QUICK LINK : Homepage | Dinh Art Portfolio | MG : MonkiezGrove | Cafe | Wedding Animation | + blog.monkiezgrove.com
 

จตุจักร ตลาดต้นไม้ วันพุธ

หลังจากผ่านมาหลายครั้งกับการไปจตุจักร ตลาดต้นไม้ทั้งไปตั้งแต่กลางคืน ไปตอนตลาดวาย ซึ่งในแต่ละเวลาก็จะมีความสะดวกสบายต่างกันไป คงจะเปรียบเทียบให้อ่านกันในตอนหลัง
ในวันนี้ตื่นเช้า และเช้าที่สุดในรอบเดือนนี้เพราะมันตื่นเช้าถึง 6 โมง สำหรับคนทั่วๆไปแล้วเวลานี้คงเป็นเวลาที่ปกติ ที่ต้องอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน แต่สำหรับผม มันเป็นเวลาพิเศษเพราะนี่คือวันพิเศษ
วันนี้เป็นเช้าวันพุธที่ผมตั้งใจว่าจะไปจตุจักร ไปหาซื้อต้นไม้ ไปดูสิ่งที่แตกต่างจากคืนวันอังคาร หรือแปลกไปจากเย็นวันพฤหัส ผมขับรถออกจากบ้านในเวลา 6 โมงครึ่ง ซึ่งตอนนั้นก็มีแสงอาทิตย์สว่างมากพอสมควร
แม้ว่าฟ้าจะยังมืดครึ้มไปด้วยเมฆอยู่บ้าง เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก แต่ก็ทำให้เช้าวันนี้ดูสดใสไม่น้อย ผมเดินทางไปยังตลาดนัดจตุจักรและวนหาที่จอดรถแถวๆนั้นซึ่งได้ที่จอดข้างทางเป็นที่ระหว่างรถกะบะสองคัน มองไปด้านข้างเห็นป้าย…ห้ามจอดวันคู่ แต่วันนี้วันคี่ เลยสบายไป เมื่อลงมาดูก็พบว่าสามารถเอาเข้าไปจอดในสวนสาธารณะจตุจักรได้เหมือนกัน แต่คงจะต้องมาเช้ากว่านี้เพราะมีรถคนมาวิ่งออกกำลังกายกันเยอะพอดู

เมื่อเดินเข้าไปในตลาดนัดต้นไม้จตุจักรก็ได้พบต้น… อะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ รู้แต่ว่าช่วงนี้เจอไอ้ผลของต้นนี้บ่อยมากๆ ต้นของมันไม่น่าสนใจเลย แต่ผลของมันกลับเด่นเป็นสง่า ผมพบว่าเดินๆไปก็จะมีร้านเอาแต่ผลของมันมาขายด้วย ซึ่งน่าจะเอาไปเป็นของประกอบถ่ายรูปได้อย่างดี ( มักจะเห็นคนถ่ายรูปกับไอ้ลูกนี้นี่แหละ )
เพราะว่าเป็นตอนเช้าเลยร่มรื่นและเต็มไปด้วยความชื้นหลังฝนตก ทำให้เดินได้อย่างสบาย เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องร้อน จะมีน่าห่วงก็แค่พวกแอ่งน้ำเล็กๆตามพื้นนี่แหละ อาจจะทำให้ลื่นหรือขากางเกงเปียกได้ ตอนนี้ 7 โมงกว่าๆมีคนเดินเยอะพอสมควร มีคนมากหน้าหลายตามาซื้อต้นไม้กัน แต่เวลานี้ไม่ค่อยจะเห็นวัยรุ่นสักเท่าไร ผิดกับคืนวันอังคาร ขนาดว่าเที่ยงคืนแล้วยังเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวคราวมหาวิทยาลัยมาเดินดูเดินเลือกซื้อต้นไม้กันอยู่เลย…
หนึ่งในเป้าหมายของผมในวันนี้ครับ ผมจะมาซื้อไม้อวบน้ำ ซึ่งจะขายในร้าน Cactus หรือกระบองเพชรนั่นเอง ไม้อวบน้ำกับกระบองเพชรดูจะเป็นต้นไม้คู่กันครับ เพราะถ้าดูในหนังสือก็จะอยู่ในเล่มเดียวกันบ้าง ผมมีหนังสือ Cactus [...]

