| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
หลายคนที่เคยซื้อบอนสีมาเลี้ยง คงจะสงสัยว่าทำไมเลี้ยงไปเลี้ยงมามันไม่งามเหมือนตอนที่ซื้อมา แถมตอนใกล้เข้าหน้าหนาวกลับทิ้งใบและตายจากหายไปหมด ตอนนี้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับ บอนสีตายแล้วไปไหน? ถ้าดูจากในรูปนี้คงจะหมดหวังกันมากๆทีเดียว ที่บอนสีทั้งหมดที่เลี้ยงไว้กลายเป็นเศษซากต้นไม้ที่ตายแล้ว ดูไม่มีความหวังเอาเสียเลยกับภาพนี้ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะผมไม่ได้รดน้ำ (เติมน้ำที่แช่ไว้น่ะครับ) มันก็เลยค่อยๆเหี่ยว ทิ้งใบ และหายไปในที่สุด สำหรับกรณีนี้และช่วงเวลาเหล่านี้ ผู้ปลูกเลี้ยงบอนสีมือใหม่ หรือคนที่ซื้อมาเชยชมแรกก็คงจะเศร้าใจอยู่ไม่น้อย เพราะคิดว่าเลี้ยงมันไม่รอดและมันได้ตายหายจากไป… แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ !! บอนสีส่วนใหญ่เมื่อน้ำและอากาศไม่เหมาะสม หรือแห้งและหนาวมากเกินไป บอนสีจะทำการพักตัวตามธรรมชาติครับ โดยการลดใบลง เพื่อลดอัตราการคายน้ำ สำหรับบอนสีที่หัวใหญ่ๆอาจจะเหลือสักใบสองใบครับ หลังจากนั้นหัวบอนสีจะทำการสะสมอาหารเพื่อใช้เป็นพลังงานในการงอกครั้งใหม่ในฤดูฝนหน้าหลังจากหน้าหนาวที่ทำให้บอนสีพักตัวนั้นผ่านพ้นไปครับ ถ้าเราให้น้ำและความชื้นมันเหมือนปกติ มันก็จะกลับมางอกอีกครั้งครับ ถ้าหัวมันยังมีอยู่ ในกรณีที่หัวหายไป อาจจะเพราะโดนแมลงหรือรากินไปก็ได้ครับ ดังนั้นเมื่ออากาศมันแห้งและหนาว ถ้าจะให้ดีหลังจากบอนสียุบตัว พักหัวแล้วก็สามารถขุดเอาหัวบอนสีขึ้นมาดูแลเป็นพิเศษก็ได้ครับ วิธีดูแลหัวบอนสี ก็ไม่ยากเย็นอะไรครับ เอามาใส่ตะกร้าพลาสติกไว้ แล้วรดน้ำ สอง – สามวันครั้งหนึ่ง ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจะเห็นว่าหัวบอนสีที่เคยพักตัว ได้แทงตาเล็กๆออกมาครับ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นใหม่ เพราะถ้ามันมีอะไรงอกขึ้นมา นั่นก็หมายถึงมันพร้อมที่จะให้เราเอาไปปลูกใหม่อีกครั้งครับ นี่ก็เป็นตัวอย่างอีกต้นครับ หลังจากที่มันแห้งแก๋ แห้งกรอบกันไปประมาณหนึ่งอาทิตย์แล้ว ลองรดน้ำ ให้น้ำมันดูก็พบว่าไม่กี่วันต่อมัน มันก็จะแทงปลีออกมาใหม่ครับผม บอนสีจะสร้างใบใหม่ทีละ 1 ใบต่อหนึ่งหัว [...]
