| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
เป็นเหตุจารกรรมที่เกิดกับผมเองครับ ตอนนี้มาเขียนเพื่อให้ข้อมูลสำหรับคนที่ยังไม่ได้ระวังให้ระวังตัวไว้ครับ ส่วนคนที่โดนทุบกระจกรถขโมยโน๊ตบุคอย่างผมอาจจะเข้ามาเจอกับบล็อกนี้โดยบังเอิญ เอาเป็นว่าเรามาแชร์วิธีทั้งที่ไม่ทำให้โดนทุบกระจกรถขโมยโน๊ตบุคและหลังโดนทุบกระจกรถขโมยโน๊ตบุคแล้วกันนะครับ อย่างตัวอย่างที่ผมเจอคือการทุบกระจกรถขโมยโน๊ตบุค สาเหตุมีหลายๆอย่างรวมกันเช่นจอดรถในที่เปลี่ยว วางของไว้ในรถล่อตาล่อใจโจร สำหรับกรณีของผม ผมไม่ค่อยได้เอาโน๊ตบุคใส่ไว้ในรถเท่าไหร่นัก แต่ัวันนั้นด้วยจังหวะที่พอดี โจรจึงเห็นช่องทางและเข้ามาทุบกระจกรถผมเอาของไปได้ จะใช้คำว่าทุบกระจกก็คงจะไม่ตรงนัก เพราะจากที่อ่านในอินเตอร์เน็ตโจรจะใช้มีดกรีดกระจกรอบๆเสียก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการทำลายโดยไม่มีสัญญาณเตือนภัยหรือสัญญาณกันขโมยดัง อย่างรถผมก็มีสัญญาณกันขโมยนะครับ แต่ให้คิดไว้เสมอว่าโจรมันก็รู้ครับ เลยหาช่องทางที่มันไม่ดังให้เราโดนกันอีกจนได้ ดังภาพตัวอย่างครับ เหตุเกิดเวลากลางคืนช่วง 4ทุ่ม – ตีสอง พอดีว่าไปกินข้าวกับเพื่อนย่านเกษตร นวมินทร์ แล้วจอดรถไว้เปลี่ยวริมทาง แถมยังวางโน๊ตบุคไว้ที่เบาะหลัง ขอบอกก่อนนะครับว่าข้างบนกระเป๋าโน๊ตบุคมีกระเป๋าอีกสาร ชีสเรียนขนาด A4 เสื้อเชิ๊ตหนึ่งตัว วางสุมๆทับกันอยู่ครับ ดังนั้นใครที่คิดว่าจะพรางของสำคัญด้วยวิธีนี้ ขอให้เลิกคิดได้เลยครับ อย่างน้อยเราก็แค่โดนทุบกระจกฟรีครับ ความผิดพลาดของผมเกิดจากความมักง่ายนั่นเองครับ เพราะมีคนเขาเตือนอยู่บ่อยๆครับ แต่เราก็มักง่ายบวกกับขี้เกียจ มองโลกในแง่ดีเกินไปจนกลายเป็นอ่อนต่อโลกครับ เลยประมาทวางของไว้ที่เบาะท้าย ที่ผมพยายามจะบอกคือให้ทุกคนที่มีรถจัดการรถตัวเองให้โล่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ สถานที่เกิดเหตุครับเป็นถนนเลียบไปกับ ถนนประเสริฐมนูกิจหรือที่รู้จักกันในชื่อเกษตร นวมินทร์นี่แหละครับ ส่วนตำแหน่งก็เป็นฝั่งใกล้ๆ ม เกษตร และยังไม่ถึงวังหินครับ สภาพกระจกที่โดนทุบ ของผมเป็นกระจกนิรภัยครับมันเลยแตกเป็นเม็ดข้าวโพด เขาว่ามาว่าอย่างนั้นน่ะนะ ดูจากร่องรอยแล้ว กระจกยังดูเป็นแผ่นๆอยู่เลยครับ ที่ยังติดกันอยู่เพราะมีฟิลม์ แต่ดูจากภาพรู้ได้เลยว่ามันกรีดรอบๆกระจกก่อนแ้ล้วค่อยทุบครับ ตัวผมเองห่างจากรถแค่ไม่ถึง 20 [...]
