| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
จะพูดถึงจตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืนสำหรับตอนนี้ก็คงจะกลายเป็นเรื่องที่เก่าไปเสียแล้ว เพราะปัจจุบันนี้เขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน การเปลี่ยนแปลงหลังการรถไฟเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรนั้นยังมีต่อไปให้เห็นเรื่อยๆ แม้ว่าผมจะไม่ค่อยได้มาเดินตลาดนัดจตุจักรวันเสาร์อาทิตย์มากนัก แต่สำหรับจตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืนนั้น ผมค่อนข้างจะเดินบ่อยเชียวล่ะ… การเปลี่ยนแปลงของจตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืนในปี 2555 ผมสังเกตุเห็นหลายๆอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มบ้าง ลดบ้าง แน่นอนว่า ณ เวลาที่ผมเขียนนี้มันยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ การรถไฟยังปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง อยู่เสมอจนกระทั่งจนถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่าหยุดนิ่ง และผมจะรอสรุปในวันนั้นอีกที แต่ในวันนี้เรามาดูสิ่งที่เปลี่ยนไปจากมุมเล็กๆที่ผมเห็นด้วยตากัน เปิดเร็วขึ้น : จากที่เคยเปิดให้รถขนต้นไม้รอคิวเข้าตลาดนัดตอน 4 ทุ่ม ก็เปลี่ยนแปลงมาให้เข้าได้ตั้งแต่ 3 โมงเย็นของวันอังคาร ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและ ประชาชนสามารถหาซื้อต้นไม้ได้ในเย็นวันอังคาร จนถึงประมาณช่วงเที่ยงคืน ปิดเร็วขึ้น : จากที่เคยสามารถเดินตลอดคืนวันอังคารจนถึงเช้าวันพุธ วันนี้ไม่มีอีกแล้วเพราะเขาเปลี่ยนเวลาปิด ซึ่งเมื่อหลายวันก่อนผมไปตอนตีหนึ่งก็เห็นเขาปิดประตูแง้มๆไว้ดังรูปบนแล้ว ซึ่งพอถามเจ้าหน้าทีแ่ถวนั้นเขาบอกว่าปิดตีสาม แต่พอเมื่อวานลองไปอีกทีตอนเที่ยงคืนพบว่าประตูทุกประตูปิดไม่ให้เข้าแล้ว เหลือแต่ประตูฝั่งกำแพงเพชรที่ยังเปิดให้คนเดินเข้าไปได้อยู่ ทั้งหมดนี้เป็นเฉพาะเรื่องของจตุจักรตลาดต้นไม้วันอังคารเท่านั้นนะครับ เมื่อผมลองเดินเข้าไปดูเผื่อจะได้ซื้อของบ้าง ซึ่งบรรยากาศที่ผมเดินผ่านไปก็เหมือนในรูปด้านบนครับ ไม่นอนกางมุ้งก็นอนตากพัดลมกัน ไม่มีคนซื้อ ไม่มีคนขาย ทุกอย่างดูเงียบงันเปลี่ยนไปจากตลาดกลางคืนในความทรงจำของผม แน่นอนว่าพ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจจะขายกันตั้งแต่บ่ายแล้ว การพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ซึ่งเมื่อพ่อค้าแม่ค้าปรับตัว ตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดนัดจตุจักรแล้ว ผู้ซื้ออย่างเราก็จำเป็นต้องปรับตัวตามไปด้วยครับ ดังนั้นการไปเดินเล่นดูต้นไม้ช้าๆยามค่ำคืนของผมก็อาจจะเป็นเรื่องที่จะค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลาก็ได้ครับ เพราะว่าต่อไปนั้นเวลาที่ดีที่สุดในการหาต้นไม้จะไม่ใช่กลางคืนอีกต่อไปครับ ซึ่งสำหรับนักสะสมมือใหม่อย่างผมที่ต้องการหาไม้แปลกๆไปทดลองปลูกก็ถือว่าต้องปรับเวลาเดินกันมากทีเดียว เพราะแต่ก่อนมาถึง 4 ทุ่มเราก็จะได้ซื้อของสดๆ [...]
