| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
เป็นอีกหนึ่งวันที่ใช้เวลาทุ่มเทกับการอ่านผลงานวิจัยเก่าๆ เพื่อทำงานวิจัยของตนเอง และเมื่อถึงเวลาที่ควรจะพัก ก็จำเป็นต้่องพัก เพราะร่างกายจำเป็นต้องได้รับการดูแล… อาหารกลางวันในมื้อนี้ยังเป็นมื้อที่เรียบง่าย ผมมีปลาจาระเม็ดที่แม่ทำไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน ซึ่งเป็นปลาราดด้วยเครื่องเทศประมาณนั้นครับ ผมเอาปลาไปอุ่นเหมือนที่เคยทำตามปกติและรอว่าเมื่อไหร่ปลาจะสุก ระหว่างที่รอก็พักสายตาจากการเพ่งที่ยาวนานโดยการมองไปที่สวนหลังบ้าน… หลังบ้านของผมเป็นสวนดาหลาของแม่ จะเรียกว่าสวนอาจจะใหญ่ไป เอาเป็นว่ามันคือดงดาหลาแล้วกัน ดงดาหลาให้ดอกตลอดปีเท่าที่มันจะให้ดอกได้ ผมเห็นดอกมันเสมอๆ ความงามของดอกดาหลามีให้ดูจนชินตา ความยาวของก้านและใบมันสูงกว่า สี่เมตร สูงขึ้นไปจนถึงชั้นสองเลยทีเดียว นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่มันออกดอกตลอดก็ได้ แน่นอนว่าการพักผ่อนสายตามักจะมองกวาดไปรอบๆ ผมก็มองไปยังสีเขียวๆเช่นเคย มองไปยังกิ่ง ก้าน ใบ ของดาหลา “มีใบร่วงลงมาติดก้านอีกแล้ว ” ผมคิดเหมือนที่เคยๆเห็น แต่คราวนี้กลับไม่ใช่อย่างที่เคยเห็น เพื่อนใหม่…? มีเพื่อนใหม่ในสวนที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาครับ ผมมองมันผ่านกระจกที่หน้าต่าง และมันก็มองผม งูเขียวตัวอ้วนประมาณเส้นรอบวงนิ้วโป้่ง และยาวพอที่จะพันกิ่งเรื่อยลงมาจนถึงดอกดาหลาได้ มันเป็นงูสีเขียวปกติ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันคืองูเขียวรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมจะไม่เปิดกระจกต้อนรับมันเด็ดขาด ทันทีที่เห็นมัน ผมลืมปลาจาระเม็ดที่อุ่นไว้วิ่งไปหยิบกล้องบนห้อง ลงมาถ่ายนายแบบที่ไม่ได้รับเชิญตัวนี้ มันยังคงไม่ไปไหน มองผมอยู่ตลอด และกว่าที่ผมจะได้มุมกล้องที่มันไม่ได้มองมานั้นก็นานมาก ถ่ายรูปไปเยอะเหมือนกันเพราะคิดว่าคงไม่ได้เจอมันบ่อยๆ แต่ผมก็ไม่แปลกใจเพราะดงดาหลาหลังบ้านนั้น ทั้งรก ทั้งชื้น เหมาะแก่การหาอาหารสำหรับงูมากๆ เมื่อผมทานข้าวเสร็จ และไปทำกิจกรรมส่วนตัวสักพักก็กลับมาดูมัน และคิดว่าจะถ่ายรูปเก็บไว้อีกชุด แต่มันก็หายไปแล้วครับ… [...]
