| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
หลังจากที่ลองแยกเนื้อหาต่างๆออกไปเป็นบล็อกหลักของตัวเองแล้ว เช่น บล็อกกระบองเพชร หรือบล็อกบอนสี ทีนี้ก็มาถึงคิวเรื่องที่หลายๆคนคงจะสนใจไม่น้อย นั่นก็คือเรื่อง… กิน แน่นอนว่าในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่ต้องทำทุกวันคือต้องกิน จะกินน้อยกินมาก กินถูกกินแพงยังไงคนเราก็ต้องกินเพื่อเอาพลังงานมาดำรงชีวิต ผมก็คิดอยู่นานว่าจะทำบล็อกให้เสร็จเลยดีรึเปล่า แต่ถ้าไม่ทำ เรื่องกินที่อยากจะพิมพ์เป็นบทความก็คงจะล้นทะลักเหมือนบล็อกกระบองเพชรที่มีเรื่องราวมากมายเขียนไม่หมดสักที สุดท้ายก็เลยทำบล็อกเกี่ยวกับอาหารการกินขึ้นมาหนึ่งบล็อก นั่นก็คือ Food & Drink ซึ่งก็อยู่ในเว็บไซต์ Dinp (www.dinp.org) ของผมเอง อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้เว็บไซต์ Dinp ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก (“ Dinp Major Change อัพเดทยกเครื่องใหม่! “) เพื่อรองรับเนื้อหาอันมากมายที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งเรื่องกินเรื่องดื่มนี่แหละผมว่าน่าจะเขียนสนุกพิมพ์สนั่น เมื่อเราพิมพ์บทความเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เหมือนเรานำมากินอีกรอบเลยทีเดียว ความรู้สึกเมื่อครั้งได้กินดื่มเหล่านั้นย้อนมา นอกจากจะได้เล่าเรื่องและยังจะได้ย้ำรำลึกอีก ตามไปอ่านกันได้ที่ Food & Drink : DINPersonal
หลายวันก่อนผมได้ฟอเวิร์ดเมล์มาครับ เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาให้อ่านกันดู ทั้งหมดนี้ผมยังไม่เคยลองพิสูจน์ดูแต่มันก็น่าสนใจนะครับ หัวจรดเท้า รักษาเองได้ ก่อนไปหาหมอ ๑. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัว ตับพังก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ ๑๐ กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว ๒. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ ๓. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกินกระเทียม, หอม, พริกให้มากเข้าไว้ ๔. ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี) ๕. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน ๖. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่, หอมแดง, ต้นหอมและเอาหอมซุกไว้ใต้หมอน ๗. นอนไม่หลับ ตักน้ำผึ้งกินก่อนนอนสักวันละ ๒ ช้อนโต๊ะ ถ้าหาน้ำผึ้งไม่ได้ใช้น้ำตาลทราย [...]
ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องอาหารการกินมานานมาก เพราะชีวิตประำจำวันที่ดำเนินไปก็กินเหมือนเดิมๆบ่อยๆจนไม่น่าจะสนใจเท่าไหร่… เมื่อวานก่อนที่ผ่านมานั้น ผมได้ไปกินหมูกะทะแห่งหนึ่งซึ่งไม่ไกลบ้านมากๆครับ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้กินหมูกะทะสักเท่าไหร่ อาจจะเพราะหมดเทรนแล้วก็ได้ ไม่ก็ร้านหมูกะทะมันทยอยๆปิดไปตามกระแสสังคม จริงๆมันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่ครับ เพราะสิ่งสำคัญคือคนที่เราจะไปนั่งกินด้วย หมูกะทะเนี่ยไอ้การจะไปกินคนเดียวมันก็คงจะน่าเบื่อไม่น้อย ผมเริ่มมองหมูกะทะเป็นกิจกรรมบันเทิงมาสักพักแล้ว เพราะนอกจากเราจะได้กินแล้ว เราก็ยังได้รับความบันเทิงจากหลายๆอย่างเช่น แย่งเพื่อนกิน แย่งชาวบ้านตักอาหาร ปรุงน้ำจิ้ม ระวังไม่ให้เนื้อตกน้ำ การรอว่าเมื่อไหร่มันจะสุก มีอะไรหลายๆอย่างมากมายให้คิดระหว่างกินหมูกะทะ แค่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะสุก แล้วเมื่อไหร่ที่มันสุกแล้วหยิบมาจิ้มน้ำจิ้มกินมันจะอร่อยขนาดไหน คำแรกนั้นสำคัญมากๆเลยทีเดียวถ้าปิ้งไม่สุกหรือแข็งไปก็ไปมันก็คงจะไม่ประทับใจเท่าไหร่ ยังรวมไปถึงชิ้นหลังๆด้วยว่าจะตรงใจเราหรือผิดพลาดเหมือนชิ้นแรกๆ ที่ผมไปกินนี่มีกุ้งด้วยครับ ขนาดที่ว่ากินหมูกะทะปกติมันก็บันเทิงจะแย่อยู่แล้ว มีกิจกรรมกันเยอะมากระหว่างกิน เช่นต้องเดินไปตัก ย่างให้ทัน กินให้ทัน และเดินไปตักใหม่ นี่ยังไม่รวมถึงทิศในการนั่งว่านั่งได้ถูกโฉลกตัวเองรึเปล่าเช่นคนที่มีจิตอาสาควรนั่งใกล้ๆน้ำแข็งครับ เพราะถ้านั่งไกลแล้วไม่ได้บริการเพื่อนๆก็คงจะหงุดหงิดตะขิดใจกันไม่น้อย มาถึงเรื่องกุ้งกัน จริงๆผมเป็นโรคเบื่ออาหารทะเลพิกลครับช่วงนี้ เป็นมาหลายเดือนแล้วครับ เพราะอะไรไม่รู้อาจจะเพราะว่าเวลาได้กินแต่ละทีมันมีมาแบบกินกันไม่หมด กินเข้าไปอีก กินเข้าไป …เป็นนี้เป็นต้น จริงๆความบันเิทิงของปู&กุ้งสำหรับผม ก็คงมีแค่ความยากง่ายในการกินนี่แหละครับ ปูที่ไม่ได้แกะเองก็ไม่ค่อยสนุก กุ้งที่ไม่แกะเองก็เป็นแค่กุ้ง ความบันเทิงของมันไม่มีอยู่ในตัวเลย ส่วนเรื่องรสชาิิติหรือรสสัมผัส สำหรับผมแล้วไม่มีผลสักเท่าไหร่ เพราะเวลานึกถึงกุ้งหรือปูนี่มันไม่นึกถึงรสของมันเท่าไหร่เลยนะ กลับมาเรื่องกุ้งที่ร้านนี้กัน ที่ร้านจะมีกุ้งให้ตัก เป็นกุ้งเด็กครับ ย่างแล้วตัวเล็กน่ารักคล้ายกุ้งแห้่ง แต่เราก็ยังสนุกที่ได้กินมันครับ แต่ร้านนี้ยังมีทีเด็ดอีกนั่นคือ การให้ลูกค้าจับกุ้งสดๆมากิน อ่านแล้วบันเทิงสุดๆเลยใช่ไหมครับ [...]