ผ่านมาเดือนกว่าๆ สำหรับผมและหัวบอนสีที่ซื้อมาแบบสุ่มๆ จากวันนั้นถึงวันนี้จะเป็นยังไงนั้น ผมจะมาเล่าให้อ่านกัน สำหรับหัวบอนสีที่ซื้อมาก็ ซื้อมา 9 หัว อ่านได้ที่ตอน “จตุจักร ตลาดต้นไม้ วันพฤหัส” ตอนที่ซื้อหัวบอนสีมา ก็ไม่รู้หรอกครับว่าไอ้ 9 หัวที่ซื้อมานั้นเป็นพันธุ์อะไรหน้าตาแบบไหนบ้าง คนขายบอกว่าปนๆกันมาสุ่มๆกันมา ผมเองก็เป็นคนชอบลุ้นด้วยนิดหน่อย ก็เลยซื้อมาลงกระถางปลูกกัน ตอนปลูกก็ไม่มีอะไรมากแค่ใส่กระถางวางลงดินรอเวลาเท่านั้นเอง ผ่านไปอาทิตย์สองอาทิตย์มันก็เริ่มงอกใบออกมา ตอนนี้แหละเป็นเวลาที่น่าลุ้นมากๆว่าผมกำลังจะได้รับอะไรจากการคาดหวังในตอนแรกตั้งแต่ครั้งที่ซื้อมา นี่คือหนึ่งในต้นบอนสีที่ได้มาจากการสุ่มซื้อเอาแต่หัว… เป็นบอนสีแบบที่ผมอยากได้ ดูแล้วน่าจะเป็นใบกลม สีเหลืองชมพูทำให้มันดูหวานมากๆทีเดียว สีเหลืองนั้นเหมือนมะม่วงที่สุกหอมหวาน สีชมพูเหมือนสีลูกอมสมัยเด็กๆ ดูแล้วสดใสและสวยงามมากๆ ต้นนี้ต้นเดียวในเก้าต้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าได้กำไำรแล้ว บางทีการที่เราได้อะไรมาแบบสุ่มๆมั่วๆแบบนี้ก็จะทำให้เรามีความประทับใจได้มากเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ใช้ความพยายามเลยแม้แต่น้อย แต่ก็มีความคาดหวังอยู่ในนั้นเต็มเปี่ยม จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ผมอยากได้บอนสี ที่ทรงและสีใกล้เคียงกับต้นนี้มาก และคิดว่ากำลังจะไปหาซื้อในครั้งต่อไปเพราะว่าเคยเห็นแล้วว่ามีร้านขายต้นแบบนี้อยู่ (คล้ายๆกันแต่ไม่เหมือนนะครับ) สุดท้ายนี้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าต้นนี้พันธุ์นี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร และผมก็ตั้งใจจะทำให้มันมีเยอะๆให้เต็มบ้านไปเลยเพราะตอนนี้ ต้นสีเหลืองชมพูที่บ้านมีต้นนี้เป็นต้นแรกเท่านั้นเอง สวัสดี
หลังจากผ่าน ” เมื่อวาน ” ที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีเวลาัสักเท่าไรที่จะมาดูต้นไม้ที่ตัวเองซื้อมา… หลังจากที่ไปซื้อต้นไม้ก็ต้องตรงไปเรียนเลย และยังเป็นวันที่มีติวเพราะใกล้สอบอีกด้วย ต้นไม้ที่ซื้อมาก็เลยทำได้แค่วางลงใกล้ๆรถและรีบขึ้นไปนอนเท่านั้นเอง มาเริ่มกันกับบอนสี และบอนดำที่ซื้อมาก่อน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักๆของเมื่อวานเลย แต่ไปตอนตลาดวายแล้วก็เลยมีให้เลือกไม่มากเท่าไรนัก บอนดำ ต้นนี้ราคากระถางละ 50 บาทครับ ต้นก็ใหญ่ดี ดูไปก็สวยดีถ้าใส่พวกโอ่งดินเผาสีสวยๆน่าจะเข้ากัน ยังไงถึงจะคนละสายพันธุ์กับบอนสีก็ซื้อไว้ก่อนด้วยความชอบส่วนตัวจริงๆ บอนสีต้นใหญ่ ต้นนี้เขาว่าเป็นลูกไม้ ซึ่งบอกด้วยว่าต้นอะไรผสมกับอะไร แต่ผมก็จำชื่อมันไม่ได้แล้ว เพราะชื่อไม่คุ้นและมันเยอะเหลือเกิน วันหลังต้องพกปากกาไปจด ที่ว่าพกปากกาเพราะในกระเป๋ามีสมุดเล็กๆอยู่แล้ว แต่ดันลืมหยิบปากกามาใส่เสียนี่ ต้นนี้ ซื้อมากระถางละ 50 บาทเหมือนกัน เขาว่าจริงๆขายราคาสูงกว่านี้ แต่มันเหลือต้นเดียวเลยลดให้ครับ บอนสีต้นเล็กสองต้น สองต้นนี้ต้นละ 20 เป็นสองต้น 40 บาท ดูอยู่นาน ดูไปดูมาก็ว่าที่บ้านยังไม่มีนี่นา ถึงมีก็คงหายหรือไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เพราะช่วงแรกที่ซื้อมานั้นปลูกแบบทิ้งๆขว้างๆไปก็เจอ เน้นว่าศึกษาเยอะเลยต้องมีหนูทดลองหายไปเยอะนิดหน่อย.. ไม้อวบน้ำ สองต้นนี้ซื้อมาตอนหลังครับ จริงๆควรจะซื้อตั้งแต่วันอังคารเลยเพราะมีให้เลือกเยอะกว่า แต่มีเท่านี้ก็เอาเท่านี้ เท่าที่ดูนี่ก็มีซ้ำๆกันอยู่สี่ต้น คือหน้าตามันคล้ายๆกันเลยหยิบเอามาสองกระถางพอ กระถางขนาดนี้เขาขายกระถางละ 10 บาท 12 กระถาง [...]
