| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
สิ่งที่ผมดูก่อนทันทีหลังกลับจากหนีน้ำท่วม นั่นก็คือต้นไม้ครับ สำหรับต้นไม้ที่ผมคาดหวังไว้คราวนี้คือกระบองเพชรครับ สำหรับบอนสีนั้นงอกงามอย่างไม่ต้องห่วง เพราะก่อนออกนั้นได้ทำการผสมดินปลูกให้มันใหม่ ปัจจุบันก็แทงใบงอกงามดีอย่างที่คิดไว้ไม่มีปัญหาอะไรให้ห่วงเพราะบอนสีนั้นโตง่ายตายยากอยู่แล้ว กลับมาที่ต้นไม้ที่เหมือนจะทนอย่างกระบองเพชร มีเรื่องให้ผมประหลาดใจอยู่หลายเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงของกระบองเพชร เมื่อเทียบกับบอนสีแล้วคิดว่ามากกว่ากันอยู่มาก ซึ่งเมื่อเกิดสิ่งที่ผิดความคาดหมาย นั่นอาจจะเกิดความรู้สึกตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม ซึ่งตามไปอ่านได้ที่บล็อกกระบองเพชรได้เลยครับ ในตอน “ ความเปลี่ยนแปลง หลังกลับมาจากหนีน้ำ ” สวัสดี
ได้กล่าวถึงบอนสีกันไปแล้วในตอนที่ผ่านมา และในตอนนี้ก็จะเล่าให้อ่านกันถึงความสุนทรีเกี่ยวกับกระบองเพชรของผม ซึ่งหลายคนน่าจะเดากันได้แล้วหากว่าติดตามบล็อกกระบองเพชรของผม ทำไมผมถึงเปลี่ยนมาสนใจกระบองเพชร? อาจจะเป็นคำถามที่หลายๆคนคงจะไม่อยากถามเพราะเข้าใจว่า ผมอาจจะเบื่อ อาจจะเลิกสนใจ อาจจะยุ่งหรืออะไรก็ตาม แต่คำตอบของผมนั้นได้อยู่ในบทความตอน ห่างหายบอนสี สุนทรีกระบองเพชร ภาคบอนสีแล้วครับ และคำตอบของผมก็ไม่รู้ว่าจะตรงกับที่ใครหลายๆคนเดาหรือเปล่า แต่ผมเองไม่ได้มองว่าอะไรดีร้ายหรือชอบอะไรมากกว่ากันอย่างไรครับ เพราะผมมองว่าไม้ประดับก็คือไม้ประดับนั่นแหละ ปัญหาก็คือปัจจัยภายนอก ภายในใจของผมนั้นชอบทุกอย่างที่เลี้ยงง่ายเท่านั้นเอง… บอนสีและกระบองเพชรมีจุดร่วมกันหนึ่งจุดครับนั่นคือมันจะทนแล้งได้ดี แต่บอนสีกลับทนชื้นได้มากกว่ากระบองเพชร ซึ่งกลายเป็นข้อด้อยของกระบองเพชรในเมืองไทยทันทีครับ เพราะในเมืองไทยนอกจากจะร้อนแล้ว บ้านเรายังจะชื้นอีกด้วย ซึ่งทำให้กระบองเพชรเสียหายหรือเสียชีวิตไปบ่อยๆครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้ปลูกเลี้ยงกระบองเพชรได้เจอกันครับ สำหรับในมุมมองของผมแล้ว ผมไม่ได้มองกระบองเพชรเหนือไปกว่าบอนสีเลยครับ (เรื่องความอึด) แต่กระบองเพชรนั้นมีการเติบโตที่ช้า แต่กลับมีการขยายพันธุ์ที่ทำได้เร็วซึ่งนี่เป็นอีกจุดที่ผมชอบครับ อาจจะไม่สามารถควบคุมได้ดีเท่าบอนสี (บอนสีมีการทำให้พักหัวเพื่อออกดอกได้) แต่กระบองเพชรก็สามารถให้ดอกได้ตลอดเวลาในหนึ่งฤดูกาลออกดอกของมัน ขอแค่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับมันเท่านั้น ในขณะที่บอนสีกลับให้ดอกได้ไม่มากซึ่งถ้าอยากได้ดอกมากอาจจะต้องมีหัวบอนที่ใหญ่หน่อย แต่สิ่งที่ดึงดูดผมเข้าสู่กระบองเพชรนั้นไม่ใช่การผสมเกสรแต่อย่างใด มันกลับเป็นการต่อต้นตอ หรือการกราฟ (Graft) นั่นแหละครับ การกราฟเพิ่มมิติให้ความน่าสนใจที่เคยมีนั้นมีความลึกขึ้นไปอีก นี่คือสิ่งที่บอนสีไม่มี การต่อต้น หรือการต่อกิ่งแบบนี้ มักจะมีให้เห็นในไม้ทั่วไป แต่ไม่ใช่ไม้ที่มีลักษณะหัว ซึ่งมันเป็นความรู้ความเข้าใจที่ผมเองยังไม่ได้เชี่ยวชาญนักในปัจจุบัน และผมยังมองว่ามันน่าค้นหาเสมอ ผมค้นหาข้อมูลมากมายจากฝั่งตะวันตก ภาษาอังกฤษยังเป็นภาษาที่สองที่ผมพอจะเข้าใจได้ไม่ยากนัก การค้นหาข้อมูลจากสองภาษาอาจจะเป็นข้อจำกัดของผมก็ได้ เพราะจริงๆแล้ว ญี่ปุ่นดูจะเป็นผู้นำในการพัฒนาสายพันธุ์กระบองเพชร ในโลกเสียมากกว่า แต่มันติดที่ผมไม่เคยเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นเลยสักนิด ทำให้พลาดโอกาสดีๆไป [...]