Continue Reading...

จตุจักร ตลาดต้นไม้ วันพฤหัส

อย่างที่รู้ๆกันว่า จตุจักรที่ขายต้นไม้ในวันธรรมดานั้น ขายตั้งแต่วันอังคารตอนกลางคืน จนถึงวันพฤหัส แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า ผมไม่รู้ว่ามันปิดกี่โมงของวันพฤหัสบดี…
หลังจากที่สองวันก่อนไปจตุจักรวันอังคารกลางคืน แต่ได้กลับมาแค่พืชที่หน้าตาดูไปก็คล้ายๆว่านหางจรเข้มาต้นหนึ่ง แล้วก็เจอกับฝนตก ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรก็กลับไปอ่านได้ที่ตอน “ จตุจักรกลางคืน กับเที่ยงคืนที่ฝนตก ”
วันนี้ผมยังเกิดอารมณ์ค้างคา เหมือนกับทำอะไรแล้วก็ทำไม่สุด หลายๆอย่างที่ทำไม่ได้ก็ต้องทำใจปล่อยให้มันผ่านไป แต่วันนี้มีโอกาสดีเพราะผมจะต้องไปจ่ายค่าโทรศัพท์และแจ้งปัญหาเกี่ยวกับอินเตอร์เนทที่บ้านผม
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วก็มุ่งตรงไปทันที ไปที่ ที่หนึ่งซึ่งไม่ใช่จตุจักร นั่นคืออาคารจอดแล้วจรสถานนีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว นั่นก็เพราะผมคิดว่าขับไปที่จตุจักรอาจจะไม่สะดวกเรื่องที่จอดเท่าไรนัก เพราะต้องไปจอดไกลและเสียค่ามอเตอร์ไซราคาขูดรีดพอสมควร

ฟ้าที่มืดครึ้มที่มองจากอาคารจอดแล้วจรชั้นที่ 7 วนขึ้นไปตั้งแต่ชั้น 1 ยอมวนเพื่อให้ได้วิวสวยๆนะเนี่ย
ก็เลยไปขับรถไปฝากไว้ที่อาคารเพราะยังไงก็นั่งรถใต้ดินไปถึงได้เลยที่สถานนีกำแพงเพชร ซึ่งเดินขึ้นมาก็ถึงตลาดนัดต้นไม้จตุจักรเลย สิ่งที่กังวลเล็กน้อยเมื่อนั่งรถไฟฟ้าอยู่นั้นก็คือตลาดมันจะวายรึเปล่า จะยังมีของขายอยู่รึเปล่า ซึ่งในช่วงที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงทางออกความรู้สึกนี้ยิ่งลุ้นระทึกชัดเจน เพราะถ้าเขาขนกลับหมดก็คงจะเสียเที่ยว

เมื่อเดินขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน กำแพงเพชรก็จะเจอกับจตุจักรตลาดต้นไม้ทันที
เมื่อเดินขึ้นมาก็โล่งใจพอสมควรเพราะร้านที่เคยตั้งก็ยังคงตั้งอยู่ แต่มองไปก็รู้สึกว่ามันโล่ง ไปบ้างเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเวลานี้ (3.30 กว่า) ร้านค้าต่างๆจะเริ่มทยอยเก็บของ เพราะเป็นวันพฤหัสซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการขายของ ได้ยินว่าเขาให้ขนของออกก่อน 6 โมงเย็น คือถ้ามา 6 โมงเย็นคืนวันพฤหัสบดี ก็คงจะไม่เจออะไรแล้วก็เป็นได้
ทางเิดินในซอยซึ่งยาวไปตลอดทาง ภาพนี้จะไม่มีทางเห็นหรือจินตนาการถึงได้เลยถ้าไม่เคยมาวันธรรมดา
ผมเดินไปลัดเลาะไปในพื้นที่ ที่คิดว่าน่าจะมีร้านที่ต้องการเพราะดูเหมือนว่าเวลาที่จะเดินเล่นดูนั้นจะเหลือน้อยกว่าที่คิดเพราะร้านค้าทยอยกันปิด สิ่งที่ผมต้องการในวันนี้คือ ถามเรื่องบอนสี ซึ่งเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและการผสม รวมถึงไม้อวบน้ำต้นเล็กๆด้วย

ต้นไม้ และอื่นๆที่ซื้อมาในวันนี้
ร้านแรกที่เจอแล้วถูกใจจนเดินวนไปมาสองรอบนั่นคือบอนดำ คนขายเขาเรียกว่าอย่างนั้น ดูๆไปก็คล้ายๆบอนสี แต่ก็เหมือนๆว่ามันจะมาคนละสายพันธุ์กันเลยทีเดียว [...]

