| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ตอนนี้หากเราต้องการต้นไม้ เราก็ต้องไปที่ตลาดนัดจตุจักร แต่เป็นวันพุธ-พฤหัสนะ ไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์… ปกติแล้วถ้าย้อนไป 8-10 ปีก่อน ผมก็ยังเดินโซนต้นไม้ในตลาดนัดจตุจักรทุกวันเสาร์อาทิตย์อยู่ แต่มาตอนนี้ถ้าจะไปเดินวันเสาร์อาทิตย์ คงจะเห็นแต่เสื้อผ้า สินค้าแฟชั่นเป็นแน่ เพราะตลาดต้นไม้เขานัดกันมาขายวันพุธ พฤหัสบดีกันแล้ว ซึ่งขายกันมาก็นานแล้ว ผมไปซื้อต้นไม้ก็หลายครั้งหลายหนซึ่งส่วนใหญ่ที่ได้ติดไม้ติดมือมาจะเป็นบอนสี เพราะความชอบส่วนตัว และครั้งนี้ที่ผมไปก็คิดว่าจะไปหาบอนสีมาเพิ่มอีกเหมือนกัน แต่คราวนี้คิดว่าจะไปหาต้นที่ผมยังไม่มี ยังไม่คุ้่น หรือแปลกไปจากที่ตาเคยเห็น วันนี้ดูอากาศจะชื้่นและอบอ้าวเป็นพิเศษ เพราะรอเวลาที่ฝนจะตกในหน้าหนาวนั่นเอง แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่รู้สึกถึงความหนาวของหน้าหนาวสักเท่าไร คล้ายๆกับว่านี่คือเช้าที่อบอ้าวของหน้าฝนยังไงอย่างนั้น สังเกตุได้ว่ามีคนใส่ชุดกันฝนอยู่ในรูปถัดไป วันนี้ผมไม่ได้มาคนเดียวครับ พาคุณผิงมาดูด้วย จะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน คุณผิงชอบต้นไม้ที่มีดอกครับ แต่ผมไม่ค่อยมีประสบการณ์ที่ดีกับต้นไม้แนวนั้นเท่าไหร่ ซื้อมาก็ไม่สวยเท่าที่เขาขาย ดูเอาจะดีกว่า สวย/ประหยัด ต้นไม้ก็มีมากมายหลายแบบไปหมดตั้งแต่ไม้เล็กๆอย่าง cactus หรือต้นไม้ใหญ่ๆที่ต้องใช้รถหกล้อขนกันมาเลยทีเดียว ส่วนผมเล็งแต่ต้นไม้เล็กๆครับ ใหญ่ๆไม่มีที่ลงที่บ้านแล้ว เดินเข้ามาไม่นานคุณผิงก็เริ่มหิวครับ เลยต้องไปจับจ่ายที่ร้านกล้วยปิ้งกันเป็นที่แรก… สรุปว่าเดินต่อไปวนรอบสวนจตุจักรหนึ่งรอบก็ได้ของที่หมายตาไว้ครับ นั่นคือสัปปะรดสี และบอนสี สัปปะรดสีนี่ตอนแรกไม่ได้คิดจะซื้อครับ แต่ซื้อมาเพราะเห็นว่ามันไม่แพงอย่างที่เคยเห็นราคา เอาเป็นว่าถูกกว่าที่เคยจินตนาการไว้ล่ะนะ ก็เลยได้มาเยอะ สองสามต้นเลยทีเดียว ส่วนบอนสีก็ได้สองต้นตามรูปข้างล่างครับ ต้นนี้ผมชอบมากๆ ชื่อพันธุ์อยู่ข้างกระถางครับ ลืมจดมาไว้ตอนหน้าแล้วกัน ต้นนี้ชอบตรงใบหน้าก้านใหญ่มาก ดูแล้วน่่าจะอึด [...]
