| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
มาจนถึงวันนี้ก็ได้ทำสิ่งที่ควรจะทำทั้งหมดแล้ว สิ่งที่พยายามผ่านพ้นมาตลอดทั้งสองปีกว่าๆนี้ ถึงวันนี้เรียกได้ว่าผ่านพ้นไปแล้ว… ก่อนหน้านี้ผมค่อนข้างสับสนวุ่นวายในชีวิต กิจกรรมที่หลากหลายพาให้กิจกรรมหลักนั้นปั่นป่วน อ่านย้อนได้ในตอน “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง” ซึ่งมีเนื้อหาโดยสรุปได้ว่า ผมจะหยุดทุกอย่างเหลือแค่เรื่องเรียนเท่านั้น จนกระทั่ง… จนกระทั่งตอนนี้ผมได้ทำทุกกิจกรรมที่จะทำให้ผมเรียนจบแล้ว ปริญญาโท ใบนี้ใช้เวลาสองปีกว่าๆ ผมเองจำเวลาแน่นอนไม่ได้เหมือนกัน แต่มันก็ทำให้วิถีชีวิตของผมเปลี่ยนไปได้มากพอสมควร พฤติกรรมของผมเปลี่ยนไปในทางลบ นั่นคือความขยันของผมหายไปอาจจะเพราะการขาดสมาธิในระยะยาวทำให้ผมไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นานๆเหมือนเคย เนื่องจากกิจกรรมอันมากมายในชีวิตนั่นเอง จนตอนนี้ ผมเองได้รับรู้ด้วยตัวเองแล้วว่าผมเรียนจบแล้ว กิจกรรมเกี่ยวกับการเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวไปเรียนทุกเย็น การอ่านหนังสือ การติวหนังสือ การทำวิจัยอิสระ หรือการรอสอบคอมพรีฯ ต่างๆก็จะหายไปจากชีวิตผมอย่างสิ้นเชิง จนวันนี้ผมเองยังปรับตัวให้เป็นเหมือนตัวเองก่อนที่จะเริ่มเรียนไม่ได้ ผมจำภาพของตัวเองที่เคยตื่นตั้งแต่ 6 โมงลุกขึ้นมาทำงานและนอนเที่ยงคืนกว่าๆได้ แต่จะให้ทำตอนนี้มันเหมือนกับสิ่งที่เลือนลางและห่างไกลกับความจริงเหลือเกิน แม้ว่าในความจริงๆแล้ว ภารกิจหลังเรียนจบของผมนั้นหนักหนากว่าการเรียนมากนัก… ผมคงต้องรอให้เวลาผ่านไปสักพัก ให้เวลากับการปรับตัวก่อนที่พายุลูกใหม่จะมาถึงอีกครั้ง สวัสดี
ณ วันนี้ดูเหมือนจะมีกิจกรรมที่หลายอย่าง ดูจะสับสนในชีวิตพิกล การมีกิจกรรมและงานที่หลากหลายดูจะเป็นข้อดีในชีวิต แต่ในปัจจุบันนั้นความหลากหลายเหล่านั้นกลับมาเล่นงานผม ในวันหนึ่งผมมีสมาธิอยู่ปริมาณหนึ่ง แน่นอนมันสามารถเพิ่มเป็นอนันต์ได้ถ้าหากผมฝึกบ่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วกิจกรรมหลายๆอย่างนั้น ทำให้ผมกลายเป็นคนสมาธิสั้นไป การรับข้อมูลข่าวสาร จากทุกๆมุมของเรื่องที่สนใจ มีผลทำให้เราไขว้เขวไปจากเรื่องที่กำลังจดจ่อหรือมุ่งมั่นอยู่ ครั้นไอ้การจะไม่สนใจก็ดูจะเป็นการยากไปหน่อยเพราะส่วนใหญ่กิจกรรมเหล่านั้นก็มักจะอยู่รอบๆ หรือปนอยู่ในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว ก็คล้ายๆกับกินกาแฟตอนเช้า แปรงฟันก่อนนอนอะไรอย่างนั้น แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป… แน่นอนว่าถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ผมเองสามารถควบคุมความหลากหลายของตัวเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับมัน จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ ณ จุดนี้ที่กำลังพิมพ์อยู่นั้นเป็นเวลาของเทอมสุดท้ายในการเรียนปริญญาโท ของผม ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยจะถนัดนัก นั่นคือการวิจัยเชิงสถิติและบรรยายในรูปแบบวิชาการ ผมเองเรียนศิลปะมา ผมคิดว่าศิลปะเหมือนจักรวาล ไม่มีขอบ ไม่มีสูงสุด ไม่มีต่ำสุด ความคิดผมจึงไม่เคยมารูปแบบหรือกรอบใดๆทั้งนั้น มันกลายเป็นทัศนคติ กลายเป็นนิสัย และกลายเป็นอนาคตของผมไปในเวลาเดียวกัน แต่ในปัจจุบันนี้ผมจำเป็นต้องทำตามกฏเกณ หรือรูปแบบ หรือ แบบทดสอบใดๆก็ตามที่จำเป็นต้องผ่านไปให้ได้ การเปลี่ยนมุมมองที่เคยมีนั้น ไม่ยากเท่ากับการเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำกิจกรรมอย่างหลากหลายในแต่ละวัน สถานการณ์เปลี่ยนคนก็ต้องเปลี่ยน เมื่อสถานการณ์บีบคั้นกว่าที่คิด ผมจึงจำเป็นต้องตัดสินใจ และเข้าใจสภาพที่ตัวเองเป็นอยู่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะจำได้ ผมนึกถึงประโยคหนึ่งได้ในขณะที่ตั้งสมาธิ “เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง” ประโยคนี้พุ่งเข้ามาในหัวผมทันที โชคดีที่ผมเคยได้ยินและได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับความหมายของประโยคนี้ ผมเองชินกับความหลากหลาย จนขาดความสามารถในการจดจ่อในสถานการณ์ที่จำเป็นเช่นนี้ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ [...]
ครบรอบกันอีกแล้วสำหรับ มังกีซ์โกรฟ ปีนี้ก็ครบรอบ 4 ปีแล้ว แม้ว่าหลายสิ่งที่มังกีซ์โกรฟสร้างสรรค์ในปีนี้จะไม่มากเท่าปีก่อนๆ แต่เราก็จะเดินต่อไป!! วันครบรอบของมังกีซ์โกรฟก็จะเป็นวันที่ 9 กุมภาพันธ์ (9 February) ของทุกปีนะครับ สำหรับปีนี้ก็เป็นวันครบรอบ 4 ปีนั่นเอง MonkiezGrove 4th Anniversary สำหรับครบรอบปีที่ 4 นี้ มังกีซ์โกรฟก็คงจะไม่มีกิจกรรมอะไร เพราะผู้วาดติดสารพัดงาน ซึ่งช่วงกลางปี – สิ้นปีก็คงจะมีผลงานใหม่ๆออกมาให้เห็นกัน
วันนี้เป็นวันปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นวันวันหนึ่งที่ผ่านจุดเปลี่ยนของปีมาแล้ว มันเป็นวันที่มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ ผมคิดว่าเราโชคดีมากที่มีวันปีใหม่ เพราะว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่คุณสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆได้โดยใช้วันปีใหม่นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวเดินใหม่อีกครั้ง เหมือนกับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปีนี้และเป้าหมายก็คือปีหน้า เราเดินทางกันข้ามปีแบบนี้มานานแล้วซึ่งเป้าหมายของแต่ละปีของแต่ละคนก็คงจะต่างกันออกไป… หลายคนอาจจะเคยคิดว่า..