| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ตอนนี้เนื่องจากเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปในประเทศโดยเฉพาะภาคกลางและกำลังหนักหน่วงอยู่ที่กรุงเทพ ทำให้ผมได้หนีน้ำออกจากบ้านมาพักใหญ่ๆแล้วครับ ที่หนีออกมาก่อนน้ำมานั้นเพราะได้ประสบการณ์จากคนรอบข้างและครอบครัวที่เผชิญกับน้ำท่วมโดยตรงครับ บ้างก็อยู่ดอนเมือง บ้างก็ลำลูกกา หนีน้ำกันมาตั้งแต่ระยะแค่ข้อเท้า จนกระทั่งน้ำมิดหัวก็มีกันมาให้เห็น ที่บอกนี่ญาติสนิทเลยนะครับ นี่แหละที่ทำให้ผมและครอบครัวออกมากันก่อนที่น้ำจะมา ไม่งั้นคงจะโกลาหลและลำบากอย่างแน่นอน สุดท้ายก็ออกมาท่องเที่ยวไปในตัวระหกระเหินไปในที่ต่างๆหลายที่ ผมเองแยกกับครอบครัวไปเก็บเรื่องราวและถ่ายรูปตามที่ต่างๆมากมาย จนตอนนี้ก็กลับมารวมกับครอบครัวอีกครั้ง น้ำก็ยังมาไม่ถึงบ้านสักที สำหรับตอนนี้คงจะไม่สะดวกนะที่ต้องพิมพ์เรื่องราวมากมายที่อยู่ในหัวออกมาเพราะอยู่ในระหว่างหนีน้ำท่องเที่ยว (อีกแล้ว) เอาเป็นว่าหลังน้ำลดคงมีเรื่องให้พิมพ์กันเยอะแน่นอน ขอให้ทุกคนดูแลตนเองและครอบครัวของท่านด้วยนะครับ และถ้าอยากดูแลคนอื่นด้วยตอนนี้ก็สามารถเป็นจิตอาสาไปช่วยตามที่ถนัดได้เลยครับ ขอให้โชคดี สวัสดี
หลังจากที่ได้แยกบล็อกออกมาเป็นหลายๆ บล็อกตามเนื้อหา ผมก็ยังมั่นใจว่ามันยอดเยี่ยมมาก เพราะทำให้ผมเองลดความสับสนในการอัพเดทเนื้อหาตามไปด้วย เรื่องเที่ยวๆ หรือการท่องเที่ยวแต่ละครั้งนี่ ผมคิดว่าใครหลายๆคนก็คงจะอยากเล่า อยากบันทึกความทรงจำไว้สักที่หนึ่ง ผมเองก็เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเหมือนกันที่ต้องการบันทึกเรื่องราวท่องเที่ยวของผมเก็บไว้ มีข้อดีมากมายที่เกิดจากการบันทึก อย่างน้อยถ้าผมความจำเสื่อมก็สามารถกลับมาอ่านเรื่องราวของตัวเองได้ครับ เห็นไหมว่ามันยอดเยี่ยมจริงๆ การบันทึกได้เนี่ย ประสบการณ์การท่องเที่ยวของผมนั้น คิดว่ามีไม่มาก แต่ผมมั่นใจว่าหลังจากสร้างบล็อก Travel Experience นี้ขึ้นมาแล้ว การเที่ยวและการใส่ใจเวลาท่องเที่ยวของผมจะมากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน Travel Experience เป็นชื่อที่ผมใช้เป็น Title ของบล็อก คำว่า Travel Experience ผมคิดว่าเหมาะกับบล็อกท่องเที่ยวของผมมาก เพราะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยตรงลงสู่บล็อกโดยไม่ต้องผ่านสื่อใดให้มากมาย ดังนั้นผู้อ่านจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวจากผมไป ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน และแม้ว่าตอนนี้เว็บไซต์ Travel Experience นั้นจะเริ่มเปิดและยังไม่ค่อยมีบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากนัก แต่มันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป เข้าชมเว็บไซต์ : Travel Experience สวัสดี