หน้าหนาวปีนี้เป็นหนาวที่แปลกประหลาด จะมาก็มา จะไปก็ไป เป็นพักๆ ช่วงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ร้อนมาก แต่พอเข้าอาทิตย์นี้ หนาวจนปากแห้่งตอนตื่นกันเลยทีเดียว แน่นอนว่าตอนเช้าของหน้าหนาวมันก็ต้องทรมาณจิตใจมากกว่าหน้าร้อนอย่างแน่นอน เพราะการจะลุกจากเตียงแต่ละครั้ง ต้องใช้พลังใจมากมายทีเดียว ซึ่งโจทย์นี้มันก็คือความขี้เกียจของเรานั่นเอง หากว่าเป็นหน้าร้อน มันคงไม่น่านอนต่อเท่าไรนัก เพราะนอนไปมันก็ไม่สบายเท่าหน้าหนาว ซึ่งตอนนี้เราจะมีเขียนถึงการตื่นนอนในหน้าหนาวในมุมมองของผมกัน โดยทั่วไปแล้วหากว่าไม่มีงานเข้ามาหรือเคลียงานได้ก่อนตารางที่วางไว้นั้น ผมก็จะตื่นประมาณ 9 โมงครับ ซึ่งเป็นเวลาที่สายมากๆทีเดียวสำหรับพนักงานทั่วไป แต่ก่อนสมัยที่ผมยังทำงานบริษัทอยู่นั้น ก็ตื่น 8.30 ซึ่งไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มาหน้าหนาวนี้จาก 9 โมงก็จะเลื่อนออกไปเป็น 9 โมงครึ่ง 10 โมง 10.05 , 10.10 ,10.30 หรือยาวไป 11.00 หรือห้าโมงเช้าเลยก็ว่าได้ ซึ่งการที่ผมมาเขียนบลอคนี้เหมือนเป็นการบันทึกทบทวนและตอกย้ำตัวเองว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นและจะแก้ไขอย่างไร ปัญหาคือความขี้เกียจ นั่นเองครับ แต่วิธีแก้ปัญหาคืออะไร มาดูกัน 1.ตั้งนาฬิกาปลุกให้ปลุกเช้าขึ้น และถี่ขึ้น วิธีนี้เคยใช้ได้ผลอยู่ช่วงหนึ่งครับ เป็นช่วงแรกๆที่ตัวผมยังไม่เคยชินกับการปลุกหลายๆครั้ง จนต้องลุกในท้ายที่สุด แต่ตอนนี้วิธีนี้ยังแำ้พ้ความขี้เกียจในหน้าหนาวอยู่ครับ 2. ตื่นมาซิทอัพ วิดพื้น ในทันที อันนี้เป็นเพียงจินตนาการเบื้องลึกของผมครับ แต่ถ้าทำได้พุงที่มีก็จะลดลงไปด้วย [...]
ช่วงนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวน พอสมควรตอนเช้าอากาศดีตอนบ่ายแอบมีร้อนตอนเย็นฝนตกซะงั้น จริงๆฝนตกมันก็เย็นดี แต่ถ้าตกทุกวัน จะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองป่วย มองออกไปมีแต่ฟ้ามืดครึมๆ บรรยากาศช่างชวนง่วงแต่ก็ไม่อยากนอน ถึงจะนอนก็รำคาญเสียงฝนที่สาดกระทบคลังคาบ้านอยู่ดี จริงๆ มันก็ไม่ควรนอนนั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมเวลาฝนตกถึงได้รู้สึกถึงความขี้เกียจที่ผ่านเข้ามา ทางหน้าต่างได้ ..สวัสดี