| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันก่อนได้มีโอกาสกลับไป ที่ ม.รังสิต หลังน้ำท่วมมาครับ อย่างที่รู้กันว่าช่วงน้ำท่วมนั้นเมืองเอกและ ม.รังสิตเป็นแหล่งรับน้ำที่เสียสละมาตลอดเวลา… ผมเองเป็นศิษย์เก่า ที่ ม.รังสิตเหมือนกันครับ แต่ก่อนเรียนอยู่ คณะ ศิลปกรรม ตอนนี้เขาเปลี่ยนชื่อเป็น คณะศิลปและการออกแบบแล้วครับ วันนี้มีโอกาสกลับไปดูตึกคณะที่เคยเรียนก็แอบหดหู่เล็กน้อย… แต่ด้วยความที่ตึกเรียนค่อนข้างยกพื้นขึ้นมาสูง และคิดว่าโครงสร้างหรือสิ่งของคงไม่เสียหายมากนัก ซึ่งอาคารส่วนใหญ่ของ ม รังสิตก็จะสูงกว่าระดับพื้นถนน 1-2 เมตรทั้งนั้นเลยครับ ทีนี้เวลาน้ำท่วมนานๆเนี่ย พวกปูน พวกตึก ก็คงจะไม่เสียหายมากนัก อาจจะต้องทาสีกันใหม่ลำบากจมูกนิดหน่อย แต่สิ่งที่เสียไประหว่างน้ำท่วมคือต้นไม้และสวนหย่อม (และเวลา) ของ มหาวิทยาลัยครับ คงไม่ต้องพูดถึงว่าต้นไม้ที่โดนน้ำท่วมเป็นเดือนนั้นจะเหลืออะไร… น้ำท่วมแล้วยังไง? แต่สิ่งนั้นไม่ได้สำคัญอะไรกับ ม รังสิตเลยครับ สิ่งที่ทำก็คือ เขาจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เหลือดี โครงซากกิ่งก้านของต้นไม้นั้นเป็นสิ่งที่จะหลงเหลืออยู่แม้มันจะตายไปแล้ว และสิ่งที่ ม รังสิต ตัดสินใจทำคือสิ่งที่เห็น… สวนสวยหลังน้ำท่วม มหาวิทยาลัยรังสิต นี่เป็นเพียงมุมหนึ่งของความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้น บนความเสียหายและความทุกข์ก้อนมหาศาล ซึ่งเปลี่ยนความสลดเสียใจ ให้เป็นความเบิกบานในพริบตาที่พบเห็น ผมไม่รู้ว่าอารมณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นที่ไหนรึเปล่า แต่ผมชอบแนวความคิดแบบนี้มากจริงๆ การจมอยู่กับกองทุกข์ หรือซากปรักหักพังของอดีต ไม่สามารถทำอะไรให้อนาคตนั้นดีขึ้น สิ่งที่จะทำให้ดีขึ้นคือความคิดที่ว่าเราจะบริหารสิ่งที่เหลืออยู่อย่างไร [...]
