Advertise
| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ขึ้นชื่อว่าน้ำท่วมแล้ว ใครๆก็คงจะรู้จักกับความน่ากลัวของมันดี น้ำท่วมนั้นมีหลายระดับ ระดับเข่า ระดับเอว หรือระดับอกจนมิดหัวเลยก็เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะท่วมขนาดไหนๆมันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่วันนี้จะไม่ได้มาพิมพ์เกี่ยวกับระดับน้ำ แต่จะมามองการป้องกันน้ำท่วมในอีกมุมหนึ่งกัน การป้องกันน้ำท่วมระดับต่างๆ การป้องกันน้ำท่วมระดับบุคคล เอาง่ายๆว่าเป็นการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมหัว หรือจมน้ำนั่นเอง เราควรจะมีทักษะการว่ายน้ำหรือการเอาชีวิตรอดเบื้องต้นให้ได้ก่อน เมื่อเอาชีวิตตนรอดปลอดภัยดีแล้วค่อยคิดหาทางช่วยคนอื่นครับ การเป็นช่วยคนอื่นทั้งๆที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้นั้น อาจจะเกิดผลเสียที่คาดไม่ถึงขึ้นมาก็ได้ แต่ถ้ารอดคู่ก็ดีไป การป้องกันน้ำท่วมระดับครอบครัวหรือบ้าน พอมั่นใจในการปกป้องตัวเองได้แล้วก็มามองระดับบ้าน ว่าจะป้องกันบ้านหรือที่อยู่อาศัยอย่างไร คนในบ้านจะอยู่อย่างไร เราสามารถป้องกันน้ำท่วมบ้านได้ระดับไหน และอะไรที่สำคัญที่สุดที่ควรจะป้องกันเป็นอันดับแรก สิ่งของบางอย่างอาจจะหาซื้อใหม่ได้ แต่บางอย่างหาได้ยาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละครอบครัวในการรักษาสิ่งของต่างๆ ก่อนน้ำจะท่วม การป้องกันน้ำท่วมระดับชุมชน เมื่อบ้านเข้มแข็งเราก็มามองระดับชุมชนหรือหมู่บ้าน การช่วยเหลือกันในหมู่บ้านจะทำให้เกิดความสามัคคีในระยะยาว รวมทั้งเป็นการป้องกันปัญหาในระดับเล็กๆก่อนหน้านี้ด้วย ชุมชนหรือหมู่บ้านอาจจะรวมตัวกันหาวิธีป้องกันน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าหลายหัวดีกว่าหัวเดียว และการจะทำให้สำเร็จจำเป็นต้องมีหัวเดียวที่นำพาหลายหัว นั่นคือผู้นำหรือผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง ดังนั้นการมีผู้นำชุมชนที่แข็งแกร่งนั้นจะสามารถพาชุมชนผ่านปัญหา หรือป้องกันได้ดี การป้องกันน้ำท่วมระดับภูมิภาค เมื่อชุมชนแข็งแกร่ง เราจะเห็นภาพกว้างขึ้นว่าชุมชนไหนมีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไรบ้าง แน่นอนว่าการอยู่ชุมชนเดียวอาจจะมีทรัพยากรไม่พอ ในเมื่อการรวมพลังนั้นถือเป็นพลังอำนาจที่ไม่มีขอบเขตยิ่งรวมยิ่งมาก ดังนั้นการเชื่อมข่าวสารระหว่างชุมชนจะทำให้การป้องกันแน่นหนาขึ้นหรือ สามารถหาทางออกให้กับหลายๆชุมชนได้ดีขึ้น การป้องกันในระดับภูมิภาคซึ่งมีหลายจังหวัดหลายชุมชนรวมเข้าด้วยกันนั้น จำเป็นต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่งและการรวบรวมข่าวสารที่แม่นยำ เพราะการป้องกันในระดับภูมิภาคนั้นจำเป็นต้องใช้ข้อมูลและความร่วมมือจากหลายฝ่าย การป้องกันน้ำท่วมระดับประเทศ มาถึงระดับใหญ่ที่สุดเท่าที่จะมองเห็นกัน นั่นคือระดับประเทศ เพราะปัญหาที่เกิดในมุมหนึ่งของประเทศก็มักจะกระทบส่วนต่างๆของประเทศไปเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม อาจจะทำให้มีคนว่างงานและตกงานในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งจะนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน [...]
