QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line
  • Dinh Blog
  • since 2009

 

 

ไปโคราช แวะตามทาง

ไปโคราช แวะตามทาง ครั้งนี้ไปเนื่องในโอกาสลูกพี่ลูกน้องแต่งงานครับ ครั้งนี้ผมและญาติเหมารถตู้กันไปอีกเช่นเคย… ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้ากว่า เพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะว่าเขานัดกันประมาณ 8 โมงครับ เราออกเดินทางกันด้วยความสดชื่นและสมาชิกประมาณ 8 คน คือแม่ป้าน้าและน้องๆของผมเอง การเดินทางไปโคราชสำหรับครอบครัวผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา และไม่น่าตื่นเต้นไปแล้ว เพราะโคราชคือถิ่นฐานบ้านเกิดของครอบครัวเรานั่นเอง สำหรับโปรแกรมตอนเช้าเราเริ่มกันด้วยการไปแวะที่ด่านเกวียน เพื่อซื้อเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งครั้งนี้ป้าของผมซื้อเยอะเป็นพิเศษ เพราะจะซื้อไปวางที่ร้านของเขานั่นเอง ส่วนผมนั้นมองหาสิ่งที่ต้องการนั่นคือดินเผาก้อนกลมๆที่จะเอามาใส่ไว้ในกระถางต้นไม้ หรือต้นบอนสีของผมนั่นแหละ เพื่อให้มันได้เก็บกักความชื้นไว้ให้มากๆ เพราะดินเผา หรืออิฐมอญนั้นมีคุณสมบัติที่เก็บความชื้นได้ดีเยี่ยม จะเห็นได้ว่ามอสหรือตะไคร่ มักจะขึ้นที่อิฐมอญเป็นประจำ และสุดท้ายสิ่งที่ผมตามหามันก็ไม่มี หรือไม่ผมก็หามันไม่เจอ แต่ผมไปสะดุดเอาอยู่สิ่งหนึ่งนั้นคือดินที่นุ่มๆใส่ถุงไว้ให้คนซื้อเอาไปปั้นเอง ถุงละ 20 บาท ถ้าเอาไปปั้นก็ได้กระถางหลายใบเชียวล่ะ ผมยืนนึกอยู่นานว่าจะเอาไปทำอะไรดี และแม้จะคิดออกก็ดูจะยุ่งยากไปนิดหน่อยสำหรับการซื้อมาทำเอง ของบางอย่างนั้น ซื้อสำเร็จรูปมาจะใช้ได้ดีและประหยัดเวลาที่เราต้องมาทำเองมากกว่า แม้ว่าตอนนี้ผมจะประหยัดขึ้น แต่ทางเลือกที่จะซื้อดินไปปั้นเองคงจะไม่เหมาะนัก เลยทิ้งความคิดนั้นไว้ตรงนั้นนั่นเอง ต่อจากเครื่องปั้นดินเผาก็มาบ้านยายนิด บ้านยายนิดผมมาครั้งแรกนั้นก็วันเกิดคุณยายไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สำหรับตอนนั้นรายละเอียดมันมากมายไปหมดจึงเก็บข้อมูลไม่ทัน มาคราวนี้โล่งโปร่งๆสบายๆ ทำให้เราได้ดูอะไรกันมากขึ้น รูปข้างบนนี่เป็นผลไม้ ชื่อชมพู่มะเหมี่ยว ถ้าไม่มีใครบอกผมก็คงจะไม่รู้เหมือนกัน เพราะตั้งแต่จำความได้ มันไม่มีอยู่ในสมองผมเลยแม้แต่น้อย หรือผมอาจจะเป็นคนขี้ลืมเอามากๆก็ได้ [...]

Continue Reading...