เป็นอัลบั้มรูปใน Dinp Gallery นะครับ แต่ก็อยากเอามาบอกกันในบล็อกนี้ เพราะว่าเพิ่งอัพเดทได้่ไม่นาน และจำได้ว่าเคยพิมพ์บทความเกี่ยวกับ จตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืน อยู่บ่อยๆครับ ซึ่งตลาดต้นไม้กลางคืน ที่ตลาดนัดจตุจักรเนี่ย เขาไม่ได้มีกันทุกวันนะครับ จะมีเฉพาะคืนวันอังคาร ซึ่งเป็นวันที่ทางตลาดนัดจตุจักรอนุญาตให้ สวนหรือร้านขายต้นไม้นำรถเข้ามาจัดร้านกันได้เป็นวันแรกครับ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 4 ทุ่มของทุกๆวันอังคารเลยครับ ใครอยากไปสัมผัสบรรยากาศ ของ จตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืน กันแบบครบรส ก็แนะนำให้ไปกันตั้งแต่ 4 ทุ่มหรือพร้อมๆกับรถคันแรกเข้าไปเลยครับ จะได้รับบรรยากาศที่แตกต่าง โดยเฉพาะ ต้นไม้ใหม่ที่เพิ่งนำลงมาขายครับ ถ้าคุณไปช้าเพียงแค่ 5 -10 ก็อาจจะไม่ทันแล้วก็ได้ เพราะว่าบางต้นก็มีต้นเดียว และมีพ่อค้าคนกลางที่คอยมารอซื้ออยู่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าอยากได้ของดี ก็ต้องบากบั่นอดทนไปรอซื้อกันหน่อยครับ แต่ถ้าเห็นว่าลำบากไปก็ค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ครับ ต้นไม้ต้นไหนก็สวยเหมือนกันละนะ ติดตามได้ืที่ Dinp Gallery : จตุจักรตลาดต้นไม้กลางคืน
วันพุธที่ผ่านมาได้ไปแวะจตุจักรเพื่อซื้ออุปกรณ์ในการปลูกกระบองเพชร เช่นหินภูเขาไฟ กระถางกระบองเพชร และพวกกรวด หินเอาไว้โรยหน้ากระถางเพื่อความสวยงาม และยังได้แวะซื้อกระบองเพชรติดไม้ติดมือกลับมา (เยอะ) ด้วย ภารกิจหลักของผมวันนี้จริงๆคือการหาซื้อหินภูเขาไฟ ซื้อแบบเป็นถุงใหญ่ๆเลย เพราะเขาว่าหินภูเขาไฟก็ปลูกกระบองเพชรได้ แถมยังช่วยทำให้กระถางระบายน้ำได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหินภูเขาไฟจึงเป็นเป้าหมายแรกของผม สิ่งที่สองที่ต้องการซื้อก็คือกระถางเล็กครับ กระถางกระบองเพชรที่เรามักจะเห็นร้านกระบองเพชรขายกันอยู่มักจะเป็น 2 ขนาด นั่นคือแบบกลมๆมาตราฐานกับแบบ เล็กกว่าหรือเป็นทรงสี่เหลี่ยม ลองนึกๆกันดูน่าจะคุ้นนะครับ ถามว่าทำไมต้องเปลี่ยนกระถางให้เล็กลงเดี๋ยวไว้ตอนต่อไปค่อยว่ากันครับ สิ่งที่สามที่ต้องหาเลยคือพวกกรวดโรยหน้ากระถางหรือพวกหินโรยทั้งหลาย ตรงนี้ผมไปเดินหาตามฝั่งขายปลา ขายสัตว์เลี้ยงครับ (พวกหินตู้ปลา ) ซึ่งจะมีให้เลือกมากมายเลยครับ ส่วนใหญ่จะขายเป็นกิโล กิโลละ 10 ขึ้นไปตามราคาตลาดของหินชนิดนั้นๆ สำหรับหินโรยกระบองเพชรไม่ต้องเอาแพงมากก็ได้ครับ เพราะที่เราใช้กันให้เห็นส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในราคากิโลละ 10 บาทนี่แหละครับ ทั้งหมดที่จะซื้อนี่คืออุปกรณ์การเปลี่ยนกระถางกระบองเพชร ซึ่งผมจะนำไปเปลี่ยนกระถางทั้งหมดซึ่งจะเล่าในตอนถัดไป “ เปลี่ยนกระถางกระบองเพชร ” มาเข้าเรื่องของการแวะซื้อกระบองเพชรกันดีกว่า เนื่องจากผมเตรียมที่จะเปลี่ยนกระถางให้เล็กลงแล้ว จึงพบว่าเมื่อขนาดของกระถางเล็กลง ผมจึงมีพื้นที่เหลือเยอะขึ้่นเพราะมันใช้พื้นที่น้อยลง ก็เลยต้องไปซื้อมาเติมๆให้มันเต็มพื้นที่ก็เลยไปเดินเลือกซื้อกระบองเพชรเพิ่มครับ จริงๆแล้วกะว่าจะซื้อพวกต้นเล็กๆต้นละ 10 บาทครับ แต่มาช้าไปหน่อยเพราะคิดว่าคงมาทัน แต่ที่ไหนได้ วันนี้ฝนตกรถติดเลยพลาดไปครับ เลยได้แต่ซื้อต้นละ 20 บาท ,10 [...]