วันนี้เป็นอีกวันที่ผมให้เวลากับกระบองเพชรและรดน้ำบอนสีไปพร้อมกันในหนึ่งวัน ผมเคยลองคิดหลายครั้งแล้วว่าทำไมผมถึงไม่เพาะบอนสีต่อ แต่กลับมาเพาะและเรียนรู้กระบองเพชรแทน ผมมองบอนสีว่า เป็นสิ่งที่ผมพิชิตได้แล้ว และเรียนรู้จนครบวงจรของมันแล้ว (รู้กว้างแต่ไม่รู้ลึก) ผมขาดเพียงแค่การพัฒนาพันธุ์ให้ได้ตามที่ผมต้องการเท่านั้นเอง แต่การพัฒนาพันธุ์นั้นกลับเป็นไปไม่ได้ในพื้นที่ที่ผมมี ซึ่งนั่นเป็นข้อจำกัดที่แสนจะอึดอัดของผม เพราะบอนสีหนึ่งต้นนั้นใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก และต้องการแสงมากพอๆกับพื้นที่ นั่นหมายความว่าถ้าผมยังฝืนขยายพันธุ์ต่อไป ผมอาจจะไม่มีที่เลี้ยง และนั่นก็เป็นจริงดั่งที่ผมคิด ทันทีที่ลูกไม้ที่ผมหัดผสมเกสรได้งอกและโตขึ้นมา มันทำให้พื้นที่ ที่ผมมีนั้นเล็กไปถนัดตา ซึ่งทำอย่างไรที่ในบ้านก็คงไม่สามารถขยายได้ แม้ว่าจะพยายามขนาดไหน การเติบโตของลูกไม้ก็ยังล้นออกมาอยู่ดี ขณะที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ผมคิดไปว่าถ้าผมเอาไม้มาแจกในบล็อกนี้บ้าง จะดีไหม จะมีคนสนใจไหม เพราะว่าลูกไม้บางต้นก็เล็กเกินไปกว่าที่ผมจะบอกได้ว่าผมเองชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดี หรือเป็นลักษณะที่ผมต้องการหรือไม่ (เอาง่ายๆว่าชอบทุกต้นเลยเสียดาย ) หลายครั้งที่มีญาติมาบ้านหรือมีเพื่อนมาผมก็มักจะให้บอนสีที่ผมได้จากการผ่าหัวบอนสีติดกลับไปบ้าง เพราะนอกจากจะให้คนรู้จัก ได้รู้จักกับบอนสีแล้วมันยังเป็นหนทางที่ผมจะได้พื้่นที่เดิมด้วย มันจะง่ายมากสำหรับเรื่องนี้ถ้าผมมีสวนหรือไร่ หรือพื้นที่เป็นไร่ๆ และไม่ต้องมาคอยกังวลกับการขยายตัวในแนวราบแบบนี้… ผมเองรอวันที่จะมีที่ ที่เหมาะสมพอที่บอนสีจำนวนมากจะเติบโตได้ มีแสงและสภาพแวดล้อมเหมาะสมพอที่ผมจะสามารถพัฒนาพันธุ์ต่อไปได้ และคิดว่าวันนั้นคงไม่ไกล สำหรับผู้ที่ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับบอนสี ก็คงได้ติดตามกันมากขึ้นในช่วงปีสองปีนี้ใน Dinp Caladium Blog อย่างแน่นอน สวัสดี
หลังจากที่ผมได้ทดลองทำบล็อกกระบองเพชรก็พบว่า ตนเองนั้นคิดและมีเรื่องให้พิมพ์เยอะขึ้นอาจจะเพราะว่ามันไม่มีข้อจำกัดที่เคยมีในใจของผมเอง และลองปรับนู่นนี่นั่นมาก็สักพัก และมั่นใจว่าการแยกบล็อกแยกเรื่องนั้นดีจริง ก็เลยสร้าง บล็อกบอนสี เพิ่มขึ้นมา!! แม้ว่าตอนนี้บอนสีจะอยู่ในระยะคลี่คลาย ด้วยสาเหตุนานานับประการเช่น ที่ปลูกไม่พอ แสงไม่พอ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักทำให้ตอนนี้เนื้อหาเกี่ยวกับบอนสีไม่ได้มีการอัพเดทมากนัก แต่เมื่อทำเว็บไซต์บอนสีหรือบล็อกบอนสีโดยเฉพาะ ผมอาจจะนำความรู้หรือคำแนะนำ รวมทั้งแนะนำชุมชนบอนสีอื่นๆเพิ่มขึ้นมาแทน เพื่อทดแทนเนื้อหาที่ไม่ค่อยได้มีการอัพเดทก็ได้ Dinp Caladium Blog แม้ว่าจะเป็นบล็อกบอนสี หรือเว็บไซต์บอนสีแห่งใหม่ แต่บทความเก่าๆนั้นจะยังอยู่ใน Dinh Blog แห่งนี้เหมือนเดิมครับ สำหรับบทความใหม่ๆที่เห็น ในบล็อกบอนสีนั้นเป็นเพียงการสร้างลิงก์กลับมาที่บล็อกแห่งนี้เท่านั้นครับ และชื่อของบล็อกในเว็บไซต์ dinp.org ทั้งหมด ผมพยายามจะปรับให้่มันเป็น dinp ทั้งหมด เพราะโดเมนหรือชื่อเว็บไซต์หลักนั้นคือ dinp.org คนจะได้จำไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน ตัวเว็บไซต์หลัก dinp.org นั้นก็ยังเป็นการนำเสนอผลงานอย่างเดียวอยู่ซึ่งยังไม่ได้ปรับให้เป็นแบบตามที่คิดไว้สักเท่าไรนัก ซึ่งถ้ามีเวลาว่างยาวๆสัก 3-4 วันติดต่อกันก็น่าจะทำได้ สวัสดี
วันนี้ว่างๆนิดหน่อยก็เลยมาดูสถิติกันหน่อยครับ ซึ่งก็แอบตกใจไม่น้อยว่ามีคนเข้ามาเยี่ยมชมบล็อกของผมมากพอสมควรเลยครับ จากที่เริ่มเขียนมาตั้งแต่มีคนดูวันละ 4-5 คน วันนี้มีคนเข้ามาเยี่ยมชมวันละ 4-5 ร้อยคนแล้วครับ เป็นเรื่องดีที่เรามีเครื่องมือช่วยเก็บข้อมูลครับ ให้ผมมานั่งนับเองก็คงไม่ไหวและไม่มีทางรู้ได้อย่างแน่นอน ข้อมูลต่อจากนี้เป็นข้อมูลจากเครื่องมือเก็บสถิติที่ผมใช้อยู่นะครับ ซึ่งปัจจุบัน Dinh Blog มีการถูกเปิดดูมากกว่า 150,000 ครั้งแล้ว จากหลายๆหน้าของบล็อกครับ 10 อันดับเรื่องราวที่มีคนค้นหาเข้ามามากที่สุดในรอบครึ่งปี เป็นสถิติที่ผมเก็บตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้นะครับ รวมเวลาก็ประมาณ 8 เดือนได้ เรื่องราวต่างๆที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหากันเข้ามามากที่สุดจนไปถึงมากที่สุดแต่น้อยที่สุดใน 10 อันดับ เรามาเริ่มเรียงจากมากไปน้่อยกันครับ 1.ตลาดรถไฟ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตลาดรถไฟที่ผมได้ไปเดินเล่นมาครับ พร้อมกับถ่ายรูปมาให้ดูกัน ส่วนใหญ่คนที่เข้าบล็อกนี้ก็จะมาเยี่ยมชมเรื่องราวของตลาดรถไฟนี่แหละครับ 2.บอนสี บอนสีเป็นเรื่องที่คนค้นหาเข้ามาดูเยอะมากครับ แต่ก็ไม่ได้แปลกอะไร เพราะคนเล่นบอนสีที่เขียนบล็อกนี่มันน้อยพิกลครับ ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่เท่าที่รู้คนที่เลี้ยงบอนสีส่วนใหญ่จะมีอายุทั้งนั้นอาจจะไม่ถนัดการเขียนบล็อกครับ ตอนนี้ก็อยากเขียนเรื่องบอนสีให้เยอะๆจะได้มีคนมาช่วยแบ่งปันประสบการณ์กันครับ 3.จักรยานโบราณ จักรยานโบราณเป็นเรื่องที่ผมเขียนไว้นานแล้วครับ ผมมีจักรยานโบราณอยู่คันหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ขี่แล้วครับ เพราะมันเสียอยู่และยังไม่ได้เอาไปซ่อม ปัญหาก็คือขนไปซ่อมยากมากเพราะล้อมันเสียครับ แถมถอดไม่ออกอีก -*- เกลียวหวานซะได้ 4.ตลาดต้นไม้จตุจักร ตลาดต้นไม้จตุจักรเป็นเรื่องที่มีเยอะมากในบล็อกของผมครับ แต่ก่อนนั้นผมจะไปตลาดต้นไม้จตุจักรเป็นประจำครับ ไปอาทิตย์ละสองถึงสามวันเลยก็ว่าได้ ปัจจุบันก็ยังไปอยู่ครับ แต่ไม่ถี่สักเท่าไรนัก 5.ต้นเบญจรงค์ ต้นเบญจรงค์หรือหญ้าเบญจรงค์ [...]