เมล็ดชมพู่มะเหมี่ยว ให้มาเพื่อปลูกไว้ สามถึงสี่วันที่ผ่าน ได้รับเมล็ดชมพู่มะเหมี่ยวจากคุณผิงกลับมาที่บ้าน เพื่อให้ผมลองปลูกดู เผื่อมันจะขึ้น คุณผิงชอบกินชมพู่มะเหมี่ยวมากๆ จึงอยากได้เป็นต้นของตัวเองบ้าง ซึ่งผมเองก็ปลูกต้นไม้อยู่เป็นปกติก็เลยรับมาปลูกให้ รับมาสามวันพึ่งจะได้นำลงดิน เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง อันที่จริงตอนที่ได้รับเมล็ดมานั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ชมพู่มะเหมี่ยวนี่มันดีอย่างไร แต่ในระหว่างสามถึงสี่วันมานี่ได้ไปโคราชและได้ไปกินชมพู่มะเหมี่ยวจากต้น ก็ค้นพบว่ามันดีจริงๆ ถ้ามีที่สักไร่ สิ่งที่ควรจะมีก็คือต้นชมพู่มะเหมี่ยวแน่นอน อันนี้เป็นเมล็ดมันครับ ทิ้งไว้สักระยะแล้วไม่แน่ใจว่าจะขึ้นรึเปล่า นี่เป็นผลที่เน่าแล้ว ผมฝังมันลงดินในถุงเพาะทั้งอย่างนี้เลย เพราะคิดว่าแบบนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ธรรมชาติต้องการ สักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ก็คงรู้ผลแล้วครับ จะเป็นอย่างไรเดี๋ยวจะเอามาให้ดูกันอีกทีครับ สวัสดี
หลังจากผ่านพ้นกันไปกับงานสีสรรกรุงเทพ ผมจะมาเล่าให้อ่านกันครับ ว่าเรา ( มังกีซ์โกรฟ ) ได้่ไปทำอะไรที่นั่นบ้าง… ย้่อนความไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากทราบข่าวว่าได้รับคัดเลือกไปออกร้านที่งานสีสรรกรุงเทพ ผมได้่เดินทางมาสำรวจสถานที่ด้วยตัวเอง ทำให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่มากมายจากชุมชนย่านนั้นๆ เพื่อมาเป็นความสะดวกของวันนี้ !! วันนี้ 20 ธันวาคม 2552 ผมตื่นตั้งแต่เช้า นั่นคือตี 5 เพื่อมาเตรียมของที่ยังไม่ได้จัดไว้เมื่อวาน กว่าจะเสร็จก็เกือบ 7 โมง ซึ่งนัดคุณผิงไว้ที่ท็อปหน้ามหาวิทยาลัยเกษตร ผมเผื่อเวลาหลงไว้ 1 ชั่วโมง สำหรับเส้นทางที่ไม่คุ้่นเคยอย่างนี้ เพราะไม่เคยขับรถไปแถวๆนั้นเลย แต่ก็ไปถึงเร็วกว่าที่คิดเพราะว่าได้คุณผิงช่วยบอกทางแถบนั้นซึ่งลดเวลาเดินทางมั่วๆแบบทางไม่งง*ก็หลงได้ในแบบของผมไปเยอะจริงๆ มาถึงสวนสันติชัยปราการกันตั้งแต่เช้า จุดประัสุงค์ที่ตื่นเช้าและยอมมาเช้าขนาดนี้คือ !! ที่จอดรถ สำหรับงานสีสรรกรุงเทพนี้ใครๆก็รู้กันว่าเริ่มจัดร้านกัน 11 โมง ผมมากันตั้งแต่ 8 โมงเพื่อเอาที่จอดรถที่ใกล้ที่สุด ในแถบสวนสันติชัยปราการเป็นเมืองเก่า ที่มีร้านอาหารและรถผ่านไปมาตลอดเวลา วันธรรมดานั้นจะมีรถจอดเต็มข้างทางและมีที่จอดจำกัด เพราะว่ามีที่ห้ามจอดอยู่ด้วย แต่ในวันอาทิตย์เขาจะยกเว้นครับ เราเลยรีบมากันก่อน สรุปแล้วก็ได้ที่จอดฝั่งตรงข้ามสวนสันติชัยปราการเลยครับ ซึ่งใกล้มากๆ เพราะวันนี้ผมเอาของมาเยอะ คงยากที่จะไปจอดในที่จอดที่เขาจัดไว้ให้นั่นคือสนามหลวง ซึ่งไกลกันมากพอดู แม้ว่าทางสีสรรกรุงเทพจะจัดรถรับส่งไว้ให้ แต่การที่ผมเตรียมพร้อมตื่นเช้ามาเอาที่จอดนี่จะสะดวกกว่า เพราะสะดวกในการเก็บของหรือเอาของออกมานั่นเอง [...]
