QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line
  • Dinh Blog
  • since 2009

 

 

อากาศร้อนอับชื้น จนมอสขึ้นหลังบ้าน ( อีกครั้ง )

ช่วงนี้อากาศแปรปรวนอีกครั้ง หนาวมาร้อน ร้อนมาหนาวกันอยู่นาน มาวันนี้ชักจะเริ่มอบอ้าวขึ้นอีกแล้ว… เมื่อวานผ่านไปกับอาการหวัดกินเฉพาะกิจ นั่นคือเกิดจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวมทั้งนอนตื่นสายเนื่องจากการทำงานดึก อากาศร้อนๆอบๆ ปนชื้นนิดแบบนี้ชวนให้เป็นหวัดได้ง่ายมากๆ แต่อากาศแบบนี้ก็ยังมีข้อดีนั่นคือ มอสหลังบ้านเริ่มจะโตขึ้นอีกครั้งหลังจากตายไปหลายเดือน เพราะการโยกย้ายและอากาศที่ดูเหมือนจะหนาว รวมถึงการตัดต้นไม้แถวนั้นออกเพื่อให้บอนสีรับแสงเพิ่มขึ้น จึงเป็นผลที่ทำให้มอสที่เคยขึ้นอยู่แล้วหายไปช่วงหนึ่งนั่นเอง ปกติแล้วนั้นมอสกับอิฐและเครื่องปั้นดินเผาดูจะเป็นของคู่กัน คือถ้าตั้งอิฐไว้นานๆในที่ชื้นๆเดี๋ยวมอสก็ขึ้นเอง การที่มอสขึ้นและเจริญเติบโตนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีระดับความชื้นที่พอดี ซึ่งระดับความชื้นที่มอสขึ้นได้นี้ ผมคิดว่ามันน่าจะเหมาะกับบอนสีที่ปลูกอยู่ด้วย รวมทั้งสัปปะรดสีที่ปลูกอยู่ข้างๆด้วยเหมือนกัน การเจริญเติบโตของมอสในบ้านผมนั้นมีมากจนสามารถเลาะเป็นแผ่นไปแปะมุมอื่นหรือกระถางอื่นหรือ เอาไปขายได้สบายๆ มุมที่มีมอสหนาแน่นจะเป็นมุมด้านข้างของบ้าน ซึ่งจะโดนแดดแค่ช่วงสายๆเท่านั้น บวกกับมีน้ำหล่อเลี้ยงจากการรดน้ำต้นไม้ทุกวันทำให้มันโตดีเสียจนหนาเป็นแผ่นๆ ผมเคยเอามอสขึ้นมาแปะไว้บนกระถางต้นไม้ข้างหน้าต่าง นานวันไปมันก็ค่อยๆหายไปเพราะความชื้นไม่เหมาะสม ดังนั้นใครที่ซื้อมอสมาประดับหรือมาเลี้ยงก็ควรจะตั้งมันไว้ในจุดที่ชื้นๆโดนแสงโดนลมไม่มาก มอสก็จะอยู่สวยทนไปอีกนาน สวัสดี

Continue Reading...

หนึ่งวันกับการเดินทาง ชมทิวทัศในวันพิเศษ ของกรุงเทพฯ

เมื่อวานก่อน ซึ่งเป็นวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมมีแผนจะเที่ยวชมงานวันพ่อที่จัดที่ถนนราชดำเนิน ถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม… สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องเล่าตอนที่ผมคิดว่าน่าจะยาวมากๆอีกตอนหนึ่งเลยทีเดียวเพราะผมเองได้พบเจอกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมากมายสำหรับวันนี้ เราจะมาเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าของวันกันเลยครับ เช้าวันศุกร์ที่ 11 ผมตื่นมาในเวลาที่เร็วกว่าปกติ เพราะคิดว่าจะติดรถของแม่ออกไปที่ถนนลาดพร้าว เพื่อไปขึ้นรถเมล์ต่อ การเดินทางไปแถวๆสนามหลวง – ราชดำเนินนั้น สำหรับผมแล้ว การขับรถออกไปดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย เพราะต้องมาห่วงพะวงหลงทางและห่วงรถเวลาหาที่จอดกันอีก ดังนั้นการนั่งรถเมล์ไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมรอรถเมล์ไม่นาน สาย 44 ขาวฟ้า ก็ขับผ่านมา แม้ไม่ใช่รถแอร์ แต่ผมก็ขึ้นไปเพราะไม่อยากจะมายืนรอโอกาสต่อไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และผมเองไม่อยากเสียเวลาของวันนี้ไป แต่การนั่งรถเมล์ครั้งนี้มีผลทำให้เกิดอาการ..เป็นหวัด ครับเป็นหวัด เพราะฝุ่นมากมายบนถนนรวมทั้งไอแดดด้วย อ่านดูแล้วเหมือนผมจะเป็นคนอ่อนแอซะเหลือเกิน แต่นั่นก็เป็นความจริง ผมเป็นคนแพ้อากาศง่ายมาก ถ้าอากาศเปลี่ยนแดดร้อนฝนตก ก็มักจะน้ำมูกไหล อาการนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมในวันนั้นๆเป็นอย่างมาก แต่สำหรับวันนี้ ผมจะไม่ไปคิดถึงมันให้มากนัก เพราะเป็นแล้วก็คงไม่หายจนจบวัน เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวผมมักจะพกผ้าเช็ดหน้าสองผืนตลอดเผื่อเกิดอาการเช่นนี้ ผมไปถึงถนนราชดำเนินประมาณ 11 โมง โดยวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปดูงานที่หอศิลป์ ตรงนั้นก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามีงานอะไรเหมือนกัน ก็เข้าไปถามเขาปรากฏว่าวันนี้มีสองงานจัดแสดงอยู่ซึ่งงานแรกเป็นภาพของศิลปินซึ่งวาดรูปในหลวงด้วยสีชอล์ก ซึ่งดูแล้วมีสเน่ห์มากๆ จังหวะการปาดสีชอล์กนั้นผมคงต้องเรียนรู้อีกนานกว่าจะทำได้ อีกงานหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาวาดรูปร่วมกันที่หอศิลป์เลย ซึ่งวันที่ผมไปนั้นผลงานทุกชิ้นสำเร็จเสร็จสิ้นหมดแล้ว และกำลังจัดแสดงอยู่ มีหลายชิ้นที่ผมชอบ ในความคิดสร้างสรรค์ [...]

Continue Reading...