| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้เป็นวันที่ลมหนาวพัดมา และหนาวอย่างรู้สึกได้อย่างชัดเจน ความเย็นแบบนี้นี่แหละที่จะมาในช่วงเวลาสิ้นปีเท่านั้น… ผมตื่นมากับความแห้งของลมหนาว ความเย็นและแห้งทำให้รู้สึกคอแห้งได้อย่างชัดเจน เนื่องจากผมเปิดหน้าต่างรับลมหนาวไว้ บวกกับพัดลมที่พัดเอาลมหนาวเข้าหน้า แม้ว่าจะมีผ้าห่มที่ดูหนา แต่ดูเหมือนลมหนาวและอากาศเย็นๆจะแทรกเข้ามาได้ทุกซอกของผ้าห่มทีเดียว หลังจากที่ตื่นมาแล้วก็ออกไปยืนรับลมหนาวที่ระเบียงเสียหน่อย การปรับตัวต้อนรับหน้าหนาวกำลังจะมาถึง อาจจะเป็นหวัดบ่อยขึ้น แต่แน่นอนว่าความหนาวในบ้านจะทำให้เรานอนหลับได้ยาวนานขึ้น ผมเป็นคนไม่ค่อยได้เปิดแอร์สักเท่าไรนัก เพราะการรับอากาศธรรมชาติจะทำให้หายใจได้คล่องตัวกว่า ซึ่งทำให้ผมสามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศ ผ่านผิวหนังและร่างกายของตัวเองได้ตลอดเวลา… ผมเปิดหน้าต่างในห้อง และเปิดประตูทุกบาน ให้เกิดการไหลของอากาศที่มากขึ้น ผมมักจะทำแบบนี้ในช่วงที่ต้องทำงานติดต่อกันหลายๆชั่วโมง เพราะยิ่งอากาศไหลเวียนได้ดีเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราสดชื่นได้มากขึ้นเท่านั้น การทำงานให้ห้องแอร์สำหรับผมมันเหมือนสร้างสภาวะที่ปิดกั้นพอสมควร ผมมักจะมีไอเดียดีๆเสมอเมื่ออยู่ในที่เปิดโล่งหรืออากาศถ่ายเทสะดวก แม้ว่าประตูและหน้าต่างที่เปิดจะทำให้ลมหนาวพัดเข้ามากระทบร่างกายเป็นพักๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องรู้สึกหนาวมากนัก เพราะมันคือลมหนาวแรกๆของหน้าหนาว มันหนาวไม่มากนัก หนาวให้พอเข้าใจ หนาวให้พอทำใจกับความหนาวต่อจากนี้ที่จะเกิดขึ้น… สวัสดีความหนาว… สวัสดี
ช่วงสิ้นปีแบบนี้อากาศมักจะแปรปรวนพอสมควร คนที่แพ้อากาศหนาวๆ ร้อนๆอย่างผมก็ลำบากอยู่บ้าง เพราะการเป็นหวัดเนี่ยมันทำให้เงยหน้าทำงานลำบาก ถ้าคิดถึงอากาศหนาวท้ายปีนี่ ผมกำลังคิดย้อนไปถึงปีที่แล้ว ซึ่งหนาวมาก ถึงมากที่สุด ผมจำบรรยากาศ ขณะที่ตัวเองยืนอยู่บนสะพานลอยที่ ม เกษตร ประตูงามวงศ์วานหนึ่งได้ มันเป็นสะพานลอยโล่งๆ มองเห็นได้รอบ แทบจะไม่มีคนเดินอยู่เลย และสัมผัสความหนาวเย็น จากลมที่พัดมาได้รอบเหมือนกัน แน่นอนว่าถ้าผมอยู่สูงกว่านั้นก็คงหนาวกว่านั้น แต่ ณ ขณะนั้นเท่านั้น ที่เป็นภาพความหนาวของปีที่แล้วที่ผมจำได้ ปีนี้เขาว่าเริ่มหนาวกันแล้วในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งคล้ายๆจะเป็นภัยหนาวเสียด้วยซ้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่าหนาวเกินร่างกายจะทนไหวนั่นแหละนะ ซึ่งความหนาวระดับที่เรียกว่าภัยหนาวนี่ก็สามารถพรากชีวิตเราไปกันได้ง่ายๆเลย ผมเองไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลสักเท่าไรนักในช่วงหน้าหนาว