Advertise
| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้มีเนื้่อหาที่น่าสนใจครับ เรื่องของไม้ด่าง หลายๆคนอาจจะเคยเห็นไม้ด่างมากันบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย แต่วันนี้จะมาเขียนเรื่องกระบองเพชรด่างครับ ถ้านึกถึงต้นไม้ด่างไม่ออก ก็ให้นึกถึงพลูด่างแล้วกันครับ ชัดดี ด่างแบบนั้นแหละครับ แต่พลูด่างนั้นหาง่ายและราคาไม่แพงครับ ยังมีต้นไม้หลายชนิดที่หาแบบด่างๆยากมาก จนถึงหาไม่ได้เลยก็มี เพราะความด่างนั้นเกิดจากความผิดพลาดของธรรมชาติ ที่ทำยีนหรือพันธุ์กรรมบางอย่างหล่นหายไปครับ มาดูความต่างของริทเตอโรด่างกันเลยแล้วกันครับ ด้านซ้ายจะเป็นริทเตอโรต้นน้อย ต้นละ 10 บาท หาได้ไม่ยากนัก ต้นขนาดนี้ ถ้าคิดจะใช้งานก็สามารถใช้ได้แล้วครับ ส่วนที่หนามนั้นหนาบางไม่เหมือนกัน อันนี้ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่นะ อาจจะเป็นคนละพันธุ์กันก็ได้ แต่เอาเป็นว่ามันคล้ายๆกันแล้วกันนะ โตมาก็คล้ายๆกัน ด้านขวาเป็นริทเตอโรด่างต้นน้อย ราคา ต้นละ 250 บาท หาได้ยากหน่อย ถ้าไม่ประกาศหาซื้อ หรือไม่ถามตามร้านก็คงไม่มีใครขายครับ แต่ผมเคยเห็นริทเตอโรด่างต้นใหญ่แล้ว สวยมากๆ ริทเตอโรด่างสีเหลืองสลับเขียวปนวนเวียนไปมาสวยมากจริงๆจนต้องซื้อมาจนได้ ลองคิดดูว่าถ้ามาต้นเล็กขนาดราคา 10 บาทแบบธรรมดาๆ มีสิบต้น จะเอาไปแลกต้นด่างต้นเดียวไหม ถ้าเป็นผมมีขนาดนั้นแล้วมีใครมาแลกผมก็อยากแลกนะ แต่ถ้าบอกว่าซื้อไหมริทเตอโรด่างต้นนี้ 250 บาท และบอกว่าต้นธรรมดา 10 บาท นี่ดูเหมือนจะทำให้ตัดสินใจยากอยู่เหมือนกันครับ แต่ดูแล้วยังไงต้นริทเตอโรด่างก็สวยและมีอนาคตกว่าแน่นอน นั่นคือเหตุผลที่มันมาอยู่ในการดูแลของผม วันนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางด้านราคาให้ได้รับทราบกันนะครับ เพราะเป็นปัจจัยที่เห็นได้ชัดที่สุดแล้ว [...]
เรื่องในตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับหนูที่จับได้ในบ้าน และดูเหมือนว่าที่อันตรายที่สุดของหนูนั้นคือนอกบ้านไม่ใช่ในบ้าน… ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามีหนูมาอยู่ในบ้าน ตอนไหน เมื่อไหร่ และเท่าไหร่ เท่าที่จับมาจนตอนนี้ก็สามตัวแล้ว ทั้งสามตัวถูกล่อด้วยกล้วย เพราะอาหารอย่างเดียวที่มีวางอยู่นอกตู้เย็นคือกล้วย… หนูทั้งสามตัวที่ถูกจับได้ ตัวใหญ่ทั้งนั้น ผมค่อนข้างงง ว่ามันมาจากไหน เพราะที่บ้านไม่ค่อยได้เก็บอาหารและไม่มีอาหารแห้งเก็บไว้มากนัก มีก็แต่ที่อยู่ในตู้เย็น ซึ่งหนูคงจะเปิดตู้เย็นไม่ได้แน่ๆ และอีกที่ของอาหารน่าจะเป็นถังขยะ แต่ที่บ้านผมเป็นถังขยะแบบกดโดยใช้เท้า ซึ่งหนูก็คงจะไม่สามารถกดเปิดได้ เพราะต้องใช้สองตัวร่วมมือกัน ตัวหนึ่งกด ตัวนึงคุ้ย แต่ถ้าหนูมันทำอย่างนั้นได้ คนก็คงจะไม่รอดแน่ๆ เมื่อจับหนูได้ก็เอามา ไว้นอกบ้านจะได้ไม่เลอะในบ้าน วางได้สักพักก็ได้ยินเสียงตัวใหญ่ มาเล่นหนูที่อยู่ในกระ ทำให้หนูกลัวและตกใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวใหญ่จะกินหรือเปล่า ซึ่งแต่ก่อนก็มีแมวที่บ้านกินหนูอยู่เหมือนกัน แต่หนูที่จับได้ผมคิดว่ามันขนาดใหญ่ไปหน่อย ก็เลยเอาไว้ในบ้านเพื่อหลบตัวใหญ่อีกทีหนึ่ง (ปกติตัวใหญ่จะกินอาหารเม็ดอยู่แล้ว) หนูอยู่ในแมวอยู่นอก จริงแล้วที่หนูมันอยู่ในบ้านเพราะอาจจะหนีแมวที่อยู่นอกบ้านก็ได้ เพราะผมเลี้ยงแมวไว้นอกบ้าน พอหนูเห็นว่าข้างนอกไม่ปลอดภัยก็ในบ้านนี่แหละ แต่จริงๆก็เคยเอาจุ๊บมานอนในบ้านบ่อยๆ ก็ไม่เห็นจะจับได้ในบ้านนะครับ แต่จุ๊บก็เคยจับหนูมาให้สองตัวนะ แต่เล็กกว่าที่อยู่ในกรงนี้มาก แต่ตอนนี้จุ๊บไม่อยู่แล้ว หนูเลยมาอยู่ในบ้านแทน… ในรูปนี้เป็นหนูตัวที่สอง ต่อมาก็มีหนูตัวที่สามที่จับไปแล้ว และปัจจุบันก็ยังมีหนูตัวที่สี่อีก ยังไม่ได้จับ แต่มันมาแสดงตัวโดยการมากินกล้วยที่วางไว้ครึ่งลูก โจทย์ของผมตอนนี้คือหาว่ามันมาจากไหนยังไง เพราะลำพังของที่บ้านคงไม่พอเลี้ยงหนูให้อ้วนได้ถึงสี่ตัวแน่ๆ แค่ผมคนแค่ผมคนเดียวก็ยังลำบากเลย… สวัสดี
หลังจากเก็บเมล็ด ชวนชมกับกระบองเพชรได้ครั้งแรกก็เอามาเปรียบเทียบกันครับ มีความต่างอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันคนละชนิดกัน ชวนชมเป็นไม้อวบน้ำชนิดหนึ่ง และแคคตัสหรือกระบองเพชรก็เป็นไม้อวบน้ำชนิดหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งคำว่าไม้อวบน้ำนั้นหมายถึงต้นไม้ที่สะสมน้ำไว้ในลำต้นหรือส่วนต่างๆของต้นจนดูอวบน้ำนั่นแหละครับ โดยเนื้อของมันมักจะเป็นเนื้อเยื่อที่ใช้เก็บน้ำไม่ใช่เนื้อไม้ปกติ ลักษณะเมล็ดของชวนชมนั้นเป็นเหมือนเมล็ดข้าวที่เปิดปลายบนล่างครับ ถ้าอยากเห็นกันชัดๆเดี๋ยววันหลังจะลงให้ดูชัดๆกันอีกที แต่คุ้นๆว่าเคยเขียนเรื่องเมล็ดชวนชมไปแล้วครับ สำหรับตอนนี้ก็จะให้เห็นแค่เพียงความต่างทางด้านรูปทรงของเมล็ดจากภาพกว้างๆของมันเท่านั้นเองครับ ปัจจุบันเมล็ดในรูปนี้ถูกนำไปเพาะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และงอกออกมาเป็นต้นกล้าเรียบร้อยแล้ว ไว้วันหลังจะมาเขียนเรื่องของต้นกล้าชวนชมและต้นกล้ากระบองเพชรให้อ่านกันอีกที สวัสดี
มาถึงตอนที่สองของ ” ซื้อแคคตัสกลางคืนวันอังคาร จตุจักร (ตอนสอง) ” ที่ตัดเป็นสองตอนเพราะตอนนี้ดูเหมือนระบบมันจะรวนๆยังไงก็ไม่รู้ครับ พอเขียนยาวๆมันหายไปเฉยเลย ยังคงเป็นเรื่องราวต่อเนื่องของวันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 นะครับ สามารถตามกลับไปอ่านตอนแรกได้ที่ “ ซื้อแคคตัสกลางคืนวันอังคาร จตุจักร (ตอนหนึ่ง) ” กันได้ครับ มาถึงร้านไม้ต่อ ไม้กราฟ กัน มาถึงร้านไม้กราฟ ไม้ต่อที่อยู่ข้างห้องน้ำครับ ผมไม่รู้ว่าจะเีรียกชื่อร้านว่าอะไรเหมือนกันครับ ไม่เคยเห็นป้ายเขาแล้วก็ไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่า เขาชื่อร้านว่าอะไร ใครผ่านมาพอรู้ก็แวะมาบอกทีนะครับ ร้านนี้ปกติจะมียิมโนหัวสีที่เรา คุ้นเคยกันดี วางขายอยู่เต็มไปหมดครับ นานๆทีจะมีของแปลกมาลงครับ จริงๆมันอาจจะมีมาลงทุกอาทิตย์ก็ได้ครับ แต่ผมไปแล้วไม่เจอแค่นั้นเอง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่วันนี้ไม่ได้ซื้อยิมโนมาครับ ซื้อมาแต่โคเปียโป และแอสโตรไฟตัมครับ มาซื้อแอสโตรไฟตัมร้านนี้รู้สึกแปลกๆนิดหน่อยครับ เพราะร้านนี้ปกติจะไม่ค่อยมีแอสโตรไฟตัมที่โดนใจผมสักเท่าไหร่นัก ยกเว้นวันนี้ มาดูโคเปียโป Copiapoa tenuissima forma mostruosa (Syn: Copipoa humlis var. tenuissima “monstrose” ) กันก่อนนะครับ [...]