ด้วยเหตุเนื่องจากผมจำเป็นต้องใช้เวลาช่วงตีสองกว่าๆถึงประมาณหกโมงเช้า เพื่อรอจะไปจตุจักรอีกครั้งหลังจากไปมาแล้วเมื่อช่วง 5 ทุ่ม – ตี 1 กว่าๆ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาผมจึงเลือกไปทำงานที่ไหนสักที่แทนที่จะกลับบ้านนอน เพราะรู้ตัวว่าถ้ากลับบ้านนอนแล้วผมก็คงจะตื่นมาไม่ทันแน่ๆ เพราะนอนแล้วก็มักจะนอนยาวเกิน 6 ชั่วโมงไปเลย การนอนน้อยกว่านั้นทำให้เพลียอยู่มากพอสมควร ก็เลยไปหาที่ทำงาน ในตอนนั้นตัวเลือกมีร้านเกมส์แถมมหาวิทยาลัยเกษตร กับอาคารเรียนรวมในมหาวิทยาลัยเกษตร ตอนแรกขับรถวนไปดูร้านเกมส์แถวๆตลาดอมรพันธุ์แต่แอบกังวัลตอนขาออกซึ่งมันเป็นตลาดแล้วน่าจะวุ่นวายพอดู บวกกับผมไม่รู้รูปแบบการจราจรด้านใน พอดีว่าเคยไปเดินมาแล้วแอบงงๆนิดหน่อย ก็เลยตัดสินใจวนรถเข้าไปในมหาวิทยาลัยแทน เป้าหมายของผมคือ ศูนย์เรียนรวม 3 (ศร.3) ได้ยินว่าที่นั่นเปิดให้อ่านหนังสือถึงเช้า ก็ขับรถไปและพบว่าเปิดอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้มีแค่ผมนะครับ ยังมีน้องๆนิสิตที่ไปอ่านหนังสืออยู่บ้าง ประมาณ 4-5 โต๊ะ โต๊ะละ 1-5 คน ทำให้การอยู่ใต้ ศร.3 ในเวลาตีสามกว่าๆของผมดูไม่เหงาจนเกินไป ในสภาพของตัวผมตอนนั้นคือเรียนมาตั้งแต่ตอนเย็นถึงค่ำแล้ว ไปนั่งคิดงานที่ลานแสดสนนนทรี แถวๆคณะเศรษฐศาสตร์แล้วประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วยังไปเดินจตุจักรตลาดกลางคืนอีก 2 ชั่วโมงกว่าๆนั้น ผมคิดว่าตัวเองนั้นไม่น่าจะมีพลังงานพอที่จะคิดหรือทำอะไรได้มากนัก โชคดีที่บรรยากาศและความเงียบเป็นใจ และงานที่ผมทำก็ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากนัก ก็แค่คิด คิด คิดแล้วเขียนสรุปสิ่งที่คิดลงไปในกระดาษเท่านั้นเอง มันเริ่มจากมี 1 แผ่นในตอนเย็น [...]
