| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้เป็นวันปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นวันวันหนึ่งที่ผ่านจุดเปลี่ยนของปีมาแล้ว มันเป็นวันที่มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ ผมคิดว่าเราโชคดีมากที่มีวันปีใหม่ เพราะว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่คุณสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆได้โดยใช้วันปีใหม่นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวเดินใหม่อีกครั้ง เหมือนกับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปีนี้และเป้าหมายก็คือปีหน้า เราเดินทางกันข้ามปีแบบนี้มานานแล้วซึ่งเป้าหมายของแต่ละปีของแต่ละคนก็คงจะต่างกันออกไป… หลายคนอาจจะเคยคิดว่า..ปีใหม่? “แล้วยังไง?” มันก็เพียงแค่วันข้ามวัน ซึ่งผมก็เคยคิดแบบนี้ครับ แต่เมื่อผมได้เติบโตขึ้น ผมกลับมองมันเป็นโอกาสที่ไม่ควรจะมองข้ามมันไป ถ้าเราไม่มีวันปีใหม่ เราก็อาจจะจมอยู่กับกิจกรรมเดิมๆ มองวันเวลาเพียงวันผ่านวันแบบเดิมๆ แล้วยังไง? สิ่งที่ผมคิดตอนนี้คือทำอย่างไรให้วันขึ้นปีใหม่มีคุณค่าที่สุด สำหรับผมนั้นไม่ใช่การฉลอง การสังสรรค์ เฮฮา หรือความสงบ วันปีใหม่สำหรับผมคือวันที่ผมจะตั้งเป้าหมายใหม่ ( Set Goal) และคิดว่าปีนี้จะทำอะไร (Mission) เพื่อจะตอบโจทย์เป้าหมายของชีวิต ( Vision ) อันนี้ให้ความหมายแบบคนเรียนมาหน่อยนะครับ พอดีเรียนมากลัวว่าไม่ใช้นานๆแล้วเดี๋ยวจะลืม พาลสอบตกเอาได้ง่ายๆ สำหรับตอนนี้ผมคงจะเกริ่นไว้เท่านี้ เป็นเพียงบทความนำทางเผื่อคนที่ว่างๆไม่มีอะไรทำในวันปีใหม่ ก็ลองนั่งจินตนาการถึงชีวิตตัวเองดูนะครับ สวัสดี
สวัสดีปีใหม่ 2555 สวัสดีปีใหม่ 2555 สวัสดีปีมังกร สวัสดีปีใหม่ผู้เยี่ยมชมบล็อกทุกท่าน!! ผมอาจจะสวัสดีปีใหม่เร็วไปนิดหน่อยสำหรับในปีใหม่นี้ นี่ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วสวัสดีไว้ก่อน เพราะกลัวว่าวันปีใหม่อาจจะไม่ว่างก็ได้ และด้วยความว่างในตอนนี้ก็เลยพิมพ์สวัสดีกันเสียเลย ปีใหม่ปีมังกรทองที่กำลังจะถึงนี้ อาจจะเป็นปีที่หลายคนไม่ได้สนใจเรื่องเฉลิมฉลองกันมากนัก เพราะในหลายๆพื้่นที่สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับบรรยากาศในบ้านเราก็ยังดูชุลมุนกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตหลังน้ำลดกันมากพอสมควร ซึ่งจริงๆแล้วปีใหม่สำหรับผมนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องงานสังสรรค์ งานฉลองสักเท่าไรนัก แต่เป็นการคิดเรื่องว่าปีใหม่นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะออกวิ่งอีกครั้ง เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปรับทัศนคติใหม่ๆอีกครั้ง ปีใหม่เป็นโอกาสที่จะทำอะไรดีๆ หลายๆ อย่าง และมีกิจกรรมดีๆ มากมายที่ไม่ได้มีในวันปกติ เช่นการสวดมนต์ข้ามปี ผมว่ามันยอดมากเลย เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำที่บ้านก็ได้ แถมยังสะดวกปลอดภัยอีกด้วย เป็นการข้ามปีที่ดูจะเรียบง่ายกับชีวิตมากกว่าไปฉลองโต้รุ่งกันที่ไหนสักที่ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ ความเสียหายหรืออุบัติเหตุในช่วงปีใหม่นี้ อาจจะไม่ได้เกิดจากความประมาทเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าเพราะเรานั้นเคลื่อนไหวกันมากเกินไป เมื่อทุกคนเคลื่อนไหวมากกว่าความปกติ ของชีวิตประจำวัน ก็อาจจะเกินความพอดีไปได้ และเมื่อทุกๆ คนเกินความพอดี โอกาสแห่งอุบัติเหตุก็คงจะตามมา และในวันปีใหม่นี้… ภาวนาขอให้ทุกท่าน มีความปกติสุขในวันปีใหม่ และวันต่อๆไปข้างหน้า สวัสดี