Continue Reading...

จตุจักรกลางคืน กับเที่ยงคืนที่ฝนตก

วันนี้เป็นอีกวันที่ดูเหมือนจะยาวนาน เพราะมีอะไรให้ทำมากมายตั้งแต่เช้าจรด.. เที่ยงคืนกว่าๆ เป็นอีกวันที่รู้สึกว่ามันคุ้มค่าจริงๆ ซึ่งมันดีมากที่ผมไม่เคยชินเสียที
ปกติวันหนึ่งๆ ผมก็จะทำงานตั้งแต่เช้าจรดเที่ยงๆอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเดิมๆ ที่นั่งเดิมๆ แต่วันนี้เป็นวันที่ต่างออกไป เพราะต้องออกจากบ้านตั้งแต่ตอนบ่าย เพื่อไปซื้อของบางอย่างและ ไปต่อกับการประชุมงานที่มหาวิทยาลัย และต่อจากนั้นคือเป้าหมายของวันนี้จตุจักรกลางคืน ตลาดต้นไม้นั่นเอง
เริ่มจากการเดินทางออกไปกินข้าวก่อนเพื่อรองท้อง ผมตื่นมา 10 โมงของวันนี้ และตั้งแต่ 10 โมงก็กินนมถั่วเหลืองไป มากินอีกทีก็บ่าย 3 นั่นแหละนะ ผิดเวลาชาวบ้านเขาแต่ก็พอดีๆสำหรับผม เวลาผ่านไปไม่นานนักหลังจากกินข้าวก็ต้องไปซื้อของจำเป็นสำหรับทำความสะอาดบ้านที่ห้างแถวๆบ้าน
หลังจากซื้อมีเวลามากมายก่อนจะถึงเวลาประชุมงาน ซึ่งมากถึงเกือบ สองชั่วโมง แต่สำหรับผมการรอนั้นไม่เคยมีปัญหาเลย เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่สามารถปล่อยใจให้คิดงานได้มากมาย เพราะฉะนั้นเวลาที่ต้องเดินทางไปหลายๆที่และมีการรอเกิดขึ้นผมมักจะพกสมุดโน๊ตไว้เสมอๆ เพื่อใช้เวลาที่มีให้มันคุ้มค่า
และเวลาที่มีก็คุ้มค่าจริงๆแม้ว่าสมองยังแล่นและยังสามารถคิดได้เรื่อยๆ แต่ก็ถึงเวลาที่ต้องไปประชุมแล้ว ก็เลยต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยเสียก่อน และเมื่อประชุมจบ ก็ถึงเวลาว่างอันแสนนานก่อนจะถึงเวลาที่ต้องไปจตุจักรภาคกลางคืน
ซึ่งตรงนี้สำคัญมากๆผมเลิกประชุม 2 ทุ่มครึ่ง ผมเหลือเวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งก่อนจะไปจตุจักร ตอนนั้นอยู่เกษตร คิดอย่างเดียวว่าไปนั่งที่ไหนดี ที่นั่งได้จนถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในตอนนั้นก็คิดออกว่าโลตัสพหลโยธินแล้วกัน (อีกแล้ว) เพราะเปิดถึง 5 ทุ่ม ว่าแล้วก็มุ่งตรงไปที่โลตัสกันเลย
แล้วก็มาถึงเวลาช่วงว่าง 3 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเวลาที่สามารถจินตนาการได้เลยว่าคุณสามารถทำอะไรได้หลายอย่างแน่นอน ทั้งดูหนัง กินข้าว ถูบ้าน ล้างจาน [...]

Continue Reading...

