| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ผ่านปีใหม่มาก็ครึ่งเดือนแล้ว แต่เรื่องนี้เกิดก่อนวันปีใหม่ครับ หรือเกิดในวันสุดท้ายของปีเก่านั่นเอง เป็นภาพบาบีคิว ที่ผมไปปิ้งย่างกินกันที่บ้านเพื่อนนั่นเอง บาบีคิว ปีใหม่ เป็นกิจกรรมที่อร่อยมากครับ !! ทำไมถึงเป็นกิจกรรมที่อร่อยแทนที่จะเป็นสนุก ก็เพราะว่าเมื่อลองนึกถึงการปาตี้บาบีคิวแล้ว ผมก็มักจะนึกถึงความอร่อยที่จะได้รับก่อนเสมอ แม้จะมีความสนุกอยู่มากมายในระหว่างการปิ้งย่างก็ตาม แต่สุดท้ายเราก็กิน มันจึงเป็นกิจกรรมที่อร่อยมากจริงๆครับ ปีนี้ผมคงไม่ได้ไปปิ้งบาบีคิวแถวๆเขาใหญ่ตามความคาดหมายดั้งเดิมของผมเสียแล้วเพราะมีเรียนเยอะมากในช่วงนี้ บาบีคิวอุ่นๆ ในวันหนาวๆ บนเขาสูงๆ ของผมก็คงต้องรอต่อคิวไปในปีหน้าต่อไป สวัสดี
วันนี้มากับเมนูใหม่กระเพราเห็ดไข่ดาว เมนูที่ผ่านเข้ามาในหัวเมื่อหลายวันก่อน วันนี้มีโอกาสได้ออกไปกินรู้สึกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ ที่มาที่ไปของกระเพราเห็ดไข่ดาว มันสืบเนื่องมาจากที่วันหนึ่ง ผมไปซื้อไก่กินที่มหาลัย ซึ่งซื้อมาเยอะหน่อยเพราะว่าหิว กินไปกินมามันก็เริ่มไม่อร่อยเพราะเยอะ+เลี่ยนไป (ไก่ทอด) ก็มานั่งนึกๆว่าทำไมต้องกินไก่ด้วย ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ทราบได้ที่ทำให้ผมซื้อไก่กิน ก็รู้สึกว่าถ้าจริงๆเราไม่กินไก่กินอย่างอื่นก็ได้นะ ก็มานั่งคิดไปว่าไม่กินเนื้อสัตว์ก็อยู่ได้นี่นะ เป็นการลดน้ำหนักไปในตัวด้วยเพราะบางทีอะไรที่มันอร่อยเกินไปก็จะกินเยอะเกิน ต่อเนื่องจนเป็นกระเพราเห็ดไข่ดาว วันก่อนได้ไปกินสเต๊ก เนื่องจากไม่ได้กินมานาน แต่ความรู้สึกไม่เหมือนก่อน ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อย แต่ก็ไม่รู้จะไปกินทำไมให้มันลำบาก กินให้อิ่มก็พอ เหมือนว่าความคิดของผมก่อนหน้านี้มันมากเกินไปหน่อย รู้สึกเหมือนอยากปรับตัวเองให้พอดีกับความเป็นจริงเสียหน่อย ทำไมผมต้องลำบากออกเดินทางไปหาสเต๊กกินด้วยนะนี่… วันนี้ก็ได้กินกระเพราเห็ดไข่ดาว วันนี้ตอนสายๆออกไปกินข้าวที่สี่แยกแถวบ้าน ซึ่งมีร้านอาหารตามสั่งอยู่ ถ้าปกติสำหรับผมแล้วก็คงจะสั่งกระเพราหมูกรอบพิเศษไข่ดาว แต่วันนี้เริ่มลังเล มาถึงที่ร้านมองไปไม่เห็นหมูกรอบก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะร้านนี้จะทอดหมูกรอบประมาณสายๆ ถึงเที่ยง แต่ัวันนี้เขายังไม่ได้ทอดก็เป็นโอกาสที่ดีในการเปลี่ยนเมนูเสียเลย ผมมองไปที่ตู้ใส่ผักว่ามีอะไรบ้าง ตอนแรกคิดว่าจะใส่เห็ดกับข้าวโพด แต่เห็นว่ามีเห็ดเยอะก็เลยสั่งแต่กระเพราเห็ด