สีเขียว ถ้ามีใครให้นึกถึง สิ่งที่เกี่ยวกับสีเขียวคุณจะนึกถึงอะไร…? ภาพนี้มีที่มาที่ไปง่ายๆครับ ผมก็เดินชมนกชมไม้รอบบ้านไปตามปกติ ของวันว่างๆสำหรับคนว่างๆ เหลือบมองไปเห็นมุมหนึ่งข้างๆเสา ซึ่งพอมองไปนี่มันก็นึกถึงคำหนึ่ง “สีเขียว” ถ้าผมนึกถึงสีเขียว ก็คงจะเป็นต้นไม้แหละนะครับ แต่จะเป็นต้นไม้แบบไหนที่จะตอบความเขียวได้ตรงใจนั้นคงจะหายาก เพราะในความเขียวนั้น ช่างยากเหลือเกินที่จะเอาความเขียวมาเปรียบเทียบกันบนพื้นฐานความชอบใจ เพราะในแต่ละวันนั้นความประทับใจในสีเขียวช่างต่างกันเหลือเกิน บางวันคงชอบเขียวจางๆที่ดูแล้วรู้สึกช้าและสงบ หรือบางวันคงอยากเห็นสีเขียวเข้มๆสดๆมากกว่า เพราะดูเหมือนจะเติมความชุ่มฉ่ำใจได้มาก แต่บางวันก็คงไม่ได้นึกถึงสีเขียวเลยก็เป็นได้ บางครั้งการที่เราทำงานหน้าจอนานๆก็จะสร้างปัญหาได้มากมายจนไม่คาดคิดเหมือนกัน การเดินออกมามองนู่นบ้างนี่บ้างดูเหมือนจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ้าง และถ้าได้มองออกไปเป็นป่าเขียวๆไกลๆสุดตา ก็คงจะดีไม่น้อย แต่สำหรับชีวิตในตอนนี้ก็คงจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยากสำหรับชีวิตประจำวันของผม แต่บางครั้งที่เราได้ลองเดินลองมองไปที่สีเขียวๆบ้าง มันก็ทำให้รู้สึกชุ่มฉ่ำได้บ้าง มันบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันก็รู้สึกดีกว่ามองไปที่ถนนคอนกรีตอย่างแน่นอน สวัสดี
วันนี้เย็นๆตื่นขึ้นมาหลังจากนอนพักสายตาอยู่นาน ตื่นมาเหมือนจะอยากทำอะไรสักอย่าง สักอย่างหนึ่ง… ในวันที่รู้สึกว่างานหนึ่งๆนั้นกำลังจะัจบไป เป็นเรื่องยากมากสำหรับผมที่จะตั้งสมาธิทำงานใหม่ในวันนั้น เพราะหลังจากที่ทำงานอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน ร่างกายและจิตใจต้องการ การผ่อนคลายสักระยะก่อนจะไปลุยงานใหม่อีกครั้ง วิธีง่ายๆสำหรับผมก็คือนอนให้เต็มที่และไปปลูกต้นไม้ หรือไม่ก็เดินชมสวน การนอนให้่เต็มที่สำหรับผมนั้นบางที มันก็ดูจะเกินพอดีไปสักหน่อย แต่ก็อาจจะพอเหมาะกับร่างกายในช่วงนั้นก็เป็นได้เพราะช่วงที่ทำงานการนอนของผมแทบไม่เป็นเวลาเลยครับ ไม่ใช่เพราะงานอย่างเดียว คงเพราะหลับไม่เป็นเวลาด้วย เพราะช่วงที่มีงานสมองจะทำงานมากกว่าปกติเป็นพิเศษ อธิบายง่ายๆคือผมจะคิดอะไรตลอดเวลา ทั้งเรื่องงานและไม่ใช่เรื่องงานข้อดีมีมากมาย แต่ข้อเสียคือนอนไม่หลับตามที่ตั้งใจไว้ ทำให้นอนไม่ค่อยพอในเวลาที่ควรจะนอนให้พอเหมาะนั่นเอง วันนี้หลังจากนอนพักช่วงกลางวันแล้วก็ตื่นมาเย็นๆ ผมมองนาฬิกามันก็บอกว่าเป็นเวลา 17.30 ซึ่งก็คือ 5 โมงครึ่ง ถ้าเป็น 5 โมงเย็นของหน้าหนาวมันก็มืดไปแล้ว แต่นี้ฟ้าสว่างดีครับ ผมเลยเดินลงมาพร้อมความรู้สึกอยากทำอะไรสักอย่าง