| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ที่ใช้คำว่า ตู้อบบอนสีตู้แรกอย่างเป็นทางการของผม นั้น เพราะว่าตู้อบบอนสีก่อนหน้านี้มันทำด้วยไม้ไผ่และทำแบบขอไปทีมากๆ แค่มีใช้ก็เพียงพอ แต่ตอนนี้ผมประกอบตู้ขึ้นอย่างจริงจังโดยใช้ท่อ pvc แล้วครับ ขนาดที่ใช้ก็เล็กที่สุดที่มีขายเพราะว่าไม่ได้เอามารับน้ำหนักอะไรมากมายก็เลยใช้แค่พอประมาณ อุปกรณ์ก็ไม่มีอะไรมาก ก็มี ท่อ pvc 1/2 4 เมตร 4 เส้น ตัวต่อท่อ แบบงอ 90 องศา ตัวต่อท่อ แบบสามทาง เลื่อยตัดท่อ กาวติดท่อ ฟิล์มพลาสติก กาวร้อน ปากกากันน้ำใหญ่ๆ ตลับเมตร หรือไม้บรรทัดยาวๆ กรรไกร มาดูรูปตัวอย่างหลังทำเสร็จกันก่อน ขั้นตอนแรกเลย เราก็ต้องวางแผนก่อนครับ เริ่มจากการวัดขนาดพื้นที่ของเรา ออกแบบตู้ที่จะใช้ พยายามเขียนให้ละเอียดเวลาทำจะได้ทำได้ ขั้นที่สองก็เตรียมอุปกรณ์ อะไรขาดไปก็ไปหามาครับ เดี๋ยวตอนทำงานจะได้ไม่ติดขัดให้เสียเวลากันเปล่าๆ ขั้นที่สามก็ลงมือเลื่อยท่อกันเลยครับ จากที่วัดขนาดกันเรียบร้อยแล้วโดยใช้เครื่องมีวัดต่างๆก็ตัดมันเลื่อยมัน(ท่อ พีวีซี) ออกไปตามขนาดที่เราต้องการครับ ขั้นตอนที่สี่ ก็ลงมือเอาส่วนต่างๆมาประกอบกันครับ พอได้่รูปทรงที่ต้องการก็เอากาวมาประสานส่วนต่างๆของท่อพีวีซีได้เลยครับ กาวจะแห้งไวมาก ดังนั้นสามารถทำต่อเนื่องได้เลย ขั้นตอนที่ห้าก็เอาฟิล์มพลาสติกมาติดครับ ที่ผมซื้อมาค่อนข้างบางไปหน่อยพอดีว่ารีบซื้อจึงไม่ได้สังเกตุสักเท่าไหร่ แต่ให้ดีก็เอาหนาไว้นิดหนึ่งเวลาติดกาวจะได้ง่ายครับ ของผมใช้ติดกาวร้อนเอาถาวรกันไปเลย เพราะคงไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรอีกแล้ว [...]
หลังจากที่ทำตู้อบบอนสีขึ้นมาแบบเฉพาะกิจ หรือว่าทำไว้ใช้ไปพลางๆ แต่ผลที่ออกมานั้น ถือว่าเยี่ยมยอดทีเดียว ทำเอามือใหม่บอนสีอย่างผมต้องตระหนักถึงความสำคัญของตู้อบขึ้นมาทันที ปกติแล้วผู้ปลูกเลี้ยงบอนสีทั่วไปก็มักจะมีตู้อบกันอยู่แล้ว และยิ่งเป็นสวนบอนสีหรือร้านบอนสีที่จำหน่ายบอนสีกันเป็นอาชีพแล้วนั้น ตู้อบดูจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเซียนบอนสีกันเลยทีเดียว และสำหรับผมนั้น ตู้อบบอนสีกำลังเป็นเป้าหมายต่อไปของผมซึ่งผมคิดถึงการสร้างตู้อบนี้มานานมาก และตอนนี้ยิ่งมั่นใจว่ายิ่งจำเป็นต้องสร้าง จากการทดลองเล็กๆน้อยๆ ก็ยังสามารถพบได้ว่าตู้อบนั้นสามารถช่วยให้บอนสีเจริญเติบโตได้ดีกว่าต้นที่ไม่ได้อบหลายเท่าตัวนัก ผมมีเหลืองปาริชาติอยู่สองต้น ซื้อมาพร้อมกัน ต้นหนึ่งลงกระถางใหญ่แช่น้ำไว้ 1/3 ของกระถางมีน้ำไม่ขาด เพราะอ่างใหญ่มากๆ อีกต้นใส่กระถางเล็กเหมือนเดิม