องปั้นดินเผาดูจะเป็นของคู่กัน คือถ้าตั้งอิฐไว้นานๆในที่ชื้นๆเดี๋ยวมอสก็ขึ้นเอง การที่มอสขึ้นและเจริญเติบโตนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีระดับความชื้นที่พอดี ซึ่งระดับความชื้นที่มอสขึ้นได้นี้ ผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับบอนสีที่ปลูกอยู่ด้วย รวมทั้งสัปปะรดสีที่ปลูกอยู่ข้างๆด้วยเหมือนกัน การเจริญเติบโตของมอสในบ้านผมนั้นมีมากจนสามารถเลาะเป็นแผ่นไปแปะมุมอื่นหรือกระถางอื่นหรือ เอาไปขายได้สบายๆ มุมที่มีมอสหนาแน่นจะเป็นมุมด้านข้างของบ้าน ซึ่งจะโดนแดดแค่ช่วงสายๆเท่านั้น บวกกับมีน้ำหล่อเลี้ยงจากการรดน้ำต้นไม้ทุกวันทำให้มันโตดีเสียจนหนาเป็นแผ่นๆ ผมเคยเอามอสขึ้นมาแปะไว้บนกระถางต้นไม้ข้างหน้าต่าง นานวันไปมันก็ค่อยๆหายไปเพราะความชื้นไม่เหมาะสม ดังนั้นใครที่ซื้อมอสมาประดับหรือมาเลี้ยงก็ควรจะตั้งมันไว้ในจุดที่ชื้นๆโดนแสงโดนลมไม่มาก มอสก็จะอยู่สวยทนไปอีกนาน สวัสดี
เริ่มเย็นลงแล้ว แต่.. ก็นอนต่อไม่ได้ แม้ว่าจะอยากนอนเพียงแค่ไหน คงเป็นได้แค่ความอยากบนเตียงนุ่มๆเท่านั้นเอง เหมือนอากาศจะเป็นใจ ในช่วงนี้ผมมีงานค่อนข้างเยอะเลยทำให้ต้องตื่นตั้งแต่เช้า ซึ่งเช้ากว่าปกติ 2-3 ชั่วโมง กันเลยทีเดียว ถ้าอากาศร้อนเหมือนอาทิตย์ที่ผ่านมาคงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะนอนไปก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ มาตอนนี้.. อากาศมันเริ่มเย็นลงครับ วันนี้ลมหนาวพัดมาแต่เช้า มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นใบไม้ปลิว ลมเย็นอ่อนๆ พัดมาตลอดเวลา ชวนให้ง่วงดีจริงๆ การที่อากาศเย็นนั้นจะดีมากสำหรับการนั่งทำงานของผม เพราะผมไม่ชอบเปิดแอร์ ดังนั้นเวลาร้อนก็มักจะเหงื่อซึมๆทำให้ต้องอาบน้ำบ่อยๆ แต่อากาศหนาวนั้นทำให้ทำงานได้นานขึ้น อุึปสรรคมีอย่างเดียวคือความขี้เกียจของตัวผมเอง ซึ่งเป็นตัวคอยฉุดรั้งให้เดินไปนอนลงบนเตียงนุ่มๆผ้าห่มฝืนโปรดและมุมหมอนอันสุดแสนจะคุ้นเคย คงได้แต่หวังว่าจะให้อากาศดี มีลมเย็นๆพัดมาให้ชื่นใจอย่างนี้ ไปอย่างน้อยๆก็สักประมาณสัปดาห์หนึ่งก็คงจะดี เพราะมันก็ไม่มากไม่น้อยเกินไปสำหรับการปรับตัวของผมเอง กับสภาพอากาศแบบนี้ สวัสดี
สภาวะอากาศช่วงนี้ เปลี่ยนแปลงบ่อย และเกินคาดเดา ผมขอเรียกมันว่าหน้าหนาวแสนร้อนแอบปนฝน… นานแล้วที่ชาวกรุงเทพฯ ไม่ได้สัมผัสความหนาวหรือความเย็นที่จะมาดับความร้อนอย่างธรรมชาติ ซึ่งกว่าจะหนาวทีก็ต้องรอกันเป็นปีๆไม่ก็ต้องเดินทางกันไกลๆเพื่อไปรับความหนาวเย็นที่ยากจะหาได้ในกรุงเทพฯ คงจะมีก็แต่ในห้างฯ ที่เปิดแอร์ตลอดคอยบริการให้เราต้องเสียตังเดินทางออกไปรับอากาศเย็นๆ อย่างที่รู้กันว่าผมนั้นไม่ชอบแอร์สักเท่าไร ผมมักจะยอมทนร้อนโดยไม่เปิดแอร์เลยก็ได้ ( เวลาอยู่บ้าน ) เพราะความเย็นจากแอร์มันไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย ไม่ว่าจะแอร์ยี่ห้อไหนก็ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นเสมอ ผมรอเพียงแค่ว่าจะได้ทำงานไป เปิดกระจกไปรับลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเล็กๆ เข้ามายังห้องผมบ้าง… อาจเพราะภาวะโลกร้อนทำให้มันแปรปรวนขนาดนี้ แปรปรวนถึงขนาดที่ว่าช่วงนี้ฝนตก และอากาศร้อนอบอ้าวกันเลยทีเดียว ตอนนี้ผมเองก็พยายามจะมีส่วนช่วยลดโลกร้อนด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตบางอย่าง ที่พอจะช่วยให้สิ่งแวดล้่อมรอบๆตัวผมดีขึ้นบ้าง และต่อไปมันก็คงจะช่วยให้โลกร้อนช้าลงได้บ้าง (0.0000000000001 วินาที อะไรแบบนี้ ) แต่อากาศทุกวันนี้ ยิ่งร้อนผู้คนยิ่งเผาผลาญ ยิ่งร้อนผู้คนยิ่งทำลาย ยิ่งบุกรุก เพื่อที่จะหาพื้นที่ให้ตัวเองอยู่สบายมากขึ้นโดยไม่ต้องมาทนลำบากกัน ดังนั้นความหวังว่าโลกมันจะเย็นลงสำหรับผมนั้นคงจะไม่มี เพราะเราไม่มีวันเปลี่ยนคนหมู่มากได้ สิ่งที่จะทำได้ก็คงจะมีแค่ทำให้พื้นที่รอบๆบ้านเป็นสีเขียวเท่านั้นเอง ถ้าทุกอย่างมันค่อยๆกลับเป็นเหมือนเดิม เราก็คงไม่ต้องสับสนหน้าฝนในหน้าหนาว หน้าหนาวในหน้าร้อน หรือ หน้าร้อนในหน้าฝนที่ไม่มีฝนเลย อย่างแน่นอน แต่ว่ามันก็คงจะไม่เป็นอย่างนั้นได้ตามที่เขียนไว้ข้างต้น เราก็เลยต้องมานั่งทำใจสับสนกับฤดูกาลที่วกวนกันต่อไป… สวัสดี