และสักอย่างนั้นคงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ที่จะทำให้ผ่อนกาย สบายตาได้อย่างดีแน่นอน ผมเริ่มจากการจัดการพื้นที่บอนสีหลังบ้าน ขยายขยับให้มันได้พื้นที่มากขึ้น เอาที่วางกระถางบางส่วนออกไป เปิดให้มีพื้นที่โล่งให้สมองได้คิดว่าจะเอาอะไรไปใส่แทนดี หลังจากที่ย้ายนั่นย้ายนี่ออกจนเป็นที่ว่าง แน่นอนว่าวันนี้ผมปล่อยไว้ว่างๆตามอย่างใจที่คิดยังไม่ออก และเดินเล่นไปรอบๆบ้าน ขณะที่เดินอยู่สังเกตุเห็นบางอย่าง แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ผมเจอบ่อยๆจากการเดินรอบๆบ้านฝั่งที่เป็นมุมต้นไม้ของแม่ ครั้งนี้ผมเจอบอนสีอีกแล้วครับ เป็นฮกหลง พันธุ์ฮกหลงอีกแล้ว ผมเจอฮกหลงมาเกือบ 7 ต้นแล้วจากกระถางต้นไม้อื่นๆรอบๆบ้านซึ่งมันก็ไม่ใช่ต้นบอนสีแต่อย่างใด เป็นต้นอะไรก็ไม่รู้ครับแม่ปลูกไว้สวยดี แต่มีบอนสีขึ้นสูงทีเดียว และมีใบเดียวโดดๆด้วย คาดว่าอาจจะได้แสงกับน้ำหรือดินที่ไม่เพียงพอ จนกลายเป็นบอนสีใบเดี่ยว ก้านใบนี่สูงประมาณ 30 [...]
กับเหตุการณ์ช่วงนี้ที่เกี่ยวกับตัวผมคงจะไม่มีอะไรมาก แต่ที่จะมาเล่ากันวันนี้ เป็นอารมณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น ณ เวลาหนึ่ง ในวัน วันหนึ่ง เท่านั้นเอง ตัวผมนั้นปกติจะตื่นเช้าขึ้นมาก็เปิดคอมพิวเตอร์ เปิดกาน้ำร้อน ชงชา แล้วดูอะไรๆที่เปลี่ยนแปลงในอินเตอร์เนท แล้วก็ค่อยทำงานกัน หลังจากทำงานนั้นผมจะค่อนข้างมีสมาธิพอสมควร แต่การมีสมาธินั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาของมันเอง เพราะบางทีผมจดจ่ออยู่กับมันมากเกินเวลาที่สมควรทำให้มีการเมื่อยล้าปวดกล้ามเนื้อจนต้องลงมานอนบิดขี้เกียจกันทีเดียว ดังนั้นการจดจ่อมากเกินไปคงไม่เรียกว่าสมาธิสักทีเดียว คงจะเรียกว่าความหมกมุ่นมากว่า ถ้าใช้คำว่ามีสมาธินั่นหมายถึงผมคงต้องไปกินข้าวอาบน้ำ เดินเล่น แล้วกลับมาทำงานได้อย่างปกติเหมือนเดิม แต่ปกติแล้วมันจะไม่เป็นเช่นนั้น เวลาที่ผมเดินไปที่อื่นผมก็จะคิดเรื่องอื่นๆ ในหัวมีอะไรตลอดเวลา ผมจำไม่ได้ว่าเวลาไหนผมไม่ได้คิด พอว่างสักหน่อยก็จะเอาอะไรออกมาคิด หรือไม่มีเรื่องคิดก็เปิดอินเตอร์เนทหาเรื่องใส่สมองมาคิดจนได้ เรื่องที่คิดมีทั้งมีสาระและไม่มีสาระบ้างปะปนกันไป แต่สำหรับผมมันมีประโยชน์มาก ความคิดหนึ่งๆเมื่อคิดไว้แล้ว ผ่านวันนานไปเราอาจจับมาต่อยอดกับความคิดปัจจุบันได้เรื่อย อาจเพราะเหตุนี้ผมเลยไม่ค่อยมีปัญหากับการคิดงานสักเท่าไร วันนี้ตอนเย็นแม่กลับบ้านเร็วหน่อย ประมาณห้าโมงเย็นได้ ผมเปิดหน้าต่างไปทักทายแม่ และมองออกไปนอกหน้าต่าง อากาศเย็นกว่าให้ห้องมาก ปลอดโปร่ง โล่งสบาย ผมอยู่ในห้องที่อากาศไม่ค่อยหมุนเวียนตลอด