| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ก่อนจะหมดปีนี้ไปก็อยากจะทำอะไรให้เสร็จไปสักอย่างสักบ้าง และหนึ่งในโครงการนับหลายร้อย ที่ถูกคิดไว้เมื่อนานมากแล้ว ก็ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาทำเสียที โครงการที่ว่านั้นคือ การปรับปรุงเว็บไซต์มังกีซ์โกรฟ (www.monkiezgrove.com) เสียใหม่ เพราะว่าแบบเก่าที่ทำไว้นั่นค่อนข้างยากต่อการปรับปรุงเป็นระยะๆ และการควบคุมระยะยาว แถมยังดูงงๆอีกต่างหาก การปรับปรุงครั้งนี้ก็เลยลดอะไรหลายๆอย่าง ที่เคยเยอะจนเกินความจำเป็นลง ให้เหลือเท่าที่น่าจะจำเป็นเท่านั้น การออกแบบโดยรวมยังใช้ Theme เดิม และโทนสีกลุ่มเดิม นั่นคือน้ำตาล เหลือง และเขียวเข้ม ซึ่งเป็นสีแห่งธรรมชาติ ไม้ ดินและแสง นั่นเอง แม้การออกแบบใหม่ในครั้งนี้จะดูเรียบง่ายกว่าเดิม แต่ความจริงนั้นมันไม่ง่ายเลย กว่าจะมาถึงแบบนี้ต้องผ่านการออกแบบมาหลายครั้งมากๆ การเรียนรู้จากอดีตและการมองหาความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นแล้วกำจัดมันซะ คือวิถีทางที่ผมใช้ออกแบบเว็บไซต์ แม้ว่าตอนนี้เนื้่อหาของเว็บไซต์มังกีซ์โกรฟดูจะหยุดนิ่ง แทบจะไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมเลย แต่เราก็ยังขายโปสการ์ดตามปกติ และช่วงนี้ก็กลับมารับงานเหมือนเดิม หลังจากหนีน้ำท่วมไปสักพักหนึ่งเหมือนกันครับ ผมคิดว่ากลางปีหน้ามังกีซ์โกรฟจะกลับมาสร้างสรรค์ผลงานได้อีกครั้ง หลังจากที่ผมสำเร็จภารกิจหลักของผมในช่วงนี้ โปรโมชั่น การ์ดปีใหม่ 2555 สำหรับตอนนี้แม้จะไม่มีอะไรใหม่มากนัก แต่ก็ยังมีโปรโมชั่น การ์ดปีใหม่ 2555 มาให้ได้เลือกซื้อครับ มังกีซ์โกรฟมี การ์ดปีใหม่สวยๆ ให้เลือกมากมายและ เป็นโปสการ์ดซึ่งง่ายต่อการเขียนและจัดส่งอีกด้วย สำหรับโปรโมชั่น การ์ดปีใหม่2555 นี้ก็ยังมีการ์ดใบใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดตัวนะครับ นั่นคือ Christmas tree [...]
วันนี้มีเรื่องให้คิดถึงคำถามนี้ขึ้นมา อาจจะเพราะไม่ได้วาดรูปมาก็นานแล้ว ก็เลยนึกย้อนไปถึงวันที่มีคำถามนี้เกิดขึ้น… กว่าจะวาดได้รูปหนึ่ง ใช้เวลานานไหม? กว่าจะวาดได้รูปหนึ่ง ใช้เวลานานไหม? เป็นคำถามที่มีลูกค้าถามตอนที่ผมไปเปิดร้านขายโปสการ์ดมังกีซ์โกรฟในงานปล่อยแสง ที่หอศิลป์แถวๆสยาม ตอนนั้นผมจำได้คับคล้ายคับคลาว่าจะตอบไปประมาณว่าวาดรูปหนึ่งไม่นาน แต่คิดนาน มาถึงวันนี้ดูเหมือนจะมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมลืมตอบไปด้วย…นั่นคือกว่าจะคิดจะวาดก็นานเหมือนกัน.. วันก่อนมีลูกค้าถามถึงลายใหม่จะมีเมื่อไหร่ แน่นอนว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนถาม แต่ผมเองไม่ค่อยได้นึกถึงคำตอบที่แน่นอนเท่าไหร่ จนกระทั่งนึกไปถึงคำถามที่ว่า กว่าจะวาดได้รูปหนึ่ง ใช้เวลานานไหม? นั่นเอง เมื่อสองความรู้สึกนี้มาบรรจบกัน “จะมีลายใหม่เมื่อไหร่ + วาดรูปหนึ่งใช้เวลานานไหม” ก็ทำให้มีคำตอบที่เหมาะสมสำหรับคำถามว่ากว่าจะวาดได้รูปหนึ่ง ใช้เวลานานไหม? นั่นคือนานมาก… เพราะกว่าจะมีโปสการ์ดออกมาใบหนึ่ง ต้องใช้เวลาขบคิดจินตนาการไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าคิดแล้วออกมาเลย