วันนี้ระหว่างกำลังจัดต้นไม้หน้าบ้าน ให้มันเป็นระเบียบมากขึ้นโดยการย้ายกระถาง ใส่รวมกันในกระถางใหญ่กระถางเดียวนั้น ก็มีผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมาทักทาย คำถามที่น่าสนใจคือผมจบเกษตร มาหรือปล่าว? นั่นหมายถึงจบเกษตรกรรมนะครับ เพราะผมอาจจะดูจริงจังกับต้นไม้มากก็ได้ ภาพที่เห็นเลยเป็นอย่างนั้น ก็ตอบลุงแกไปว่าเรียนบริหารครับ แกก็บอกว่าดูไม่ค่อยเข้ากันอะไรประมาณนี้ครับ ความไม่เข้ากัน… ก็จริงอยู่นะ ชีวิตผมทำอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ค่อยเข้ากัน ในสายตาคนอื่น ซึ่งปัจจุบัน ทักษะของผมนั้นหลากหลายจนเกินจะบอกว่าแท้จริงแล้ว ผมเก่งอะไรกันแน่ ผมวิจัยต้นไม้เป็นส่วนตัว ผมเรียนศิลปะ ผมทำอนิเมชั่น ผมทำเว็บไซต์ ผมพิมพ์บทความมากมาย นั่นคือสิ่งที่ผมทำได้ และแน่นอนว่าวิชาบริหารที่ผมเรียนนั้นก็จะมาช่วยให้ทุกอย่างเข้ากันดีมากขึ้น ทุกอย่างเหมือนส่วนผสมที่ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามนำมาปรุงให้ได้ แน่นอนว่าถ้าเมนูนี้ออกมามันต้องเป็นเมนูใหม่ของโลกอย่างแน่นอน ดังนั้นผมคิดว่าผมควรจะทำมันต่อไป การสร้างความถนัดเฉพาะด้าน? คงจะดีถ้าผมเก่งอะไรจริงจังสักอย่างหนึ่ง ก็คงจะพูดให้ใครๆเขาเข้าใจได้ง่ายว่าผมนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ตัวผมเองไม่ได้ต้องการ ความถนัดเฉพาะด้านคือสิ่งที่สังคมต้องการ เขาต้องการให้เราเป็นแรงงานในส่วนใดส่วนหนึ่งและผลักดันสังคมไป …แต่ปัญหาคือไปในทิศทางไหน? ผมเองคิดว่าตนเองนั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานให้กับใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่อยากเป็นคนที่ทำงานให้ครอบครัวๆหนึ่งรวย แล้วใช้ชีวิตไปแบบที่สังคมเป็น นั่นคือผมไม่ได้คิดว่าตนเองนั้นเป็นฟันเฟืองในสังคมที่กำลังขับเคลื่อนอยู่แม้แต่น้อย ผมเกิดมาทำไม เพื่ออะไร ผมจำเป็นต้องหาคำตอบนี้ด้วยตนเอง แต่ที่ผมรู้แน่ๆแล้วนั่นคือ ผมไม่ได้เกิดมาแล้วตายไปแบบหนุ่มออฟฟิศแน่นอน ที่บอกนี่ไม่ได้หมายความว่าผมมองมันไม่ดี แต่ผมแค่มองว่ามันดูไม่เข้ากับตัวเองเท่านั้นเอง และเมื่อเกิดความคิดแบบนั้น ผมจึงเลือกเดินหนทาง อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ( Freelance ) นั่นก็เพื่อตามหาความไม่เข้ากันที่เหมาะสมกับผมนั่นเอง ความหลากหลายที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ [...]
หลังจากที่ได้แยกบล็อกออกมาเป็นหลายๆ บล็อกตามเนื้อหา ผมก็ยังมั่นใจว่ามันยอดเยี่ยมมาก เพราะทำให้ผมเองลดความสับสนในการอัพเดทเนื้อหาตามไปด้วย เรื่องเที่ยวๆ หรือการท่องเที่ยวแต่ละครั้งนี่ ผมคิดว่าใครหลายๆคนก็คงจะอยากเล่า อยากบันทึกความทรงจำไว้สักที่หนึ่ง ผมเองก็เป็นนักท่องเที่ยวคนหนึ่งเหมือนกันที่ต้องการบันทึกเรื่องราวท่องเที่ยวของผมเก็บไว้ มีข้อดีมากมายที่เกิดจากการบันทึก อย่างน้อยถ้าผมความจำเสื่อมก็สามารถกลับมาอ่านเรื่องราวของตัวเองได้ครับ เห็นไหมว่ามันยอดเยี่ยมจริงๆ การบันทึกได้เนี่ย ประสบการณ์การท่องเที่ยวของผมนั้น คิดว่ามีไม่มาก แต่ผมมั่นใจว่าหลังจากสร้างบล็อก Travel Experience นี้ขึ้นมาแล้ว การเที่ยวและการใส่ใจเวลาท่องเที่ยวของผมจะมากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน Travel Experience เป็นชื่อที่ผมใช้เป็น Title ของบล็อก คำว่า Travel Experience ผมคิดว่าเหมาะกับบล็อกท่องเที่ยวของผมมาก เพราะเป็นการถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยว โดยตรงลงสู่บล็อกโดยไม่ต้องผ่านสื่อใดให้มากมาย ดังนั้นผู้อ่านจะได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวจากผมไป ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน และแม้ว่าตอนนี้เว็บไซต์ Travel Experience นั้นจะเริ่มเปิดและยังไม่ค่อยมีบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมากนัก แต่มันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป เข้าชมเว็บไซต์ : Travel Experience สวัสดี