แม้ตอนนี้จะเอาพัดลมดูดอากาศข้างนอกเข้ามาบ้าง แต่มันก็ไม่เท่ากับเปิดหน้าต่างออกไปสูดอากาศแม้แต่น้อย การเปิดหน้าต่างออกไปนั้นผมเพียงแค่ลุกและเอื้อมตัวไป มันใช้พลังงานและเวลาน้อยกว่าเดินไปห้องน้ำมากมาย แต่ผมกลับไม่ค่อยได้ทำมันเลย ผมเข้าห้องน้ำประมาณวันละ 20-30 ครั้งเพราะปริมาณน้ำชาที่กินเข้าไป และอาบน้ำบ่อย แต่ผมเปิดหน้าต่างวันละไม่ถึงหนึ่งครั้ง… …หลังจากนี้คงต้องเปิดหน้าต่างเอาหัวออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง …เพื่อ …พักหายใจ สวัสดี
ทุกๆวันที่ต้องทำงาน เอาแต่จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ สำหรับคนมีปัญหาด้านสายตาอย่างผมคงยากที่จะนั่งทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงได้ จึงต้องมีวิธีพักสายตากันหน่อย อาจจะเป็นวิธีง่ายๆที่หลายๆคนมองข้าม หรือทำกันจนชินเลยก็ได้ เหม่อ บางทีการมองไปนอกหน้าต่างก็ทำให้ตาผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ถ้าแดดแรงก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ เดินเล่น ช่วยได้พอสมควรกับการผ่อนคลายสายตาด้วยการเดินเล่นๆรอบบ้าน ไม่เดินไปมองสวนในบ้านก็ไปมองต้นไม้ที่ตัวเองปลูกก็ได้ จริงๆมันก็ทำให้ผ่อนคลายสมองไปด้วย เข้าห้องน้ำ(ปล่อยของ) ผมชอบกินน้ำเยอะๆ ยิ่งกินยิ่งเข้าห้องน้ำบ่อยสนุกสนานกันเลยทีเดียว แต่มันก็สามารถสร้างจังหวะที่ผ่อนคลายได้ นอกจากพักสายตาแล้วยังช่วยเรื่องกล้ามเนื้ออีก นั่งนานๆจะเกร็งเอา ไปกินข้าว จังหวะสุดยอดแห่งการพักสายตาไปพร้อมกับการเพิ่มพลัง ใช่วันหนึ่งๆผมจะกินประมาณสามมื้อเหมือนคนปกติ แต่เวลาจะไม่ค่อยตรงกัน แล้วแต่ว่าจะหิวเมื่อไหร่ บางทีทำงานเพลินไม่หิวทั้งวันเลยก็มี จริงๆทำงานหน้าคอมมันก็ไม่ได้เสียพลังงานซักเท่าไหร่ อาบน้ำ สุดยอดแห่งความสดชื่น สามารถทำให้หายง่วงไปพร้อมๆกับผ่อนคลายสายตาอันเมื่อยล้าด้วยน้ำอื่นๆที่ค่อยๆไหลลงมาจากฝักบัว ทุกครั้งที่ผมเมื่อยหรือคิดงานไม่ออกก็มักจะอาบน้ำเล่นๆเป็นประจำ เพราะปล่อยน้ำผ่านหัวให้มันเย็นหน่อย น่าจะช่วยให้หัวโล่งขึ้น นอน คงจะไม่มีอะไรช่วยในการพักสายตาเท่ากับการนอน วันๆหนึ่งผมมักจะนอนกลางวันเสมอๆ บางทีก็ชั่วโมงเดียว บางทีก็ติดลมนอนยาวมันสามถึงสี่ชั่วโมงไปเลย เพราะทำงานทั้งวันทั้งเมื่อยตัวเมื่อยตาปวดหัวง่วงนอน วิธีที่ดีที่สุดคือนอนซักงีบ สองงีบ หรือสามงีบ ตามสะดวกกันไป เขียนมาถึงตรงนี้จริงๆตั้งใจจะบอกว่า วันนี้ผมกินกาแฟไปสองแก้ว กลับไม่มีอาการตาแข็งหรือไม่ง่วงแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแม้ผมจะกินไปกี่แก้วแล้วก็ตาม คงเป็นเพราะกินน้ำเยอะมันเลยออกไปเยอะละมั้ง …กาแฟไม่ช่วยอะไร.. สวัสดี