หรือปีใหม่ อย่างมากก็เขาใหญ่ ในขณะที่ผู้คนต่างแห่กันไปสัมผัสความหนาวกันที่ทางเหนือ เช่นเชียงใหม่ เชียงราย อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปหรอกนะ แต่ไม่ค่อยชอบไปแบบคนเยอะๆ ชอบแบบโล่งๆเย็นๆ แบบอยู่คนเดียว หรือกลุ่มเดียว ในเขาอะไรประมาณนี้ ซึ่งเขาใหญ่ตอนนี้ก็ดูจะเป็นที่นิยมกันมากทีเดียว ที่พักที่เป็นส่วนตัวขนาดที่ผมจินตนาการไว้ก็อาจจะหายากกันหน่อย ซึ่งข้อจำกัดก็น่าจะขึ้นอยู่กับทรัพยากรของผู้ท่องเที่ยวละนะ หวังว่าปีนี้ผมคงจะได้ไปเที่ยวรับลมหนาวสักที่ แล้วจะเก็บเอามาเล่าให้อ่านกันครับ สวัสดี
อากาศเมื่อวานก็เย็นดีนะครับ แต่พอเริ่มตกเย็น มืดค่ำแล้วก็เริ่มหนาว อุณหภูมิตอนกลางคืน เมื่อวานประมาณ 22-23 แถวๆบ้านผม แต่นั่นมันคือเรื่องของเมื่อวาน หน้าหนาวที่ได้ผ่านพ้นไปสร้างความหนาวและความหวังน้อยๆให้คนกรุงเทพฯ อยู่พักหนึ่ง ซึ่งนั่นก็เป็นช่วงเวลาที่ใครหลายๆคนอยากให้มันหนาวมากๆและอยากให้มันหนาวนานๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะหน้าหนาวที่ผ่านมากรุงเทพฯหนาวได้ครั้งละไม่เกิน 5 วัน… วันนี้หนาวมาก… มาวันนี้ผมตื่นมาด้วยความหนาวเย็นและรีบไปปิดหน้าต่างประตูให้หมดเพื่อป้องกันลมหนาวที่จะพัดเข้ามาในห้อง ลมหนาวบวกกับความชื้นของฝนนั้น ทำให้อุณหภูมิลดลงอย่างน่าใจหาย ตอนนี้ในห้องของผม หน้าต่างทุกบานถูกปิด ประตูทุกบานก็ถูกปิดไว้ แต่อุณหภูมิในห้องของผมยังอยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส ซึ่งเย็นกว่าที่ผมเคยเปิดแอร์เสียอีก (ปกติผมจะเปิดแอร์ที่ 26 องศา เพราะไม่ชอบหนาวเกินไป) จนตอนนี้ต้องหยิบ เสื้อหนาวตัวที่หนาที่สุดที่มีมาใส่ เป็นเสื้อที่ขายกันในเมืองนอก ขนมาขายทางร้าน Outlet ในเมืองไทย ผมซื้อมาตัวละ 950 บาท เป็นผ้าลูกฝูกซึ่งข้างในน่าจะเป็นขนใยสังเคราะห์แบบคนแกะ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากมากที่จะเอามาใส่เล่นในเมืองไทย แต่ผมก็เคยใช้เสื้อตัวนี้บ่อยมาก เพราะเวลาทำงานในบางออฟฟิศแล้วมันหนาวจนต้องหยิบมาใส่กันเลยทีเดียว ได้ข่าวว่าร่องความกดอากาศต่ำพัดมาจากจีน ทำให้หนาวขนาดนี้ และได้ยินข่าวว่าญี่ปุ่นซึ่งประสบมหาภัยซ้ำซ้อนในขณะนี้ หนาวถึงจุดเยือกแข็งในบางพื้นที่ แม้ว่าคนญี่ปุ่นจะดูเคยชินกับความหนาว แต่นั่นคงไม่ได้หมายความว่าจะชินในสภาพนี้ ซึ่งน่าเป็นห่วงมากๆ แต่ก็ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดี สวัสดี
เมื่อดอกบอนสีแห้่งเหี่ยวและกำลังจะลาล่วงไป ผมสังเกตุเห็นความหวังใหม่ ความหวังที่จะมาต่อเติมช่วงเวลาที่ขาดหายไป นั่นคือดอกบอนสีใหม่กำลังจะโตขึ้นมา ดอกเก่ากำลังจะไป และดอกใหม่ก็กำลังจะมาถึง ดูจากสภาพดอกเก่าที่เห็นอยู่นี้เกษรตัวผู้เริ่มงอและกำลังจะล้มแล้ว ผมมักจะตัดมันทิ้งไปในกรณีที่ผมได้ผสมดอกเสร็จไปแล้วเพราะถึงเราจะไม่ตัดมันทิ้ง อีกไม่กี่วันมันก็จะแห้งคาอยู่อย่างนั้น ผมเลยตัดสินใจ ติดมันทิ้งตั้งแต่วันที่ผสมเกษรเสร็จเลยทีเดียว!! เมื่อสังเกตุไปที่โคนต้นบอนสี ก็พบว่ามีก้านสีขาวๆ เมื่อลองเดินไปสังเกตุดูจึงพบได้ว่ามีดอกบอนสีเล็กๆ หนึ่งดอกกำลังจะงอกขึ้นมาอีกครั้ง ขอเล่าประวัติของบอนสีต้นนี้นิดหน่อย ก็คือว่ามันเป็นบอนสีที่ผมประคบประหงมไว้ตั้งแต่นานมาแล้วเนื่องจากใบมันยาวใหญ่มากๆ แต่มันก็มีแค่ต้นเดียว หลังจากหน้าหนาวมันเริ่มพักตัวและทิ้งใบจนหมดเหลือแค่กระถางเปล่าๆ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาใบของมันเริ่มงอกขึ้นมาใหม่ และไม่ได้งอกแค่จุดเดียว หัวบอนสีเมื่อพักหัวไปแล้วงอกขึ้นใหม่จะมีการงอก จากตำแหน่งของตาหรือเขี้ยวเพิ่มจากตำแหน่งด้านยอดด้วย ซึ่งทำให้เกิดบอนสีหลายต้นในหัวเดียวได้ ซึ่งมีข้อดีหลายอย่างคือมีลักษณะเป็นพุ่มและ มีโอกาสออกดอกได้หลายดอก เมื่อเป็นภาพแบบนี้ผมไม่คิดว่าดอกที่สองนี้จะเป็นดอกสุดท้ายเพราะจากที่เคยเห็นมีหนึ่งครั้ง มีต้นหนึ่งพักตัวและมีต้นเพิ่มาหนึ่งต้น ต้นที่งอกเพิ่มขึ้นมายังสามารถให้ดอกได้อีก ดังนั้นบอนสีต้นนี้ดูแล้วมีต้นใหม่อยู่ไม่ต่ำกว่า 3 ต้นก็น่าจะสร้างดอกบอนสีให้ผมผสมเกษรได้แน่นอน ข้อเสียคือเมื่อไม่มีต้นอื่นมาผสมเกษร ก็มีโอกาสที่จะได้บอนสีรูปแบบเดิมๆสูง แต่ก็ไม่เป็นไร มีดีกว่าไม่มีครับ จากที่ดูแล้ว มันก็เหมือนดอกแรกของมันนะครับ คือดูพิกลพิการเล็กน้อย คือไม่มีปลีหุ้่มดอก เดี๋ยวต่อไปจะเป็นอย่างไรก็น่าจะเหมือนดอกรุ่นพี่ นั่นคือเป็น “ ดอกบอนสีที่ไม่สมประกอบ ” และก็คงจะกลายเป็น ” ดอกบอนสีที่มีเกษรสีเขียว ” แต่สุดท้ายมันก็จะเป็นดอกบอนสีธรรมดาที่สามารถให้กลิ่นหอม ( รึเปล่า? พอดีว่ากลับบ้านมาไม่ทันดมกลิ่น ) และสามารถติดดอก [...]
ก่อนหน้านี้เกือบหนึ่งถึงสองเดือน ก็เป็นช่วงหน้าหนาวที่ถูกกำหนดไว้ตามความรู้สึกคนไทยครับ แต่ความหนาวนั้นไม่ได้มาตามนัดหรือตามกำหนดการเอาเสียเลย เป็นแบบนี้ทุกๆปีครับ แต่เช้าวันนี้หนาวครับ หนาวตั้งแต่เช้าแล้ว จนตอนนี้เที่ยงกว่าๆ ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานและไม่ต้องเปิดพัดลมหรือแอร์เลยครับ เพราะมันเริ่มเย็นๆแล้ว หวังว่าคงจะหนาวถึงกลางเดือนมกราคมนะครับ เพราะคิดว่าช่วงนั้นคงจะว่างพอให้มีเวลาไปเที่ยวได้ ถ้าไปเที่ยวตอนหนาวๆนี่มันก็คงจะเย็นสบายดีครับ อากาศเย็นไปจนถึงหนาวจะดีกับผมมากๆ ก็เพราะว่าไม่ต้องเปิดพัดลมซึ่งสร้างกระแสลมรบกวนอยู่นิดหน่อย ถ้าเปลี่ยนเป็นอากาศหนาว ทุกอย่างก็จะนิ่ง เงียบ หนาว ซึ่งให้สมาธิในการทำงานที่ดีมากครับ ส่วนการควบคุมความหนาวในห้องก็ทำได้ไม่ยากนัก ก็เพียงแค่ปิดกระจก หรือไม่ก็เปิดไว้ครึ่งหนึ่ง หรือไม่ก็เปิดทุกประตู ก็จะได้อากาศที่พอดีๆครับ สวัสดี