เมื่อวันก่อนที่ผ่านมา ได้มีโอกาสดีๆ ที่ได้ไปเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ทริปนี้ไปกับครอบครัว เดินทางกันไปด้วยรถคันเดียว ไปตลอดทาง…. ผมออกเดินทางตั้งแต่เช้า แต่ก็ถึงช้ากว่าเวลาที่นัดกันไว้ เพราะรถติดอย่างผิดปกตินิดหน่อย และเมื่อมาถึงที่นัดหมายในเวลาแปดโมงเช้า เราจึงเริ่มออกเดินทางกัน เป้าหมายแรกคืออาหารกลางวันที่จังหวัดจันทบุรี สำหรับใครที่หิวตอนเช้าก็จะมีแซนวิชติดไปให้กินในระหว่างทาง และสำหรับทริปนี้ผมเป็นผู้ติดตามครับ เลยนั่งดูทางกันเพลินไปเลย และเมื่อเดินทางมาถึงจันทบุรี เราก็จะไปที่เป้าหมายแรกกัน นั่นคืออาหารกลางวันที่ร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องนั่งเรือออกไปกิน นี่เป็นเรือที่จอดอยู่ที่ท่าเรือ เขาเอาอะไรมา? เราลำนี้รึเปล่าที่ผมจะต้องขึ้น ระหว่างที่ยืนรอเรือที่จะมารับก็ได้มองไปรอบๆจนไปเจอกับ… ปลาเป็นๆที่ตัวค่อนข้างใหญ่ทีเดียว ปลาตัวขนาดนี้จะกินทั้งตัวก็คงจะลำบากแย่ ผมเองไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะเอาไปทำอะไรรู้แค่ว่ามันมีถึงสองตัว ไม่นานนักก็มีเรือของร้านอาหารมารับ เราต้องนั่งเรือกันไปครับ ระหว่างทางก็จะเห็นการเลี้ยงหอยรางรม ชาวประมงและขวดพลาสติกตามรูป มีขวดหลายๆแบบเช่นขวดน้ำเปล่า ขวดน้ำอัดลม เล็กใหญ่คละกันไป คาดว่าเอามาเป็นอุปกรณ์เลี้ยงหอยนางรมแหละนะ และจากที่เห็นเราก็คงจะต้องสั่งหอยนางรมมาลองกันหน่อยแน่ๆว่าไอ้ความสดระดับที่ว่าติดแหล่งผลิตเลยเนี่ย มันเป็นอย่างไร นั่งเรือไปต่อ มองไปข้างทางเจอเรือประมงขนาดเล็กพอดีตัว และลุงคนหนึ่งกำลังใช้อวนขนาดพอเหมาะหาปลาขนาดพอมีพอกินอยู่ ผมมองอาชีำพชาวประมงแล้ว ยังไงก็ดูไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะไม่ชอบที่ทะเลมันลึกเกินจะรู้ก็เป็นได้ ถ้าให้เลือกก็อยากจะเป็นชาวสวนมากกว่า แต่ถ้าให้ดีก็อยากเป็นชาวสวนที่อยู่ติดทะเลกันไปเลย เผื่อวันหนึ่งอยากหาปลามั่งก็จะได้ไปลองหามากิน ระหว่างทางและรอบๆนั้นเป็นพื้นที่ป่าชายเลน ทะเลตรงนี้เลยน่าจะเป็นน้ำกร่อย มองดูรากของต้นโกงกางก็ทำให้รู้ระดับน้ำที่ขึ้นลงได้ดีทีเดียว ที่ร้านนี้มีเมนูแนะนำคือปูนิ่มครับ ภาพนี้ถ่ายหลังจากที่ผมกินมื้อกลางวันกันเสร็จแล้ว ในกะบะมีปูนิ่มถูกจัดเรียงกันอยู่ โดยทั้งหมดยังมีชีวิต เราสามารถลองแตะัตัวและกระดองของมันดูจะพบว่านิ่มทุกส่วนจริงๆ นี่คือปูนิ่มทอดกระเทียมที่เราได้กินกันไปเมื่อกี้นี้เอง ปูที่ตัวนิ่มๆทั้งหมดยังต้องนอนรอความตายอันสุขสมต่อไป [...]