ตอนนี้เกิดจากความตั้งใจที่จะไปซื้ออย่างมาก เพราะเมื่อวันอังคารที่แล้วค่อนข้างจะค้างคาใจอยู่นิดหน่อย เนื่องจากมันมืดมาก พอไฟมาทุกอย่างก็เหมือนจะหายไปหมด ครั้งนี้เลยต้องไปพิสูจน์อีกครั้งว่า จตุจักร วันกลางคืนเนี่ยมันมีอะไรอยู่ และก็ถึงโอกาสของผมอีกครั้ง วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 ครั้งนี้ผมค่อนข้างเตรียมตัวไปดีมาก มีไฟฉายส่วนตัว มีคีมส่วนตัว และเวลาที่พอเหมาะ ครั้งนี้ไปแบบพร้อมสุดๆ ว่าอย่างน้อยต้องรู้ ต้องเห็นให้ได้ว่าเขาขายอะไรเท่าไหร่กันแน่ ประเด็นหลักในครั้งนี้คือการไปดูร้านถูกใจ (mycacti.com) ในจังหวะที่เปิดร้านครับ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่จะได้เห็นความคึกคักและการเคลื่อนไหวที่ยากจะเดาจังหวะได้ พ่อค้ากระบองเพชร และผู้ซื้อมากมายเข้ามาซื้อของกันตั้งแต่ร้านเปิดเลยทีเดียว แต่ครั้งนี้ผมไม่พลาดอีกต่อไป เพราะผมพกไฟฉายไปด้วยครับ เมื่อทดลองแล้วมีไฟฉายนั้นดีกว่าอย่างชัดเจน ทุกอย่างเคลีย ไม่มีอะไรในกอไผ่ ทำให้เราเลือกได้อย่างสบายใจตามไปด้วย เพราะกว่าร้านจะติดไฟ (จริงๆก็ไม่นาน) ของดีๆก็มักจะหายไปหมดแล้วครับ เป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆกับความรีบเร่งของการซื้อในเวลานี้.. แน่นอนว่าการไปถึงคนแรกๆ ก็สามารถทำให้เราได้โอกาสในการเลือกสูงกว่าคนอื่นมากนักครับ ใครที่มาช้าเหมือนผมแต่ก่อนก็คงได้แต่มองเป็นธรรมดาครับ แต่ก็ไม่แน่ครับ ถึงผมจะไปคนแรกๆ แต่ผมก็ยังคิดช้าพิจารณาเยอะอยู่ดีครับ ถ้าใครบังเอิญไปเห็นผมเลือกอยู่จะมีบางจังหวะที่ผมหยิบๆวาง นั่นคือผมกำลังเปรียบเทียบและจัดงบให้ลงตัวเหมาะกับความต้องการอยู่ครับ แน่นอนว่าความลังเลจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าผมมีเงินมากมายใช้ไม่มีวันหมด หรือผมเป็นพ่อค้าที่ซื้อไปขายต่อ ซึ่งทั้งสองอย่างดูจะเป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย เพราะเงินมากมายถ้าไม่ทำงานให้เยอะ (จนไม่มีเวลาไปเลือกซื้อ) จะเอามาจากไหน หรือจะซื้อมาขายต่อก็เป็นไปไม่ได้อีก เพราะผมมีนิสัยชอบเก็บไม่ค่อยชอบขายครับ คือมีอะไรก็เก็บๆหมด ขายไม่เป็น ปล่อยไม่เป็น [...]