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาผ่าหัวบอนสีเลย แม้ว่าจะเจอหลายๆต้นที่มีหัวขนาดใหญ่ๆพอที่จะผ่าได้เยอะๆ แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นด้วยความที่ยุ่งๆจากการเีิรียนและลำดับงานในแต่ละวัน วันนี้มีโอกาสผ่าหัวบอนสี เพราะว่าความบังเอิญ บังเอิญว่าวันหนึ่งบอนสีที่ตั้งไว้บนกำแพงดันตกลงมาเหมือนมีอะไรเดินไปชน เพราะต้นไม้เล็กน้อยแถวนั้นก็ตกลงมาด้วยเหมือนกัน พอมันตกลงมากระถางก็แตก ใบก็ยับเยินจากการกระแทกและช้ำมากมาย ไอ้การที่จะเอาไปปลูกลงกระถางดังเดิมก็คงใช้เวลานานกว่าจะสวยเหมือนเดิม ก็เลยคิดว่า ไหนๆก็ไม่สวยแล้วเอาเวลาช่วงนี้มาผ่าหัวบอนสีเสียเลย เพราะถ้าผมผ่าหัวแบบไม่ล้มต้นแล้ว ต้นหลักที่เหลือก็ต้องใ้ช้เวลาสักพักกว่าจะฟื้น บางต้นฟื้นมาก็หงิกๆงอๆแปลกๆเหมือนต้นไม้พิการ แต่คาดว่าหลังจากใบที่ 4 5 6 ไปแล้วนั้นก็คงกลับมาสวยงามเหมือนเดิมได้แน่นอน บอนสีสองหัวนี้ใหญ่มากสำหรับผม ไม่รู้ว่าเพราะการที่ผมเอามันไปตั้งให้มันโดนแดดเยอะๆน้ำน้อยๆนี่ ทำให้มันเป็นอย่างนี้รึเปล่า แต่จากการทดลองดู ก็ประมาณ 4/4 ในกระถางที่ได้ลองนำลงมาเปลี่ยนกระถางพบว่าบอนสีที่ตั้งอยู่ให้โดดแดดเยอะๆและให้น้ำไม่มากนักทำให้มันหัวใหญ่??? จริงๆแล้วตั้งกลางแดดและน้ำเยอะๆก็อาจจะทำให้มันหัวใหญ่ได้เหมือนกันนะ ตอนนี้ต้นที่เคยอยู่บนกำแพงนั้นผมเอาลงมาเปลี่ยนกระถางเสียหมดแล้ว ก็เลยเอารุ่นใหม่ขึ้นไป ตอนเอาึขึ้นไปก็ไม่ได้วัดเสียด้วยว่าต้นที่เอาขึ้นไปนั้นมีหัวขนาดไหน แต่เท่าที่ผมคิดและเคยเจอมา แน่นอนว่าหัวไม่ใหญ่เท่าต้นที่ถูกทรมาณอยู่บนกำแพงแน่ๆ จริงๆแล้วผมเคยปรึกษาคนขายบอนสีร้านหนึ่งมา เกี่ยวกับการทำให้บอนสีหัวใหญ่นั้น เขาบอกว่าให้โดนแดดเยอะๆและให้น้ำน้อย เหมือนหนึ่งบังคับให้บอนสีทิ้งใบ สะสมอาหารเพื่อเข้าหน้าแล้งยังไงอย่างนั้น เขาเรียกว่าเฆี่ยนบอน.. ซึ่งวิธีนี้ออกจะดูโหดร้ายไปหน่อย แต่ยังไงแล้วต้นไม้ก็ไม่ตายหรอกครับ มันก็จะปรับตัวของมันให้เข้ากับสภาพนั้นๆได้เอง ซึ่งคิดว่าทุกๆสภาวะอากาศของไทยก็คงไม่ยากเกินไปที่บอนสีจะเข้าใจและปรับตัว ผมมีต้นที่แช่น้ำไว้ แต่มันกลับไม่ค่อยงามเลย เพราะว่ามันไม่ค่อยโดนแดด ซึ่งผมเองไม่สามารถทำลายข้อจำกัดของแสงแดดในเรื่องนี้ไปได้ เพราะว่ามีหลังคาบังอยู่นั่นเอง ถ้าเทียบกับในสวนซึ่งโดนแสงทั้งวันแล้ว บอนสีที่บ้านผมคงจะต้องโตช้ากว่าแน่นอนซึ่งจะค่อยๆหาทางปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปในเวลาต่อไป… สวัสดี
หลังจากที่หลายๆเืดือน หลายๆสัปดาห์ก่อนได้ลองผ่าหัวไปก็หลายครั้งหลายครา วันนี้ก็ได้นำผลกันมาให้เห็นแล้ว นี่คือโฉมหน้าบอนสีเด็ก ต้นเล็กๆที่งอกออกมาได้ก็หลายเดือนอยู่ ที่มันไม่โตขึ้นก็อาจจะเพราะว่ายังอยู่ในวัสดุชำเดิมๆ นั่นคือขุยมะพร้าว และดูทีท่าว่าจะแย่งสารอาหารกันจนหมดก็เลยไม่โตกันเพิ่มขึ้นสักที มีอยู่ 8 กะละมังเล็ก เป็นกะละมังไม่มีรู หรือมันอาจจะเป็นกระถางเล็กๆก็ได้ ไปเจออยู่ข้างๆบ้านคาดว่าจะอยู่ตั้งแต่สร้างบ้านใหม่ๆแล้วเพราะสภาพนี่ดูขลังมากๆ เลยเอามาเพาะชำหัวบอนสีเลย ด้วยเหตุว่าไม่มีรู ก็น่าจะเก็บความชื้่นได้ดีกว่านะ จากการทดลองหลายๆแบบ สิ่งที่เหมือนกันคือวิธีการผ่าหัวกับการห่อเข้าไปในถุง แต่ตำแหน่งวางนั้นไม่เหมือนกัน ดูท่าว่าอันที่วางใต้ต้นไม้จะมีอัตราการงอกที่ดีกว่า อันที่วางอยู่กลางแดด คงเพราะมันอบไปนั่นแหละนะ ถ้าครั้งหน้าผ่าอีกก็จะเอาไปวางใว้ใต้ต้นไม้ให้ได้ร่มกับความชื้น แถมด้วยแสงรำไร ผลที่ได้น่าจะออกมาดีทีเดียว ตอนนี้ไม่ได้ผ่าหัวบอนสีเพิ่มเพราะเนื้อที่วางชักจะไม่พอ ต้องสร้างตู้อบซะก่อนที่จะผ่าเพิ่ม เพราะตอนนี้ผ่ามาก็ไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหนเหมือนกันเยอะมากๆ คงต้องใส่กระถางดินเผาใหญ่ๆรวมกันเลี้ยงเป็นชุมชนบอนสีกันเลย ผสมๆกันไป ตอนนี้ก็เริ่มว่างคิดว่าเดี๋ยวอีกไม่นาน ไอเดียตู้บอนที่คิดมาเกือบครึ่งปีคงได้ออกมาสร้างเป็นของจริงเร็วๆนี้ สวัสดี