แต่ครอบโครงเหล็กที่เอาถุงพลาสติกหุ้มไว้อีกที ผลของมันคือต้นแรก ไม่โตเลย ดูเหมือนจะแย่ลงด้วยซ้ำ แต่ อีกต้นที่อบไว้โตเอา โตเอา จนเทียบได้ว่าต้น 20 บาทที่ซื้อมาบัดนี้กลายเป็นต้นขนาด 50 บาทไปซะแล้ว ส่วนต้นแรกที่ไม่ได้อบนั้นเหมือนราคาจะลดจาก 20 บาทเหลือ 15 บาท หรือไม่แน่ก็อาจจะถึงต้นละ 10 บาท ต่อจากนี้จะเป็นรูปบอนสีที่อยู่ในตู้อบที่สร้างขึ้นมาล่าสุด จากโครงไม้ไผ่และพลาสติกแผ่นใหญ่ที่ซื้อมาตุนไว้ทำงานฝีมือเมื่อนานมาแล้ว เล็กๆแคบๆไม่ใหญ่มาก แต่พอช่วยให้ต้นเล็กต้นน้อยเจริญเติบโตได้ดี ต้นใหญ่ไม่ต้องเขียนถึงเพราะโตเป็นสองถึงสามเท่าแล้ว บอนป้ายต้นนี้โตแล้วสวยมากๆ ตอนเล็กๆนี่แทบจะไม่มองต้นนี้เลยครับ พอสีสันออกเขียว แดง ขาว สลับสวยแล้วต้องเอามาปั้นกันให้เติบใหญ่กันไปเลยทีเีดียว ต้นนี้ใบเขียวๆ เหมือนบอนธรรมดาดีครับ ตอนเล็กๆก็ดูสวยดี พอปล่อยโตหน่อยชักเริ่มไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ [...]
หลังจากที่ผมปราถนาตู้อบบอนสีมานาน วันนี้ ได้ทดลองลงมือทำกันจริงๆเสียที… สำหรับคราวนี้ก็ใช้วัสดุจากที่หาได้ที่บ้านครับ เป็นไม้ไผ่ของแม่ที่เอามาไว้ค้ำต้นไม้และผ้าปูโต๊ะที่ผมเคยซื้อมาไว้เมื่อนานมาแล้วสำหรับงานมังกีซ์โกรฟอะไรสักอย่าง ประมาณว่าซื้อมาเผื่อแต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้นั่นเอง ผมลองขึ้นโครงจากไม้ไผ่ดูก่อนครับ พบว่ามันยากมากๆเลยที่จะให้ไม้ไผ่ท่อนเล็กมาทำเป็นโครง ถ้าเป็นไม้ไผ่ท่อนๆก็คงไม่มีปัญหาอะไร คงตอกตะปูแล้วจบงานเลย แต่อันนี้ตอกไปก็ไม่มีผลครับ เพราะมันบาง แต่ก็เอาแบบว่าไม่อยากออกไปซื้อใหม่ก็ใช้ๆกันไปเพราะ เพราะถ้าทำกันจริงๆ วัสดุอย่างเช่นพลาสติกใสนี่คงต้องซื้อใหม่และซื้อยกม้วนกันเป็นสิบๆเมตรเลยทีเดียว ขนาดของตู้่อบคือ ยาว 100 เซนติเมตร กว้าง 45 เซนติเมตรและสูง 60 เซนติเมตร แม้ว่าจะดูสูงแล้ว แต่ก็ยังสูงไม่พอกับต้นบอนสีที่ผมขุนมา เพราะมันสูงเอามากๆ ไต่ระดับ 60 เซนติเมตรพอดี บรรยากาศข้างใน แออัดนิดหน่อยครับ เพราะเป็นชุมชนใหม่ เดี๋ยวมีตู้อบอันที่สองที่สามก็โล่งกันแล้วสำหรับตู้นี้ ผมอาจจะคิดผิดประหยัดเกินไปสำหรับโครงสร้างก็ได้ ถ้าผมเอาท่อพีวีซีมาทำก็คงจะง่ายขึ้นมากๆเลย เพราะมันจัดทรงง่ายและเป็นข้อต่อทั้งหมด เหมือนการต่อตัวต่อ อย่างมากก็แค่เลื่อยท่อเท่านั้นเอง ครั้งนี้คงจะเป็นบทเรียนและตัวอย่างในการทำตู้อบบอนสีครั้งต่อไปได้อย่างดี สำหรับครั้งนี้ก็คงต้องลองใ้ช้กันไปก่อน เพราะถึงแม้จะดูอ่อนแออย่างไร แต่พอไม้ไผ่ปักลงดินไปแล้วมันก็อยู่ตัว และดูเหมือนจะดีกว่าต้องมาคลุมห่อ แบบขังเดี่ยวกันทีละต้นอย่างแน่นอน สวัสดี