Street show

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสไปดูโชว์ข้างถนน ที่สวนลุมครับ แต่กว่าจะมาเขียนบทความนี้ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วเรื่องราวอาจจะตกหล่นกันไปบ้างนะ … บังเอิญว่าผมมีธุระแถวๆถนนพระรามสี่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินีพอดี ซึ่งบังเอิญอีกว่าเขามีการจัดกิจกรรมแสดงข้างถนนเปิดหมวก หรือ street show นั่นเอง โดยลักษณะการแสดงจะมีหลายแบบ การแสดงละครใบ้ ตลก หรือมายากล แตกต่างกันไปตามผู้แสดง โดยมีความสดนี่เองที่เป็นจุดที่น่าสนใจมากๆ เพราะผู้ชมสามารถรับชมได้ในระยะเผาขน หรือเข้าไปร่วมแสดงได้เลยทีเดียว เดินเข้ามาก็พบกับโชว์แรก เป็นตัวตลกที่เน้นลูกโป่งและการมีส่วนร่วมของผู้ชม ฝีมือการเป่าและการดัดนั้นดูน่าประทับใจมากทีเดียว และก็มีการแสดงที่เล่าเรื่องไปเรื่อยๆโดยที่นักแสดงคือผู้ชมแถวนั้นนั่นเอง โดยที่ผู้แสดงจะลงพื้นที่หาที่ถูกใจเองเลยครับ เดินมานั่งพักครับ วันนี้อากาศดีไม่ร้อนมาก เหมาะที่จะชมการแสดงจริงๆ แต่ผมทำธุระมาทั้งวันค่อนข้างเหนื่อยเลยต้องนั่งพักถ่ายรูปกันบ่อยหน่อย บวกกับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสวนลุมพินีนี่เลย คือตั้งแต่จำความได้ ผมคิดว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ผมเดินเข้ามาในสวนลุมพินีแห่งนี้ เลยต้องนั่งวางแผนกันหน่อย นักแสดงไทยครับ กลุ่มนี้ชื่อ Jona puppet ซึ่งเป็นคู่ชีวิตที่ทิ้งการดำเนินชีวิตแบบปกติทั่วไป มาอยู่แบบพอเพียงและพัฒนาศิลปะหุ่นเชิดทางเหนือขึ้นมาครับ ผมเองไม่แน่ใจว่าต้นกำเนิดนั้นมาจากไหน แต่ดูๆแล้วเป็นละครพลงหุ่นเชิดที่น่าสนใจทีเดียว มานั่งคิดดูแล้วประเทศไทยเราก็มีศิลปะเก่าแก่หลายแขนงที่ไม่อยากให้สูญเสียไป สำหรับตอนนี้เรามีเทคโนโลยีมากมายในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ จัดเก็บ และพัฒนา ศิลปะเก่าแก่ของประเทศได้ซึ่งถ้าประชาชนและหน่วยงานภาครัฐเ้ข้ามาส่งเสริม ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะสามารถนำรายได้เข้าประเทศมาพัฒนาชุมชนได้อีกมากมาย หลังจากดูโชว์จากหนุ่มต่างประเทศคนหนึ่งครับ จำไม่ไ้ด้ว่าเขาชื่ออะไร แต่จำได้ว่าเขาทำอะไร โชว์นี้บันเทิงมากแม้จะเงียบๆงงๆเป็นบางครั้งเพราะการสื่อสาร แต่ก็ขำดีทีเดียว คือติดปากเขาคือ WOW ! Amazing [...]

Continue Reading...