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย

ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนกับงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ที่จัดที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี ซึ่งจัดเพื่อกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวภายในประเทศของเรานั่นเอง
ผมเดินทางมาถึงงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ก็เกือบเที่ยง ข้าวก็ไม่ได้กินมา เพราะรีบๆเดินทาง วันนี้ดูเหมือนว่าจะมีกิจกรรมหลายอย่างและเทศกาลเที่ยวเมืองไทยก็เป็นกิจกรรมในช่วงบ่ายวันนี้ของผม

ครั้งนี้ก็มากันสองคนเหมือนเดิม ผมกับคุณผิง เมื่อผมเข้ามาในงานแล้วพบว่า งานนี้น่าจะเป็นเทศกาลเที่ยวกินเมืองไทยมากกว่า เพราะบังเิอิญว่าประตูฝั่งที่เดินเข้าไปเป็นฝั่งที่จัดนิทรรศกาล แสดงอาหารวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละภาคในประเทศไทย เดินไปไหนก็เห็นแต่ของกิน ของใช้ก็มีบ้าง แต่ที่ดึงดูดคนก็มักจะเป็นของกินแปลกๆที่หากินไม่ได้ในกรุงเทพนั่นเอง
ผมเดินดูไปพร้อมความหิวที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ความแปลก ความหอม บวกกับความน่าลิ้มลองของอาหารแปลกนั้นทำให้ความหิวที่มีมันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ…

ในระหว่างที่เดินไปมีผู้คนมากมายกำลังเดินดูสิ่งที่ตัวเองต้องการ การจัดร้านที่นี่ดูดีมากๆ เพราะมีการจัดสถานที่ให้เสมือนสถานที่จริงโดยดึงเอาจุดเด่นของแต่ละสถานที่นั้นๆมาแสดงให้ผู้คนได้เห็นและระลึกถึงบรรยากาศที่เคยได้รับครั้งยังสมัยไปเที่ยวสถานที่นั้นๆ เดินๆไปก็เจอขนมสายไหม ซึ่งมีเด็กๆรุมล้อมอยู่เยอะมากๆ ขนมสายไหมนี่ไม่ว่าจะตั้งที่ไหนก็ได้รับความนิยมเพราะด้วยรูปทรงของมันทำให้มันโฆษนาตัวเองไปในตัว เวลาที่เห็นคนถือกินเราก็มักจะสนใจและอยากได้บ้าง
เดินต่อมาก็เจอว่าวมากมาย แต่ตอนนี้ก็คงเป็นแค่ของสะสมไปแล้ว ในกรุงเทพคงจะหาที่เล่นว่าวยากทีเดียว พอมองแล้วคิดกลับไปถึงตอนเด็กๆสมัยยังประถม แถวหน้าบ้านผมมีลานกว้างๆ อยู่ เป็นลานที่เจ้าของที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ทำอะไร ก็เลยกลายเป็นที่เล่นของเด็กๆอย่างผม และสมัยนั้นก็เล่นทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ ว่าวก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้เคยเล่นมา ผมยังนึกถึงภาพที่ตัวเองนอนบนกองหินที่เขาเตรียมไว้ก่อสร้าง มือถือเชือกว่าวที่ผูกกับตัวว่าวที่ลอยอยู่สูงกว่า 50 เมตรจากพื้น ผมมองมันลอยเล่นลมไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไมเวลานึกถึงแล้วถึงได้รู้สึกดีจริงๆ
เดินต่อมาก็เจอทอดมัน แต่เป็นทอดมันแบบไม่ทอดเดี่ยว เพราะเขาเอามาทอดกับอย่างอื่นด้วยเช่น ไข่นกกระทา ไข่ไก่ ไข่เยี่ยวม้า แต่ไข่จะอยู่ข้างในโดยที่ทอดมันนั้นหุ้่มอยู่ข้างนอก แต่ผมว่าทีเด็ดที่ทำให้ทอดมันน่าสนใจก็คือใบกระเพรากรอบที่ประดับอยู่รอบๆนี่แหละ พอนึกถึงรสสัมผัส ตอนได้กินกระเพรากรอบพร้อมทอดมัน จนถึงตอนที่พิมพ์อยู่นี้ยังน้ำลายหกได้
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะสายไหม หรือทอดมันผมก็ไม่ซื้อครับ มาตายเอาตรงขนมถ้วยนี่แหละ… ขนมถ้วยนี่เป็นอะไรที่กินง่ายมากๆ กินแล้วอยากกินอีก [...]

Continue Reading...