| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
เพิ่มเติมจากตอนที่แล้ว วิถีแห่งความพอเพียง กับ ลุงนิลคนของความสุข 15th June 2009 เราก็จะมาดูกันว่า ลูกหมูที่ว่าน่ารักนี่มันเป็นยังไง จาก วีดีโอคลิป ที่ผมได้ถ่ายมานิดหน่อย พร้อมของแถม “โชวผัดหญ้าเบญจรงค์ไฟแดง ” จากลุงนิล เรามาเริ่มต้นกับลูกหมูกันเลย ลูกหมูในหลุมตอนเช้าๆ ถ้ามาก่อนหน้านี้มันจะนอนทับๆกันเป็นแนว น่ารักดี พอตื่นก็เริ่มเดินแล้วกินแล้วเล่นเหมือนเดิม ใครจะรู้ว่าวันนึงมันอาจจะมาอยู่ในจานเบื้องหน้าเราก็ได้ หมูหลุมตอนบ่ายๆ จะมีลูกหมูเดินไปมา บางตัวก็วิ่งไล่กัน บางตัวก็กินอาหาร บางตัวก็นอนกันไป ตามอารมณ์หมูเด็ก จะมีลูกหมูตัวนึงที่กินนมไม่ได้และร้องโวยวายลั่นเลย ผมได้ลองอุ้มตัวนี้ด้วยครับ ร้องลั่นเลย แต่ไม่ดิ้นนะ หมูเนื้อแน่นดีจริงๆ ดูแข็งแรงมากๆ ..แถม.. ผัดหญ้าเบญจรงค์ไฟแดง อาหารเช้าของสมาชิกตนคอเดียวกัน สวัสดี
หลังจากกลับมาจากชุมพรได้วันสองวัน ผมก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับของฝากที่ติดตัวมาเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือปลาหมึกแห้งกับต้นหญ้าสองต้น เหตุที่ผมติดกลับบ้านมาน้อยก็คงเพราะที่บ้านมีกันอยู่แค่สองคน จะกินก็คงไม่หมด และอีกเหตุนั่นคือ ผมเลือกของฝากไม่เป็น… สำหรับปลาหมึกแห้ง ตัวผมเคยมีประสบการณ์ ได้กินปลาหมึกแห้งตัวใหญ่ๆแบบที่ซื้อมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่บริษัทเก่าเคยจัดงานเลี้ยงจะมีปลาหมึกแห้งตัวใหญ่ๆแบบนี้ด้วย ผมรู้สึกว่ามันกัดแล้วเต็มปากกินแล้วมันเต็มคำกว่าตัวเล็กๆ เลยว่าจะเอามาลองอีกที เผื่อว่าเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้านก็จะได้ไว้แกล้มซะด้วยเลย เห็นเขาบอกว่าเก็บได้นาน แต่คำว่านานสำหรับบ้านผมคือเป็นปีๆไม่รู้มันจะอยู่ถึงรึเปล่า ในเวลานี้มันก็อยู่ในตู้เย็นเรียบร้อยแล้ว และหวังว่าผมจะได้กินในเร็วๆนี้ สำหรับต้นหญ้า ที่เขาเรียกว่าหญ้าเบญจรงค์ ไม่รู้ผมเขียนถูกรึเปล่า แต่เอาไปหาในกูเกิ้ลกลับไม่มีข้อมูลใดๆกล่าวไว้ หรือมันอาจจะมีชื่อเรียกอื่นๆก็เป็นได้ สำหรับใครที่รู้ที่มาที่ไป ของพืชชนิดนี้ก็สามารถบอกผมได้ เพราะผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า ไอ้ต้นหญ้าที่ผมหอบติดมาสองต้นนั้นมันสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่ผมรู้จากสวนลุงนิลบ้าง แต่ที่สำคัญ คือหญ้าเบญจรงค์สองต้นนี้ผมเอามาฝากแม่ครับ เผื่อว่ามันจะช่วยให้สุขภาพดียิ่งขึ้นได้ ต้นหญ้าสองต้นที่เป็นของฝากจากสวนลุงนิล จังหวัดชุมพร