จุ๊บเช้านี้ เป็นอีกวันที่มันจะชอบมานอนรอหน้าประตูบ้าน และเมื่อเปิดประตูไป บานประตูก็จะไปถูไถกับพุงอ้วนๆ ที่มีขนฟูๆของมัน วันนี้จุ๊บรออยู่หน้าประตูเหมือนเดิม ผมเปิดประตูไปครึ่งหนึ่ง แล้วหยุดอยู่ที่กลางตัวมัน หวังว่ามันจะลุกออกไปเอง แต่วันไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ มันก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้น อยู่อย่างที่ประตูพาดผ่านหลังแมวหมู ดูแล้วนึกขำในใจ เราจะมาดูอาการของมันกัน หลังจากมันถอยมาแล้วผมก็ไปเก็บของที่รถ และมองดูอาการของมันไปด้วยในเวลาเดียวกับ ภาพที่ปรากฏคือแมวที่เพิ่งตื่นสามารถหิวได้ทันที มันลุกขึ้นมาพร้อมเลียปาก แสดงอาการเตรียมพร้อมที่จะกินอย่างเต็มที่ทีเดียว สุดท้ายพอเก็บของเสร็จก็ไปเท อาหารเช้าให้แมวที่หิวโหยเป็นพิเศษได้กินกัน สวัสดี
กะเพรา เป็นพืชผักที่อยู่คู่คนไทยมานาน ไม่ว่าร้านไหน ยังไงก็ต้องมีกะเพรา… วันนี้ผมไปกินกะเพราหมูกรอบพิเศษหน้าปากซอยอีกครั้ง และกลับมาดูกะเพราที่ปลูกไว้ที่บ้าน ซึ่งปลูกไว้นานพอดูแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขียนไว้ตอนที่แล้ว ” ปลูกผักสวนครัว ” สำหรับต้นอื่นนั้น กลายเป็นปุ๋ยไปหมดแล้วครับ เหลือแต่กะเพรา ที่ดูเหมือนว่าตอนแรกจะไม่รอด แต่ไปๆมาๆ ต้นที่ยังรอดอยู่ และมีทีท่าว่าจะโตให้ได้กินได้ก็มีแค่กะเพรานี่แหละครับ ปกติแล้วเวลากินผัดกะเพรานั้นหลายๆคน คงจะมีกะเพราในอุดมคติแตกต่างกันไป สำหรับผมนั้น กะเพราที่ดีต้องมีแต่ใบกะเพราะครับ ใบกะเพรากับ เนื้อ หมู ไก่ ปลาหมึก กุ้ง หมูกรอบ อะไรก็ได้ครับ แต่สิ่งที่ไม่อยากให้มีเลยคือ ถั่วฝักยาวครับ หลายๆร้านจะชอบใส่มาให้มันดูเยอะๆครับ แต่ผมไม่ชอบมันเอามากๆ แต่ถ้าใส่มาก็กินครับ ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่ชอบ คงเพราะเวลาไปกัดมันเข้าแล้วเหมือนจะเสียวฟัน หรือไม่มันก็เป็นสัมผัสที่ผมไม่อยากจะสัมผัสมันนั่นแหละ การใส่ถั่วฝักยาวหั่นชิ้น แม้จะทำให้ดูมีปริมาณของกับข้าวมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้มากขึ้นเลย เพราะเขาไปลดปริมาณกะเพรา และ เนื้อสัตว์ที่ควรจะได้ ในค่าใช้จ่ายที่เราได้จ่ายไปนั่นเอง ส่วนใหญ่ร้านไหนที่ผัดถั่วฝักยาวใส่ให้ผมก็จะเลือกไม่ไปกินครับ ถึงจะไปกินก็จะสั่งอย่างอื่น เพราะถ้าไม่ให้เขาใส่เหมือนเดิมที่พ่อครัวแม่ครัวเขาเคยทำรสมันจะพิลึกๆไปได้ สำหรับตอนนี้แล้วจริงๆก็คงจะไม่มีอะไรนอกจากเรื่องกะเพราครับ ผัดกะเพราต้องมีใบกะเพราเยอะๆครับ ถ้าต้นกะเพราที่ปลูกไว้โตเมื่อไหร่จะขยายพันธุ์อีกให้เยอะเลย จะได้เอาไปให้เขาผัดให้กิน win win [...]