ช่วงที่ผมไม่อยู่นั้น เนื่องจากอพยพหนี (เที่ยว) น้ำท่วม ใช่ว่าผมจะไม่เดือดร้อนในช่วงน้ำท่วมเสียทีเดียว แต่ผมเลือกที่จะไปรับประสบการณ์ที่แตกต่างกับการอยู่บ้านต้่อนรับน้ำท่วม แม้ว่าตอนนี้บ้านของผมดูเหมือนจะรอดพ้นวิกฤตน้ำท่วมแล้ว ซึ่งมันก็ยังไม่เคยท่วมส่วนสาเหตุนั้นจะเพราะอะไรก็ช่าง สรุปก็ถือว่าโชคดี เพราะดูในแผนที่น้ำท่วม น้ำมันท่วมรอบๆเขตบ้านไปหมดแล้ว แต่ที่หมู่บ้านยังปกติ แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้ผมรับรู้หลังจากกลับมาที่บ้านครับ การอพยพหนี (เที่ยว) น้ำท่วม สำหรับผมนั้นถือเป็นโอกาสที่ผมจะได้ลองไปรับประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะก่อนหน้าที่ผมจะตัดสินใจออกจากบ้านนั้น ผมได้ไปรับประสบการณ์ของคนที่โดนน้ำท่วมมาแล้วครับ นั่นคือการลุยน้ำเข้าไปช่วยพี่สาวย่านดอนเมืองอพยพออกมา สิ่งที่ผมได้รับในวันนั้น คงจะเล่าในบทความต่อไป แต่ผมบอกได้เลยว่านั่นคือประสบการณ์ที่ทำให้ผมมั่นใจที่จะออกไปดีกว่าที่จะทนอยู่ โอกาส กับทางเลือก แน่นอนว่าประชาชนทุกคนคงจะทำอย่างผมไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีเท่ากัน ทางเลือกเราไม่เท่ากัน ผมมีทางเลือกที่พอจะเป็นไปได้อยู่หลายทาง แน่นอนว่าผมจะไม่เอาตัวเองไปเบียดเบียนคนที่มีความจำเป็นกว่าแน่นอน สิ่งที่ผมคิดนั่นคือการตัดโอกาสการกลายเป็นภาระทางสังคมของตัวผมทิ้งเสีย และย้ายตัวเองไปมองดูจากวงนอก ซึ่งน่าจะดีกับคนส่วนใหญ่มากกว่า พื้นที่ในกรุงเทพฯนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ผมไม่เคยคิดว่ากรุงเทพฯ นั้นสำคัญที่สุดในประเทศ แต่ผมมองในเรื่องของรายละเอียดมากกว่า เมื่อมีคนมาก การจัดการก็ยาก ตรอกซอกซอย ชุมชนสารพัด ซึ่งน่าจะเรียกว่ามหาศาล เมื่อน้ำเข้ากรุงเทพ การช่วยเหลือ การจราจร ทุกอย่างดูจะเป็นสิ่งที่ไม่มีทางจัดสรรได้อย่างลงตัวแน่นอน และนั่นคือเหตุที่ผมตัดสินใจอพยพหนี (เที่ยว) น้ำท่วมไปดีกว่า อพยพหนี (เที่ยว) น้ำท่วมไปไหน? ผมเคยคิด เคยฝันไว้ว่าผมจะได้เดินทาง ไปเที่ยวโดยไม่มีกฏอะไรมาหยุดไว้ [...]
พอดีมีผู้เยี่ยมชม ถามมานะครับว่า แล้วแหล่งกระถางดินเผาปากเกร็ดเีนี่ยมันอยู่ตรงไหนของปากเกร็ด วันนี้ผมมีแผนที่แนบมาให้ดูกันครับ นี่คือถนนที่ผมวนไปดูและซื้อกระถางดินเผาครับ เป็นถนนที่ อยู่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถแวะไปเที่ยวเกาะเกร็ดได้เหมือนกันครับ พออยู่ใกล้ๆกันมาก ร้านขายกระถางดินเผา หรือเครื่องปั้นดินเผา ถนนเส้นนี้มีให้เลือกหลายร้านเลยครับ ถูกใจร้านไหนก็แวะดูได้เลย ผมเองไม่เคยเข้าทุกร้านหรอกครับ เพราะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ถ้าเจอที่อยากได้ก็แวะซื้อเลยครับ แต่ถ้ามีเวลาก็อาจจะเข้าไปดูแต่ละร้านว่ามีของแตกต่างกันมากน้อยเพียงไรแล้วค่อยเอามาพิมพ์บอกกันอีกทีครับ ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น สรุปแล้วปากเกร็ดก็เป็นแหล่งที่คนกรุงเทพสามารถเลือกซื้อกระถางดินเผาได้โดยเดินทางไม่ไกลนักครับ ถ้าเทียบกับแหล่งกระถางดินเผาอื่นๆ หรือถ้าใครคิดว่าไกลก็สามารถซื้อตามร้านขายต้นไม้หรือกระถางแถวบ้านก็ได้ครับ
วันหยุดยาวที่ผ่านมา หลายคนก็คงจะได้ไปเที่ยวกันครับ และวันหยุดยาวรอบนี้ก็เป็นรอบที่ผมได้ไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน ผมไปเที่ยวตราดมาสี่วันสามคืน โดยเป็นตัวแถมในทริปของพี่สาวครับ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี เพราะงานที่มีนั้นคั่งค้างมากเหลือเกิน ถ้าไม่ทำก็คงจะได้ทำเดือนหน้าเลย เพราะหลังจากกลับมาก็เป็นช่วงสอบปลายภาคแล้ว… สรุปก็เลือกไปเที่ยวนั่นแหละนะครับ แล้วงานที่วางแผนไว้ บล็อกที่อยากเขียน หรืออะไรที่อยากทำ อาจจะต้องยกไปวางหลังสอบแทน เพราะนานๆจะได้เที่ยวกับเขาสักที เรื่องราวเกี่ยวกับการไปเที่ยวจังหวัดตราดของผม เดี๋ยวจะยกไปเล่าในบทความหน้านะครับ ต้องใช้เวลาเรียบเรียงซะก่อน เพราะสี่วันสามคืน นี่มันมีเรื่องเล่าเยอะจริงๆครับ สวัสดี
บางครั้งการออกมาพักผ่อนนอกบ้านก็สามารถเปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ บางครั้งถ้าเป็นไปได้…ผมอยากนั่งไปเรื่อยๆโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ปกติผมจะมาสวนจตุจักร ก็ตอนวันเสาร์นี่แหละครับ ส่วนใหญ่ก็จะมาร้านกระบองเพชรที่ตลาดนัดจตุจักรแล้วก็มานั่งเล่น รอสายๆก็ค่อยไปดูร้านกระบองเพชรอื่นๆอีกครั้งหนึ่ง เป็นโอกาสที่ดีที่ผมจะได้พบบรรยากาศดีๆตั้งแต่เช้าเลยครับ บรรยากาศในสวนจตุจักรตอนเช้าจะเย็นสบายมีลมพัดมาบ้างครับ มุมที่เห็นคือสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตตอนเช้าๆครับ นกพิราบจะบินไปทุกที่ที่เหมือนจะมีคนให้อาหารครับ ที่ใช้คำว่า ” เหมือนจะมีคนให้อาหาร ” นั่นคือครั้งหนึ่งผมเคยลองเอาเมล็ดต้นไม้แถวนั้นมา โยนๆเล่นไปเรื่อยๆ ปรากฏว่านกพิราบก็บินมาเต็มไปหมดเลยครับ เหมือนนกจะจำพถติกรรมของคนที่ให้อาหารมันด้วยนะครับ พามีใครให้อาหารนกก็จะบินเข้าไปพร้อมๆกันทั้งหมดครับ ที่สวนจตุจักรจะมีคนเดินมาขายอาหารนก อาหารปลา ให้เช่าเสื่อเป็นระยะๆครับ บางครั้งเราก็จะเห็นขนนกพิราบตกอยู่ครับ ผมเก็บมาถ่ายรูปให้ดูแล้วก็ปักไว้แถวๆนั้นครับ ปีกนกเบามากๆ ผมมองดูปีกนกแล้วเหมือนว่าธรรมชาตินั้นออกแบบมายอดเยี่ยมจริงๆทั้งมุมของขนด้านหนึ่งที่สั้นและด้านหนึ่งที่ยาวกว่า และขนนกนั้นไม่ได้เรียบตรงนะครับ มันมีมุมโค้งเอียงในแบบของมันเองเหมือนหางเสือของเครื่องบินยังไงอย่างนั้น สวัสดี