ปีใหม่? “แล้วยังไง?” มันก็เพียงแค่วันข้ามวัน ซึ่งผมก็เคยคิดแบบนี้ครับ แต่เมื่อผมได้เติบโตขึ้น ผมกลับมองมันเป็นโอกาสที่ไม่ควรจะมองข้ามมันไป ถ้าเราไม่มีวันปีใหม่ เราก็อาจจะจมอยู่กับกิจกรรมเดิมๆ มองวันเวลาเพียงวันผ่านวันแบบเดิมๆ แล้วยังไง? สิ่งที่ผมคิดตอนนี้คือทำอย่างไรให้วันขึ้นปีใหม่มีคุณค่าที่สุด สำหรับผมนั้นไม่ใช่การฉลอง การสังสรรค์ เฮฮา หรือความสงบ วันปีใหม่สำหรับผมคือวันที่ผมจะตั้งเป้าหมายใหม่ ( Set Goal) และคิดว่าปีนี้จะทำอะไร (Mission) เพื่อจะตอบโจทย์เป้าหมายของชีวิต ( Vision ) อันนี้ให้ความหมายแบบคนเรียนมาหน่อยนะครับ พอดีเรียนมากลัวว่าไม่ใช้นานๆแล้วเดี๋ยวจะลืม พาลสอบตกเอาได้ง่ายๆ สำหรับตอนนี้ผมคงจะเกริ่นไว้เท่านี้ เป็นเพียงบทความนำทางเผื่อคนที่ว่างๆไม่มีอะไรทำในวันปีใหม่ ก็ลองนั่งจินตนาการถึงชีวิตตัวเองดูนะครับ สวัสดี
สวัสดีปีใหม่ 2555 สวัสดีปีใหม่ 2555 สวัสดีปีมังกร สวัสดีปีใหม่ผู้เยี่ยมชมบล็อกทุกท่าน!! ผมอาจจะสวัสดีปีใหม่เร็วไปนิดหน่อยสำหรับในปีใหม่นี้ นี่ก็ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้วสวัสดีไว้ก่อน เพราะกลัวว่าวันปีใหม่อาจจะไม่ว่างก็ได้ และด้วยความว่างในตอนนี้ก็เลยพิมพ์สวัสดีกันเสียเลย ปีใหม่ปีมังกรทองที่กำลังจะถึงนี้ อาจจะเป็นปีที่หลายคนไม่ได้สนใจเรื่องเฉลิมฉลองกันมากนัก เพราะในหลายๆพื้่นที่สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับบรรยากาศในบ้านเราก็ยังดูชุลมุนกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตหลังน้ำลดกันมากพอสมควร ซึ่งจริงๆแล้วปีใหม่สำหรับผมนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องงานสังสรรค์ งานฉลองสักเท่าไรนัก แต่เป็นการคิดเรื่องว่าปีใหม่นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะออกวิ่งอีกครั้ง เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ปรับทัศนคติใหม่ๆอีกครั้ง ปีใหม่เป็นโอกาสที่จะทำอะไรดีๆ หลายๆ อย่าง และมีกิจกรรมดีๆ มากมายที่ไม่ได้มีในวันปกติ เช่นการสวดมนต์ข้ามปี ผมว่ามันยอดมากเลย เพราะเป็นกิจกรรมที่ทำที่บ้านก็ได้ แถมยังสะดวกปลอดภัยอีกด้วย เป็นการข้ามปีที่ดูจะเรียบง่ายกับชีวิตมากกว่าไปฉลองโต้รุ่งกันที่ไหนสักที่ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ ความเสียหายหรืออุบัติเหตุในช่วงปีใหม่นี้ อาจจะไม่ได้เกิดจากความประมาทเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าเพราะเรานั้นเคลื่อนไหวกันมากเกินไป เมื่อทุกคนเคลื่อนไหวมากกว่าความปกติ ของชีวิตประจำวัน ก็อาจจะเกินความพอดีไปได้ และเมื่อทุกๆ คนเกินความพอดี โอกาสแห่งอุบัติเหตุก็คงจะตามมา และในวันปีใหม่นี้… ภาวนาขอให้ทุกท่าน มีความปกติสุขในวันปีใหม่ และวันต่อๆไปข้างหน้า สวัสดี