หนึ่งวันกับการเดินทาง ชมทิวทัศในวันพิเศษ ของกรุงเทพฯ

เมื่อวานก่อน ซึ่งเป็นวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมมีแผนจะเที่ยวชมงานวันพ่อที่จัดที่ถนนราชดำเนิน ถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม… สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องเล่าตอนที่ผมคิดว่าน่าจะยาวมากๆอีกตอนหนึ่งเลยทีเดียวเพราะผมเองได้พบเจอกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมากมายสำหรับวันนี้ เราจะมาเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าของวันกันเลยครับ เช้าวันศุกร์ที่ 11 ผมตื่นมาในเวลาที่เร็วกว่าปกติ เพราะคิดว่าจะติดรถของแม่ออกไปที่ถนนลาดพร้าว เพื่อไปขึ้นรถเมล์ต่อ การเดินทางไปแถวๆสนามหลวง – ราชดำเนินนั้น สำหรับผมแล้ว การขับรถออกไปดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย เพราะต้องมาห่วงพะวงหลงทางและห่วงรถเวลาหาที่จอดกันอีก ดังนั้นการนั่งรถเมล์ไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมรอรถเมล์ไม่นาน สาย 44 ขาวฟ้า ก็ขับผ่านมา แม้ไม่ใช่รถแอร์ แต่ผมก็ขึ้นไปเพราะไม่อยากจะมายืนรอโอกาสต่อไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และผมเองไม่อยากเสียเวลาของวันนี้ไป แต่การนั่งรถเมล์ครั้งนี้มีผลทำให้เกิดอาการ..เป็นหวัด ครับเป็นหวัด เพราะฝุ่นมากมายบนถนนรวมทั้งไอแดดด้วย อ่านดูแล้วเหมือนผมจะเป็นคนอ่อนแอซะเหลือเกิน แต่นั่นก็เป็นความจริง ผมเป็นคนแพ้อากาศง่ายมาก ถ้าอากาศเปลี่ยนแดดร้อนฝนตก ก็มักจะน้ำมูกไหล อาการนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมในวันนั้นๆเป็นอย่างมาก แต่สำหรับวันนี้ ผมจะไม่ไปคิดถึงมันให้มากนัก เพราะเป็นแล้วก็คงไม่หายจนจบวัน เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวผมมักจะพกผ้าเช็ดหน้าสองผืนตลอดเผื่อเกิดอาการเช่นนี้ ผมไปถึงถนนราชดำเนินประมาณ 11 โมง โดยวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปดูงานที่หอศิลป์ ตรงนั้นก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามีงานอะไรเหมือนกัน ก็เข้าไปถามเขาปรากฏว่าวันนี้มีสองงานจัดแสดงอยู่ซึ่งงานแรกเป็นภาพของศิลปินซึ่งวาดรูปในหลวงด้วยสีชอล์ก ซึ่งดูแล้วมีสเน่ห์มากๆ จังหวะการปาดสีชอล์กนั้นผมคงต้องเรียนรู้อีกนานกว่าจะทำได้ อีกงานหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาวาดรูปร่วมกันที่หอศิลป์เลย ซึ่งวันที่ผมไปนั้นผลงานทุกชิ้นสำเร็จเสร็จสิ้นหมดแล้ว และกำลังจัดแสดงอยู่ มีหลายชิ้นที่ผมชอบ ในความคิดสร้างสรรค์ [...]

Continue Reading...

เขื่อนนครนายก

ไปเที่ยวนครนายกครั้งนี้เนื่องด้วย คุณผิงชวนไปงานแต่งงานเพื่อนของเธอนั่นเอง… การเดินทางสำหรับนครนายกนั้น ถือว่าไม่ไกลเลยถ้าเราเดินทางด้วยรถยนต์ ซึ่งระยะทางไม่มากนี้ทำให้เรามีเวลาพอจะเหลือเที่ยวในที่ต่างๆนี้ได้ วันนี้เนื่องจากไปงานแต่งงานก็เลยไม่ได้แวะที่ไหนมากมาย ก็จะมีแต่ไปเขื่อนนี่แหละครับ ผมขับรถขึ้นไปที่เขื่อนเพื่อชมวิวทิวทัศรอบๆเขื่อน จริงๆผมเองก็ไม่เคยมาเขื่อนนี้หรอกครับ เคยไปแต่เขื่อนอีกที่หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นยังเด็กอยู่ ความทรงจำตอนนั้นมีแค่ ร้อน น้ำเยอะ ลมแรงๆ ไม่มีอะไรนอกจากนี้ แต่สำหรับตอนนี้ผมโตขึ้นมาหน่อยแล้ว จึงทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้มากกว่าเดิมเช่น ร้อนมากๆ น้ำเยอะแยะเต็มไปหมด ลมแรงๆจะพัดร่มปลิวได้… ครับ มันดูไม่เปลี่ยนแปลงเลยใช่ไหม จริงๆเขื่อนมันก็แค่เก็บกักน้ำแหละครับมันก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรให้เราได้ชื่นชมกันมากกว่านี้ พอลงมาจากเขื่อนมาข้างล่างตรงแถวๆที่ขายอาหารกันเพื่อพบเพื่อนคุณผิงคนหนึ่งซึ่งทำมาหากินอยู่แถวนั้น ซึ่งผมก็ได้รู้ทีหลังว่าในรอบๆเขื่อนนั้นมีสถานที่ทำกิจกรรมมากมาย เช่นล่องเรือ ล่องแก่ง แต่สำหรับตอนนี้ คนไม่มีเวลาและไม่ทุนทรัพย์อย่างผมคงต้องรอเก็บตังตั้งหน้าตั้งตารอไปก่อน รูปเขื่อนฝั่งที่เก็บน้ำครับ กว้างใหญ่มากๆ พอรู้ว่าระดับน้ำลึกแค่ไหนก็ขนลุกขึ้นมาทันทีเลยนะนี่ นี่คือมุมมองที่มองลงไปยังอีกฝั่งหนึ่งครับ เป็นถนนและเมืองซึ่งอยู่ต่ำลงไปมากๆ แถมท้ายด้วยรูปตั๊กแตนเทอร์โบครับ รูปนี้บังเอิญว่าตั๊กแตนมาเกาะหน้ากระจกรถและถ่ายด้วยความตั้งใจ แต่ภาพดันบังเอิญออกมาแบบนี้ เพราะแม้จะถ่ายอย่างตั้งใจ แต่ขับรถอยู่จะถ่ายก็ไม่ถนัดเลยได้ภาพแบบนี้มาครับ ( เบรกแล้วค่อยถ่ายนะ ) สวัสดี