หลังจากที่ไม่ได้ไปจตุจักร ตลาดต้นไม้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว คราวนี้มีโอกาสได้ไปก็ไปหาซื้อต้นไม้เพิ่มเสียหน่อย พอดีว่าอารมณ์ค้างต่อเนื่องจากเกษตรแฟร์นั่นเอง จริงๆแล้วผมแค่อยากได้ไม่กี่ต้นเองครับ พอดีว่าต้นที่อยากได้มันไม่มีขาย (หมายถึงขายถูกๆนะครับ เพราะที่ขายก็มีครับแต่แพงกว่าที่เกษตรแฟร์น่ะครับ) พวกต้นไม้นี่ราคาไม่แน่นอนครับ บางร้านแพงบางร้านถูก ต้องดูกันเองครับตาดีได้ตาร้ายเสีย จริงๆก็ไม่มีใครเสียนะครับซื้อต้นไม้ก็ได้ต้นไม้ มีแต่ได้อยู่แล้วถ้าซื้อแล้วไม่ได้นี่สิน่าจะเรียกว่าเสีย แต่หลายๆพันธุ์เขาก็มีราคากลางๆหรือราคาขั้นต่ำของเขาอยู่นะครับ ไม่ใช่ว่าพันธุ์หายากแล้วจะถูกแบบเจอทองในหนองบึงอะไรอย่างนั้น พิมพ์มาก็นานแล้วเข้าเรื่องกันเลยเริ่มจากของที่ผมซื้อมาเลยแล้วกันครับ ถ้ามาเป็นกล่องๆถุงๆอย่างนี้ก็คงจะนึกไม่ออกกันว่าข้างในนั้น เป็นอะไรกันแน่ แต่ถ้าดูจากปริมาณแล้วก็คงรู้ว่าผมซื้อเยอะแน่นอนครับ ซึ่งทั้งหมดนี้จะกี่บาทนั้น เดี๋ยวค่อยมาบอกกันอีกทีหนึ่งนะครับตอนนี้ไปดูกันก่อนว่าข้างในเป็นอะไรกันบ้าง เริ่มจากการแกะถุงสองถุงด้านขวากันก่อน จากถุงสองถุงด้านขวานะครับ ถุงสีขาวกับถุงสีแดงที่เห็นวางอยู่มีทั้งหมด 8 ต้นครับ 8 ต้นนี้ซื้อมาคนละร้านครับ ดูจากกระถางก็จะเห็นว่าไม่เหมือนกันนะครับ ร้านแรกซื้อสองกระถาง กระถางละ 10 บาท ก็ 20 บาทครับ ซื้อเพราะไม่ค่อยได้เห็นต้นพวกนี้ในราคาสิบบาทเท่านั้นแหละครับ ประมาณว่าไม่ชินตาก็เลยซื้อมา ส่วนหกต้นที่เหลือซื้ออีกร้านหนึ่งหกต้นห้าสิบบาทครับ ดูแล้วก็ธรรมดาบ้านๆ ครับ แต่ขอบอกว่าผมเริ่มเลือกต้นที่มีหนามมาเพิ่มแล้วครับ และเลือกที่ต้นใหญ่ๆสุดๆในราคาสิบบาทอีกด้วย เห็นอย่างนี้อย่าคิดว่าผมงกนะครับ ว่าทำไมอยากได้ต้นใหญ่แล้วไม่ซื้อต้นใหญ่ไปเลย (ซึ่งแพงกว่า) จริงๆแล้วผมก็อยากเห็นมันโตภายใต้ความดูแลของผมครับ ซึ่งราคาสิบกว่าบาทต่อต้นนี้มันทำให้ผมได้ดูความเจริญเติบโตได้หลายๆต้น แถมยังประกันว่าถ้ามันตายผมก็ยังเหลือต้นอื่นไว้ดูด้วย เห็นไหมครับว่าผมไม่ได้งก แต่ไม่ค่อยมีเงินซื้อต้นใหญ่ก็เลยต้องอ้างนู่นอ้างนี่ไว้ก่อนนั่นเอง… มาดูกันใกล้ๆดีกว่าครับ นอกจากจะซื้อกระบองเพชรมาเลี้ยงแล้ว ผมยังซื้อมาถ่ายรูปด้วยครับ ตอนนี้มีรูปกระบองเพชรเยอะมากๆครับ [...]