หลังจากที่ผมได้ปรับปรุงเว็บไซต์ Dinp ให้มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นแล้ว Dinh Blog แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Dinp ด้วย ซึ่งแม้ว่าตอนนี้เนื้อหาที่มีดูจะมากมายหลากหลาย แต่มันก็ยังไม่เท่ากับที่ผมคิดไว้ เมื่อตอนแรก และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงเลือกที่จะไปเปิดบล็อกใหม่แทนที่จะพิมพ์บทความในบล็อกนี้ให้มันหลากหลาย นั่นเพราะบางครั้งอะไรๆก็มากเกินไปจนไปทำลายความหลากหลายที่มี เช่นตอนศึกษาบอนสี จนกระทั่งมาศึกษากระบองเพชรนี่แหละครับ เนื้อหาของ Dinp จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวคิดของ DINPerspective ซึ่งคุณสามารถติดตามได้ในเว็บไซต์ Dinp ครับ เข้าชมเว็บไซต์ : DINPerspective
วันนี้ผมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับน้ำท่วมเหมือนเคยครับ เพราะต้องคอยระวังที่บ้านไว้ด้วย และอีกอย่างคือวันนี้จะออกไปซื้อของด้วยก็เลยต้องตามข่าวกันติดหนึบหน่อย ข่าวสารเนี่ยมันเป็นข้อมูลครับ ยิ่งฟัง ก็ยิ่งคิด ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด คนเราบางทีก็รับข้อมูลบางอย่างเข้าสมองมากเกินจำเป็นครับ การคัดกรองข่าวสารที่จำเป็นเพียงเล็กน้อยจากข้อมูลข่าวสารจำนวนมากเกินจำเป็น (Snow job คำนี้ผมได้มาจากการเรียน Negotiate และชอบมากๆ ) ซึ่งผมได้รับทราบมาว่ามีทั้งข่าวที่เกิดขึ้นจริง และข่าวที่บิดเบือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับข่าวสาร ข่าวสารสำหรับผมนั้น ในโลกนี้ไม่มีข่าวใดจริงแท้เลย ทุกๆข่าว ผ่านสายตา สมอง และปากจนถึงปลายปากกาหรือมือที่พิมพ์ลงไป ระหว่างทางที่ข่าวนั้นๆ ผ่านมาจนถึงเราจะเจออะไรบ้าง ประสบการณ์ ความวิตก อคติ ลำเอียง การคิดไปเอง ฯลฯ ทำให้ข่าวสารเหล่านั้นถูกบิดเบือนแต่แรกแล้ว ดังนั้นการรับข่าวสารจำเป็นต้องกรองจากหลายแหล่งกันให้ดีนะครับ เพราะจะส่งผลในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้ ซึ่งในเวลานี้ทุกอย่างดูจะแข่งกับเวลามากทีเดียว เข้าประเด็นกันเลย… ระหว่างที่ผมอ่านเว็บไซต์และเครือข่ายสังคมจำนวนมาก ก็ได้ปรากฏข้อความหนึ่ง ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตอนนี้เมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นเมื่อโดนซึนามิว่า “ญี่ปุ่นพยายามกั้นแนวความเสียหายให้วงแคบที่สุด และทุกคนเสียสละและมีระเบียบ ความมีระเบียบทำให้ญี่ปุ่นจัดการทุกอย่างได้ไว แต่เมื่อมองคนไทยแล้ว คนไทยกลุ่มหนึ่งกลับมองว่าการเสียสละเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ทำไมไม่ช่วยกันแบ่งเบา ฉันโดนคุณช่วยกันโดนบ้าง ต้องโดนให้ทั่วๆกัน จะได้มาตราฐานเดียวกัน ” อะไรประมาณนี้ ในความเห็นนั้นมีกระทั่งคนที่บอกมาว่ามีคนไปทำลายแนวกระสอบทรายก็ยังมี ผมอ่านแล้วก็ไม่แปลกใจ เพราะจากที่ฟังวิทยุดูเหมือนจะมีการขัดแย้งกันในหลายพื้นที่ ซึ่งส่วนหนึ่งนั้นดูจะมาจากมุมมองทางการเมือง [...]