Continue Reading...

พักผ่อน ฟังดนตรี สวนรถไฟ

เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ครับ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ตั้งใจจะไปสวนรถไฟกัน เพื่อที่จะไปพักผ่อนและเตรียมตัวดูคอนเสิร์ตที่จัดในสวนรถไฟนั่นเอง… หลายวันก่อนคุณผิงได้โทรไปที่ FMONE 103.5 เพื่อรับบัตรคอนเสิร์ตที่จัดในสวนรถไฟนั่นเอง ซึ่งตอนนั้นผิงได้ยินแค่แว่บๆแล้วโทรไปแล้วได้บัตรเลย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ได้ไปสวนรถไฟวันนี้กัน ผมไปถึงสวนรถไฟช่วงบ่าย 1 ซึ่งแดดร้อนพอดู แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าผมนั่นใต้ต้นไม้ใหญ่ๆแล้วนั้น ร่มเงาของต้นไม้คงจะทำให้หายร้อนไปได้แน่นอน พอไปถึงก็นัดเจอเพื่อนซึ่งก็ได้ไปเช่าจักรยานกัน ซึ่งคราวนี้ผมกับผิงแยกเช่ากันคนละคัน เพราะคราวที่แล้วดูเหมือนจะยากลำบากมากๆกับจักรยานคันเดียว ของเยอะ คนหนัก ครั้งนี้เลยแบ่งกันไป ซึ่งดูแล้วสะดวกดีที่เดียว ใครอยากปั้นซ้าย ขวา ช้า เร็วอย่างไรนั้นก็ตามสะดวกกันเลย แต่เป็นที่น่าแปลก เบาะของจักรยานที่สวนรถไฟนั้น แม้ว่าจะเสริมฟองน้ำอีกชั้น ก็ยังทำให้ปวดก้นอยู่ดี การเจอพื้นที่ขรุขระบางช่วงคงไม่ใช่ปัญหา เพราะแต่ก่อนผมปั่นจักรยานโบราณเบาะหนังราคาไม่กี่บาทเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญหาปวดก้นเลยแม้ว่าจะเจอทางขึ้นลงขรุขระหลุมบ่อ เพียงใด แต่ไม่เป็นไร เราปั่นกันไม่นานอยู่แล้ว ซักพักผมกับผิงก็ไปหาที่นั่งๆนอนกัน ปล่อยให้เพื่อนๆปั่นไปต่อกันตามอัธยาสัย ตรงที่ผมนั่งนั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้างๆซึ่งมีกานับ ยี่สิบตัวบินวนอยู่ทั่วไป เสียงร้อง กา กา กา ดังสนั่นลั่นไปหมด ผมเองไม่ได้สนใจเสียงนั้นสักเท่าไรเพราะ แถวๆบ้านก็มีกา ซึ่งชอบส่งเสียงเป็นประจำอยู่แล้ว แต่กังวลว่าการที่นอนอยู่แถวนี้จะมีโอกาสที่กาจะปล่อยของเสียใส่ลงมาหรือไม่นี่สิ ดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่า แต่นั่งได้ไม่นานก็เหมือนเมฆฝนจะพัดมา มาเอื่อยๆ ลอยกันมาแต่ไกล ผมและเพื่อนจึงได้ย้ายไปยังที่ ที่สามารถวิ่งเก็บของหลบฝนได้ทันที ซึ่งก็วนไปหาอยู่พักหนึ่งก็มาปูเสื่อนอนกลางทุ่งหญ้าเขียวๆกันเลย [...]

Continue Reading...