เมื่อวานก่อน ซึ่งเป็นวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมมีแผนจะเที่ยวชมงานวันพ่อที่จัดที่ถนนราชดำเนิน ถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม… สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องเล่าตอนที่ผมคิดว่าน่าจะยาวมากๆอีกตอนหนึ่งเลยทีเดียวเพราะผมเองได้พบเจอกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมากมายสำหรับวันนี้ เราจะมาเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าของวันกันเลยครับ เช้าวันศุกร์ที่ 11 ผมตื่นมาในเวลาที่เร็วกว่าปกติ เพราะคิดว่าจะติดรถของแม่ออกไปที่ถนนลาดพร้าว เพื่อไปขึ้นรถเมล์ต่อ การเดินทางไปแถวๆสนามหลวง – ราชดำเนินนั้น สำหรับผมแล้ว การขับรถออกไปดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย เพราะต้องมาห่วงพะวงหลงทางและห่วงรถเวลาหาที่จอดกันอีก ดังนั้นการนั่งรถเมล์ไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมรอรถเมล์ไม่นาน สาย 44 ขาวฟ้า ก็ขับผ่านมา แม้ไม่ใช่รถแอร์ แต่ผมก็ขึ้นไปเพราะไม่อยากจะมายืนรอโอกาสต่อไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และผมเองไม่อยากเสียเวลาของวันนี้ไป แต่การนั่งรถเมล์ครั้งนี้มีผลทำให้เกิดอาการ..เป็นหวัด ครับเป็นหวัด เพราะฝุ่นมากมายบนถนนรวมทั้งไอแดดด้วย อ่านดูแล้วเหมือนผมจะเป็นคนอ่อนแอซะเหลือเกิน แต่นั่นก็เป็นความจริง ผมเป็นคนแพ้อากาศง่ายมาก ถ้าอากาศเปลี่ยนแดดร้อนฝนตก ก็มักจะน้ำมูกไหล อาการนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมในวันนั้นๆเป็นอย่างมาก แต่สำหรับวันนี้ ผมจะไม่ไปคิดถึงมันให้มากนัก เพราะเป็นแล้วก็คงไม่หายจนจบวัน เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวผมมักจะพกผ้าเช็ดหน้าสองผืนตลอดเผื่อเกิดอาการเช่นนี้ ผมไปถึงถนนราชดำเนินประมาณ 11 โมง โดยวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปดูงานที่หอศิลป์ ตรงนั้นก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามีงานอะไรเหมือนกัน ก็เข้าไปถามเขาปรากฏว่าวันนี้มีสองงานจัดแสดงอยู่ซึ่งงานแรกเป็นภาพของศิลปินซึ่งวาดรูปในหลวงด้วยสีชอล์ก ซึ่งดูแล้วมีสเน่ห์มากๆ จังหวะการปาดสีชอล์กนั้นผมคงต้องเรียนรู้อีกนานกว่าจะทำได้ อีกงานหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาวาดรูปร่วมกันที่หอศิลป์เลย ซึ่งวันที่ผมไปนั้นผลงานทุกชิ้นสำเร็จเสร็จสิ้นหมดแล้ว และกำลังจัดแสดงอยู่ มีหลายชิ้นที่ผมชอบ ในความคิดสร้างสรรค์ [...]
ไปเที่ยวนครนายกครั้งนี้เนื่องด้วย คุณผิงชวนไปงานแต่งงานเพื่อนของเธอนั่นเอง… การเดินทางสำหรับนครนายกนั้น ถือว่าไม่ไกลเลยถ้าเราเดินทางด้วยรถยนต์ ซึ่งระยะทางไม่มากนี้ทำให้เรามีเวลาพอจะเหลือเที่ยวในที่ต่างๆนี้ได้ วันนี้เนื่องจากไปงานแต่งงานก็เลยไม่ได้แวะที่ไหนมากมาย ก็จะมีแต่ไปเขื่อนนี่แหละครับ ผมขับรถขึ้นไปที่เขื่อนเพื่อชมวิวทิวทัศรอบๆเขื่อน จริงๆผมเองก็ไม่เคยมาเขื่อนนี้หรอกครับ เคยไปแต่เขื่อนอีกที่หนึ่ง ซึ่งตอนนั้นยังเด็กอยู่ ความทรงจำตอนนั้นมีแค่ ร้อน น้ำเยอะ ลมแรงๆ ไม่มีอะไรนอกจากนี้ แต่สำหรับตอนนี้ผมโตขึ้นมาหน่อยแล้ว จึงทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้มากกว่าเดิมเช่น ร้อนมากๆ น้ำเยอะแยะเต็มไปหมด ลมแรงๆจะพัดร่มปลิวได้… ครับ มันดูไม่เปลี่ยนแปลงเลยใช่ไหม จริงๆเขื่อนมันก็แค่เก็บกักน้ำแหละครับมันก็ไม่ได้ทำหน้าที่อะไรให้เราได้ชื่นชมกันมากกว่านี้ พอลงมาจากเขื่อนมาข้างล่างตรงแถวๆที่ขายอาหารกันเพื่อพบเพื่อนคุณผิงคนหนึ่งซึ่งทำมาหากินอยู่แถวนั้น ซึ่งผมก็ได้รู้ทีหลังว่าในรอบๆเขื่อนนั้นมีสถานที่ทำกิจกรรมมากมาย เช่นล่องเรือ ล่องแก่ง แต่สำหรับตอนนี้ คนไม่มีเวลาและไม่ทุนทรัพย์อย่างผมคงต้องรอเก็บตังตั้งหน้าตั้งตารอไปก่อน รูปเขื่อนฝั่งที่เก็บน้ำครับ กว้างใหญ่มากๆ พอรู้ว่าระดับน้ำลึกแค่ไหนก็ขนลุกขึ้นมาทันทีเลยนะนี่ นี่คือมุมมองที่มองลงไปยังอีกฝั่งหนึ่งครับ เป็นถนนและเมืองซึ่งอยู่ต่ำลงไปมากๆ แถมท้ายด้วยรูปตั๊กแตนเทอร์โบครับ รูปนี้บังเอิญว่าตั๊กแตนมาเกาะหน้ากระจกรถและถ่ายด้วยความตั้งใจ แต่ภาพดันบังเอิญออกมาแบบนี้ เพราะแม้จะถ่ายอย่างตั้งใจ แต่ขับรถอยู่จะถ่ายก็ไม่ถนัดเลยได้ภาพแบบนี้มาครับ ( เบรกแล้วค่อยถ่ายนะ ) สวัสดี