แต่ต้องคิดต้องวาดรูปในอากาศ ร่างภาพในความคิด ทำอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะออกมาเป็นภาพต้นแบบ และปรับแก้ภาพในหัวอีกนับเดือนกว่าจะออกมาเป็นภาพร่างโดยใช้ดินสอ กว่าจากภาพดินสอจะถูกวาดเป็นโปสการ์ดอย่างที่เห็นนั้น ไม่ได้มีขั้นตอนต่อเนื่องกันอย่างที่คิด เพราะว่าหลังจากร่างแบบแรกแล้ว ผมจะปล่อยให้่มันตกผลึก “มัน” ในที่นี้คือความคิดและจินตนาการ ซึ่งบางทีก็มีการปรับแก้อีกที และบางทีก็วาดใหม่ยกเลิกรูปเดิมทิ้งไปเลยก็มี และขั้นตอนที่สำคัญที่สุดนั่นคือการวาด แต่ปัญหาคือเมื่อไหร่จะวาด น่าจะเป็นคำถามที่ชัดเจน มันยากมากที่จะบอกว่าเมื่อไหร่จะวาด เหมือนการวาดงานครั้งหนึ่งนั้นต้องใช้สมาธิและความตั้งใจสูงมากๆ ผมมักจะล็อควันเวลาไว้ก่อนจะวาดจริง จะไม่ไปไหนหรือไม่ทำธุระอะไรทั้งนั้น ทั้งๆที่เป็นงานวาดโปสการ์ดการ์ตูน แต่ก็จำเป็นต้องใช้สมาธิและอารมณ์ในการสร้างสรรค์รูปออกมา เพราะว่าโปสการ์ดรูปหนึ่งผมจะวาดครั้งเดียว หมายถึงให้งานจบ ณ ตรงนั้นเลย [...]
หลายวันก่อนในห้องเรียนวิชาเกี่ยวกับ SME ได้มีอาจารย์พิเศษมาสอนให้หัวข้อเกี่ยวกับกฏหมายครับ ซึ่งน่าสนใจมากๆ แต่สิ่งที่น่าสนใจนั้นไม่ใช่ข้อกฏหมาย แต่เป็นประสบการณ์ที่อาจารย์ได้มาเล่าให้ฟังครับ ซึ่งปกติเขาก็ไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำครับ แต่มีความรู้ด้านกฏหมายรวมกับประสบการณ์ทางธุรกิจที่มากมาย จึงเป็นโอกาสที่เราได้มาเจอกัน บทเรียนในห้องที่น่าสนใจ เนื้่อหาที่เล่านั้นมีมากมายหลายหลาก การแบ่งปันประสบการณ์ในการเผชิญปัญหา ทางแก้ สิ่งที่ได้รับ มีอยู่ช่วงหนึ่งแกพูดถึงความรู้สึกถึงการประสบความสำเร็จ และมีความสุขเมื่อได้ทำธุรกิจ ซึ่งแต่ก่อนจะมาทำธุรกิจแกได้ทำงานเกี่ยวกับกฏหมาย ซึ่งก็มีรายได้มากอยู่แล้ว แต่มีเหตุการณ์ทำให้ตัดสินใจเปลี่ยนไปทำธุรกิจครับ โดยแกได้เล่าว่า การทำธุรกิจนั้นทั้งผู้ขายและผู้ซื้อก็มีความสุข คนขาย ขายของได้เงินก็มีความสุข คนซื้อได้ของตามที่หวังก็มีความสุข ผมฟังเนื้อหาเหล่านี้แล้วก็กลับมานึกถึงตัวเองว่าผมเคยมีความรู้สึกเหล่านี้บ้างไหม แล้วมันผ่านมานานแล้วแค่ไหน เรื่องราวที่ย้อนไปถึงอดีต ความรู้สึกยินดีและความสุขของผมเริ่มที่มังกีซ์โกรฟ มันเป็นวันที่แดดตอนบ่ายไม่ร้อนจนเกินไป ผมลองไปขายโปสการ์ดที่จตุจักรโดยตั้งแผงง่ายๆ ที่กางออกแล้วขายได้ทันที ซึ่งผมจำได้เลยว่าลูกค้าคนแรกของผมเป็นผู้หญิงวัยกลางคนหน่อยๆ ซื้อโปสการ์ดของผมไปสองใบ สมัยนั้นยังไม่มีชุดการ์ดและแบบการ์ดให้เลือกมากมายเหมือนตอนนี้ แต่ผมเองก็ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ มันมีความสุขมากๆ การขายงานศิลปะหรืองานฝีมือนั้น ต่างจากงานรับจ้างต่างๆที่ผมเคยทำมา งานที่มาจ้างผมทำ คือเขาต้องการในแบบของเขาจึงมาจ้างผมทำ แต่การขายงานศิลปะคือผมทำขึ้นมาก่อนแล้วเขาสนใจ เขาจึงซื้อ ความรู้สึกที่มีคนซื้อผลงานของเราโดยที่ไม่รู้จักกันมาก่อน..สำหรับศิลปินด้อยประสบการณ์อย่างผม ถือว่าเป็นความรู้สึกปลาบปลื้มจนยากจะลืม ปัจจุบันผมไม่ค่อยมีเวลาหรือมีความคิดไปขายตามสถานที่ต่างๆแล้วเพราะเวลาและโอกาสนั้นไม่ค่อยจะอำนวยเท่าไหร่ จึงขายเฉพาะสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ซึ่งผมก็ยังมีความสุขทุกครั้งที่มีรายการสั่งซื้อเข้ามา จำนวนการสั่งหรือรายได้คงไม่สำคัญเท่า การที่ผลงานของผมนั้นได้อยู่ในมือของคนที่ชอบและเห็นคุณค่าของมัน.. สวัสดี