ฅนคอเดียวกันสัญจร วิถีแห่งความพอเพียง กับ ลุงนิลคนของความสุข ที่ผ่านมากับวันที่ 12 – 14 มิถุนายน จากตอนที่แล้วที่ผมได้เขียนถึงเหตุที่ผมร่วมเดินทางและข้อมูลเบื้องต้น มาถึงตอนนี้ผมจะมาเล่าเรื่องสำหรับสิ่งที่ผมได้พบเจอะเจอใน 3 วันที่ผ่านมา พร้อมกับรูปถ่ายที่ติดมาอีกเล็กน้อย… 12 มิถุนายน 2552 เริ่มต้นวันใหม่ที่ต้องเดินทางด้วยเวลา 4.55 am วันนี้ผมตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะจำเป็นต้องเดินทางไปถึงให้ทันก่อนเวลา 6 : 30 am เพราะเหตุที่ต้องตื่นเช้าทั้งที่ระยะทางจากบ้านมาทีวีบูรพานั้นก็คือ วันนี้เป็นวันศุกร์และแถวนั้นก็ยังมีโรงเรียนบดินทรเดชา ถ้าเผลอมาสายอาจจะต้องพบกับขบวนรถผู้ปกครองที่พากันมาส่งบุตร หลานกันอย่างไม่ขาดสายเป็นแน่ ผมซึ่งมีคุณแม่มาส่งด้วย ได้เดินทางมาถึงทีวีบูรพา เป็นอันดับที่คาดว่าน่าจะเป็นที่สาม จาก 15 คนที่นัดเจอกันที่นั่น และจะมีการรับคนระหว่างทางไปด้วย เพราะ บางท่านไม่สะดวกที่จะเข้ามาที่ทีวีบูรพา(ซอยเล็ก แต่รถเยอะจริงๆ ) และเมื่อสมาชิกตนคอเดียวกันมาครบเราก็ออกเดินทางอย่างไม่รีรอ ระหว่างเดินทาง บนทางด่วนมุ่งหน้าไปทางพระรามสอง เป็นรถขนาดกว่า 40 ที่นั่ง มากเพียงพอที่จะรองรับผู้เดินทางจำนวนเพียงแค่ 25 คนเท่านั้นเอง
เรื่องมันมีอยู่ว่า….มีชายคนหนึ่ง ใช้ชีวิตไปวันๆอย่างซ้ำซาก หลับฝันในเวลาเดิม และตื่นมาในเวลาเดิมชีวิตทุกๆวันยังคงเหมือนเดิม และที่แน่นอนที่สุด ณ เวลา 10.30 เขาจะออกไปกินข้าว ที่ร้านอาหารตามสั่งร้านเดิมเป็นประจำ สั่งอาหารแบบเดิมเป็นประจำ เป็นแบบนี้มาหลายเดือน…. เมื่อวานนี้ผมออกไปกินข้าวที่หน้าปากซอยเหมือนเดิมครับ แน่นอน ก็ต้องสั่งเมนูโปรดที่กินไม่ค่อยเบื่อ เพราะผมไม่ค่อยใส่ใจเรื่องกินเท่าไหร่นัก เอาอิ่มกลืนลงเป็นพอ แต่สำหรับวันนี้ก็คงมีอะไรเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยนั่นคือผมเลิกคิดที่จะกินข้าวจานพิเศษที่ต้องเพิ่มเงินอีก 5 บาท เพื่อให้ได้น้ำหนักตัวเพิ่มโดยไม่จำเป็น ใช่ครับผมคิดจะเพิ่มความผอมที่มีอยู่น้อยนิดให้มากขึ้น วิธีแรกที่ง่ายและประหยัดคือเลิกสั่งพิเศษซะ และแล้วผมก็เดินเข้าไปสั่งกับพ่อครัว ” กระเพราหมูกรอบครับ “ ผมพูดอย่างไม่ชินเพราะปกติต้องมีพิเศษด้วย แต่มันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี นั่งรอซักพักกระเพราหมูกรอบก็มาเสริฟถึงหน้า แต่…ทำไมหน้าตามันเหมือนเดิม มันพูนจานเหมือนเดิม และเยอะเหมือนเดิม ผมไม่สงสัยเลย นี่คือกระเพราหมูกรอบพิเศษแน่นอน ผมตั้งหน้าตั้งแต่กินให้เสร็จ เพราะมีธุระต่อ และเมื่อเดินไปจ่ายเงิน แม่ครัวผู้เป็นคนผัดข้าวจานนั้นให้ผมบอกว่า 35 พิเศษ ….. ผมไม่คิดจะพูดอะไรเลยครับ รูปร่างของผมกับความเคยชินในการสั่งซ้ำๆมันคงเป็นเมนูนี้ไปแล้ว จริงๆผมคงไม่ต้องสั่งก็ได้ แค่บอกว่าเหมือนเดิมแม่ครัวก็คงจะจำได้ สงสัยว่าสิ่งที่ผมต้องทำในครั้งต่อไปคือพูดว่า กระเพราหมูกรอบ “ธรรมดา” …สวัสดี