ไปโคราช แวะตามทาง ครั้งนี้ไปเนื่องในโอกาสลูกพี่ลูกน้องแต่งงานครับ ครั้งนี้ผมและญาติเหมารถตู้กันไปอีกเช่นเคย… ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้ากว่า เพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะว่าเขานัดกันประมาณ 8 โมงครับ เราออกเดินทางกันด้วยความสดชื่นและสมาชิกประมาณ 8 คน คือแม่ป้าน้าและน้องๆของผมเอง การเดินทางไปโคราชสำหรับครอบครัวผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา และไม่น่าตื่นเต้นไปแล้ว เพราะโคราชคือถิ่นฐานบ้านเกิดของครอบครัวเรานั่นเอง สำหรับโปรแกรมตอนเช้าเราเริ่มกันด้วยการไปแวะที่ด่านเกวียน เพื่อซื้อเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งครั้งนี้ป้าของผมซื้อเยอะเป็นพิเศษ เพราะจะซื้อไปวางที่ร้านของเขานั่นเอง ส่วนผมนั้นมองหาสิ่งที่ต้องการนั่นคือดินเผาก้อนกลมๆที่จะเอามาใส่ไว้ในกระถางต้นไม้ หรือต้นบอนสีของผมนั่นแหละ เพื่อให้มันได้เก็บกักความชื้นไว้ให้มากๆ เพราะดินเผา หรืออิฐมอญนั้นมีคุณสมบัติที่เก็บความชื้นได้ดีเยี่ยม จะเห็นได้ว่ามอสหรือตะไคร่ มักจะขึ้นที่อิฐมอญเป็นประจำ และสุดท้ายสิ่งที่ผมตามหามันก็ไม่มี หรือไม่ผมก็หามันไม่เจอ แต่ผมไปสะดุดเอาอยู่สิ่งหนึ่งนั้นคือดินที่นุ่มๆใส่ถุงไว้ให้คนซื้อเอาไปปั้นเอง ถุงละ 20 บาท ถ้าเอาไปปั้นก็ได้กระถางหลายใบเชียวล่ะ ผมยืนนึกอยู่นานว่าจะเอาไปทำอะไรดี และแม้จะคิดออกก็ดูจะยุ่งยากไปนิดหน่อยสำหรับการซื้อมาทำเอง ของบางอย่างนั้น ซื้อสำเร็จรูปมาจะใช้ได้ดีและประหยัดเวลาที่เราต้องมาทำเองมากกว่า แม้ว่าตอนนี้ผมจะประหยัดขึ้น แต่ทางเลือกที่จะซื้อดินไปปั้นเองคงจะไม่เหมาะนัก เลยทิ้งความคิดนั้นไว้ตรงนั้นนั่นเอง ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาก็มาบ้านยายนิด บ้านยายนิดผมมาครั้งแรกนั้นก็วันเกิดคุณยายไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำหรับตอนนั้นรายละเอียดมันมากมายไปหมดจึงเก็บข้อมูลไม่ทัน มาคราวนี้โล่งโปร่งๆสบายๆ ทำให้เราได้ดูอะไรกันมากขึ้น รูปข้างบนนี่เป็นผลไม้ ชื่อชมพู่มะเหมี่ยว ถ้าไม่มีใครบอกผมก็คงจะไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่จำความได้ มันไม่มีอยู่ในสมองผมเลยแม้แต่น้อย หรือผมอาจจะเป็นคนขี้ลืมเอามากๆก็ได้ [...]
สวัสดีครับ วันนี้ก็จะมาเขียนถึงโปสการ์ดใบหนึ่ง ซึ่งเป็นโปสการ์ดใบแรกของผมและมังกีซ์โกรฟ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อกำเนิดโปสการ์ดใบอื่นๆและกิจกรรมมากมายในเวลาต่อมาครับ