หลังจากที่มังกีซ์โกรฟไปฝากขายโปสการ์ด ที่ร้านไปรษณีย์ แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วันนี้เอารูปมาให้ดูเพิ่มครับ บรรยากาศภายในร้านครับ มีชั้นการ์ดขนาดใหญ่แขวนไว้อยู่ที่ผนัง มีโปสการ์ดและการ์ดมากมายหลายแบบหลายโอกาศให้เลือกซื้อและเขียนส่งกันได้ภายในร้านเลยครับ มังกีซ์โกรฟโปสการ์ด ก็นำการ์ดปีใหม่ไปวางขายกับเขาด้วย แต่ตอนนี้หมดช่วงปีใหม่ไปแล้ว เดี๋ยวก็จะเอาการ์ดวาเลนไทน์ไปขายแทนแล้วครับ เพราะตอนนีก็ใกล้ช่วงเทศกาลวาเลนไทน์เข้าไปทุกที ตอนนี้ผมก็กำลังเตรียมการ์ดวาเลนไทน์ไว้ให้ลูกค้าทุกท่านครับ ลายไหนหมด แบบไหนขาดก็จะผลิตเพิ่มมาเติมให้เต็ม เวลาสั่งซื้อมาแล้วหมดจะได้ไม่ต้องลำบากเลือกลายใหม่ เอาเป็นว่าอยากได้การ์ดวาเลนไทน์ลายไหนแบบไหนก็เลือกกันเข้ามาเลยครับ หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 084-645-7654 เวลาตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น (8.00-16.00) หรือส่งอีเมล์สอบถามได้ที่ monkiezgrove@hotmail.com ได้ครับ สวัสดี
เตรียมออกร้านมังกีซ์โกรฟ งานปล่อยแสง 5 มากับงานล่าสุดกันเลยต่อเนื่องมาจากงานสีสรรกรุงเทพ ทำให้การเตรียมตัวครั้งนี้ ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมายเหมือนครั้งก่อนที่งานสีสรรกรุงเทพ เพราะหลายๆอย่างได้พร้อมอยู่แล้ว วันที่จัดงานคือ 26 – 27 ธันวาคม 2552 เวลา 11.00 – 21.00 น. ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (ตรงข้ามมาบุญครอง) และชื่อหัวข้องานเต็มๆว่า เทศกาลปล่อยแสง 5 ตอน มหกรรมเครือข่ายดนตรี ดูหัวข้อแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับมังกีซ์โกรฟโปสการ์ดกันซักเท่าไหร่เลยครับ แต่เราติดต่อไปแล้วทาง TCDC ตัดสินใจให้โอกาสนี้มาครับ เราก็ยินดีรับไว้ด้วยความเต็มใจกันอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว เพราะจะได้ขายต่อเนื่องจากงานสีสรรกรุงเทพกันไปเลย อารมณ์จะได้ต่อเนื่อง สำหรับงานปล่อยแสงนี่ก็เป็นงานที่จัดกันมาหลายครั้งแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 ผมรู้จักงานปล่อยแสงครั้งแรกที่ TCDC เพราะวันนั้นไปงานสัมมนา Thailand Creative Content ตอนเช้าถึงบ่ายแล้วพอตอนเย็นก็มีงาน คิด ทำ กิน ต่อกันเลย ตอนนั้นมีการโปรโมตปล่อยแสงครั้งที่สองอยู่ แต่ผมไม่ได้ไปหรอกครับ พอดีติดธุระ เอาเป็นว่าง่ายๆเลยคือได้ยินแต่ข่าวกับดูรูปเกี่ยวกับงานปล่อยแสงนี้มานิดหน่อยเท่านั้นเอง ครั้งนี้เลยต้องขอลองด้วยตัวเองสักหน่อย การเดินทางสำหรับครั้งนี้นั้นไม่ยากเลย แทบจะไม่ต้องเตรียมเรื่องสถานที่กันมากมาย เพราะเราเคยมีประสบกาณ์ไปขายที่ตลาดนัดศิลปะหน้าหอศิลป์วันเสาร์มาครั้งหนึ่งแล้ว ที่นี่ถือว่าสะดวกทั้งการขนย้ายและการเดินทางเลยทีเดียว [...]