แทบจะไม่เชื่อตัวเองเลยว่า ปัจจุบันกิจกรรมยามว่างของผมคือการนั่งพิมพ์บล็อก เพราะแต่ก่อนนี้ผมไม่ค่อยได้สนใจและ มองคนที่เขียนไดอารี่หรือบล็อกด้วยอคติด้วยซ้ำ แต่ทุกวันนี้การเขียนบล็อกกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตผมไปเสียแลัว อาจจะเป็นอย่างที่โบราณว่าไว้ “เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น” แต่ก็ผิดไปนิดหนึ่งก็คือมันเปลี่ยนจากมุมมองด้านลบๆ มาเป็นบวกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะถ้าผมไม่ชอบ ผมคงไม่สามารถนั่งพิมพ์บล็อกทุกวันได้อย่างนี้หรอก แต่ก่อนนั้น… เมื่อหลายปีก่อน ผมเห็นเพื่อนที่ร่วมเรียนด้วยกันเขียนบล็อก ผมเองมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลามาก ทำไมผมต้องมานั่งเสียเวลาเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นอ่านด้วย มันไม่จำเป็นเลย ซึ่งผ่านไป 4-5 ปีผมก็ยังมีมุมมองนี้อยู่ดี แต่ไม่นานนักเมื่อชีวิตผมเปลี่ยน ตั้งแต่ชีวิตที่ได้เปลี่ยนไป… ผมเคยเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับชาวบ้านที่เขาเป็นกัน ชีวิตนั้นก็สุขสบายดีอยู่แล้ว ขาดอย่างเดียวคือการสนองตอบความสามารถในตัวผม ผมเองคิดว่าผมทำอะไรได้มากกว่านั้น ความสามารถผมมากกว่านั้น จึงตัดสินใจลาออกมาทำกิจการเล็กๆที่ใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ และคิดได้เต็มที่ ฝันได้เต็มที่ เจ็บได้เต็มที่ มันน่าสนุกถ้าผมจะทำอะไรที่อยากทำในขณะที่ยังจะพอทำอะไรได้อยู่ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผม การประกอบกิจการส่วนตัวนั้นจำเป็นต้องลงแรงทุกอย่างที่มี ทักษะที่เคยสั่งสมมาแต่ไม่เคยคิดจะใช้ทำมาหากิน นั่นคือทักษะการทำเว็บไซต์ แต่ก่อนไม่เคยคิดจะทำเว็บไซต์เพราะยุ่งยาก แต่ทุกวันนี้ก็ต้องมานั่งทำเพราะความจำเป็นและก็กลับชอบขึ้นมาอีกด้วย และการเขียนบล็อกก็ก้าวเข้ามา ณ จุดนั้น ในจุดที่ผมจำเป็นต้องเขียนบทความเผื่อโปรโมตเกี่ยวกับกิจการของผมให้คนอื่นได้รับทราบ และจากการพิมพ์บล็อก (เขียนบล็อก) เพื่อการโฆษณา ปัจจุบันมันกลายเป็นงานอดิเรกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมกลับสนุกที่ได้บันทึก ได้เรียบเรียง ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ผมได้รับมา ผมรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองได้พัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ดีขึ้น จากความเห็นบางส่วนของผู้ที่มาตอบ สำหรับตอนนี้ผมก็คงจะเล่าไปถึงแค่ทำไมมันถึงกลายมาเป็นกิจกรรมยามว่างของผมได้ และคิดว่าคงจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ วิธีการ เกี่ยวกับบล็อกเพิ่มขึ้นด้วยครับ [...]
สวัสดีครับ วันนี้ก็จะมาเขียนถึงโปสการ์ดใบหนึ่ง ซึ่งเป็นโปสการ์ดใบแรกของผมและมังกีซ์โกรฟ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ก่อกำเนิดโปสการ์ดใบอื่นๆและกิจกรรมมากมายในเวลาต่อมาครับ