ใส่ไข่ดาวเพิ่มไปอีกหน่อย แม้ค้าถึงกับต้องถามซ้ำอีกครั้งว่ากระเพราใส่เห็ดอย่างเดียวหรอ ปกติคงจะไม่ค่อยมีคนสั่งเมนูนี้เท่าไหร่ หรือไม่ก็สั่งแล้วใส่ควบกับอย่างอื่น ก็ตกลงเอาเมนูนี้แหละ วันนี้มั่นใจและพร้อมที่จะกินกระเพราเห็ดเต็มที่แล้ว แม้มันจะแปลกๆในใจก็ตาม หลังจากนั่งรอไม่นานนักกระเพราเห็ดไข่ดาวก็ถูกนำมาวางไว้หน้าผม รสชาดของกระเพราก็เหมือนเดิมต่างไปแค่เป็นเห็ดแทนเนื้อสัตว์ ผมคิดว่าที่มันอร่อยจริงๆก็ตรงกระเพราไข่ดาวนี่แหละ พวกเนื้อหมูกรอบหรืออะไรก็ตามดูเหมือนจะเป็นเครื่องเคียง เพราะฉะนั้นเปลี่ยนเนื้อสัตว์เป็นเห็ดก็เลยไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ กินไปก็อร่อยดี ในใจก็คิดว่านี่แหละเมนูยอดฮิตในปีนี้ของผม อย่างมาก็ใส่เต้าหู้เพิ่มเข้าไปด้วยอีกหน่อย สักพักก็มีคนเดินมาสั่งกระเพราหมูกรอบ แต่ที่ร้านยังทอดไม่เสร็จบอกว่าอีกครึ่งชั่วโมงได้ คนที่เขาสั่งกระเพราหมูกรอบแทนที่จะเปลี่ยนเป็นกระเพราอย่างอื่นก็ยังยืนยันที่จะรอกระเพราหมูกรอบ เพราะร้านนี้หมูกรอบเด็ดจริงๆครับ [...]
เช้านี้อากาศดีมากครับ ดูคล้ายๆเหมือนว่าหมอกจะลงบางๆจางๆ ผมตื่นมาเช้ากว่าที่เคย ออกมาจากบ้านพร้อมสะพายกล้องใส่รองเท้าวิ่งออกมาเดินเล่นยามเช้า… เรื่องมันสืบเนื่องมาจากเมื่อวานครับที่เล่าถึงอาการปวดหลังและลองหาวิธีแก้ อ่านย้อนได้ที่ [ ปวดหลัง และชาด้วย ] ผมจะเล่าไปเป็นฉากๆตามที่ได้พบเจอสิ่งต่างๆริมทางนะครับ เริ่มจากตอนเช้าเลยแล้วกัน เมื่อเช้าตอนประมาณ 6 โมงนิดๆผมตื่นมาพร้อมกับเสียงนาฬิกาปลุก ซึ่งคาดเดาว่าเวลานี้แหละ ออกไปแล้วก็จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นพอดิบพอดี แต่ผิดคาดวันนี้มีหมอกซึ่งดูจางๆบางๆ ดูจากหมอกแล้วเมฆคงเยอะและต่ำพอสมควรจึงมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตอนขึ้น ระหว่างทางก็ถ่ายดอกไม้ หญ้าอะไรข้างทางไปเรื่อย สักพักก็มีลุงคนหนึ่งซึ่งกำลังวิ่งอยู่เดินมาทักทาย ก็คุยกับลุงเขาได้พักใหญ่ๆเลยครับ เพราะเขาก็เคยเล่นกล้องมาก่อน คนเล่นกล้องมาเจอกันก็คุยกันรู้เรื่องยาวไป ก็คุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยลงแกชื่อลุงมงคลอยู่ในซอยก่อนเข้าหมู่บ้านผมแหละครับ คุยไปคุยมาลุงแกชวนไปตีกอล์ฟด้วย โอ้วเรื่องดูจะไปไกล ตีกอล์ฟก็น่าสน แต่ตอนนี้ขอวิ่งเหยาะๆไปก่อนนะครับ ทุนไม่ค่อยจะมี คุยสักพักก็ลาลุงแกไปเดินวนตามที่มุ่งหวังไว้ต่อ เดินออกมาจากซอยหมู่บ้านมาเรื่อยๆจนใกล้ทางแยกเกษตรนวมินทร์ตัดกับรามอินทราเอกมัยก็ถ่ายรูปไว้นิดหน่อยเพราะตรงนี้จะมีสวนเล็กๆข้างทางครับ ดูๆแล้วน่าวิ่งแต่จริงๆไม่น่าวิ่งครับ เพราะทางด้านขวาๆก็ติดถนน รถวิ่งเต็มไปหมด ถ้ายิ่งสายๆหน่อยนี่รถติด นั่งกลางสวนก็ยังได้กลิ่นไอเสียเลยครับ ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ดูแล้วน่าวิ่งจริงๆครับ รูปนี้ถ่ายห่างจากรูปที่แล้วประมาณ 20 ก้าวครับผมตรงนี้จริงๆแล้วถ้าขยายก็เป็นลานทำกิจกรรมอะไรสักอย่างได้เหมือนกันนะ แต่ปลูกต้นไม้ไว้ก็ดีครับ ถ้ามีแต่พื้นที่โล่งๆไม่มีต้นไม้ จิตใจมันจะเหี่ยวเฉาไปเสียปล่าวๆ แล้วผมก็เดินต่อไปโดยไม่ได้หยุดพัก ถ้าสังเกตุข้างทางก็จะเห็นว่ามีทุ่งกว้างๆอยู่ครับ กว้างพอจะทำห้างใหญ่ๆได้สบายๆ แต่ผมอยากให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆนะ แต่ก็คิดว่าวันหนึ่งก็คงต้องเปลี่ยนแปลงเลยถ่ายรูปไว้ก่อนดีกว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นในสิ่งที่เคยเป็น พระอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นเมฆครับ ก่อนหน้านี้มีแต่แสงมัวๆทึมๆยามเช้า ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่นักยังดีที่มีหมอกและไอน้ำค่อยช่วยให้บรรยากาศดูเย็นสบาย [...]
ช่วงนี้มีความผิดปกติหลายๆอย่างเกิดขึ้นกับร่างกายของผมเป็นอย่างมาก นั่นคือ นั่งทำงานแล้วเริ่มปวดหลัง… ที่ปวดไม่ใช่เพราะอ้วนขึ้นนะครับ เพราะน้ำหนักก็เท่าเดิม ไม่ขึ้นไม่ลงมาครึ่งปีแล้ว อยู่ยังไงก็อยู่อย่างนั้น แต่ดูท่าทางจะออกบวมๆจนคนอื่นสังเกตุได้ หลายคนบอกว่าก็ปกตินี่ นั่นหมายถึงบวมเฉพาะจุดเป็นปกติ แต่ก็มีหลายๆคนทักว่าพองขึ้นเฉพาะจุดอยู่บ้างเหมือนกัน จุดที่ชี้เฉพาะนี่ถ้าไม่ใบ้ก็คงต้องตอบได้ว่า…พุง เมื่อไม่รู้สาเหตุก็เดาไปก่อนว่าเป็นเพราะน้ำหนักมันไม่พอเหมาะ แม้ว่าจะเท่าเดิม แต่ร่างกายไม่ได้ออกกำลังก็อาจจะทำให้ร่างกายลำบากได้เหมือนกันจากการที่กล้ามเนื้อมันไม่กระชับเหมือนก่อนๆ จริงก็ต้องเรียกว่าผลจากการไม่ดูแลร่างกายก็เป็นได้ เพราะว่าปกติผมก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องการออกกำลังกายสักเท่าไรนัก และบวกกับการกินที่แบบว่า… จะเรียกว่ากินเยอะก็ไม่ใช่ ถ้าจะให้ถูกคือกินเท่าที่มี มีน้อยกินน้อย มีเยอะกินเยอะก็ประมาณนั้น แต่ช่วงนี้ก็มักจะมีเยอะก็เลยกินเยอะบ่อยกว่ามีน้อยกินน้อย เข้าเรื่องกันเลยว่าทำไมถึุงจั่วหัวเรื่องว่า มื้อแรกของวันนี้คือมื้อเย็น หลายคนอาจจะคิดกันไปต่างๆนาๆตามประสบการณ์ของแต่ละคน แต่ผมจะเล่าเลยจะได้ไม่ต้องคิดเปรียบเทียบให้มันเสียเวลา ปกติผมจะตื่นประมาณ 7-9 โมงเช้า แกว่งไม่เกิน บวกลบ 1 ชั่วโมง โดยเฉลี่ยก็คือ 8 โมงเช้านั่นเอง สองสามวันที่ผ่านมาผมก็ตื่นตามเวลาตื่นเฉลี่ย แต่ก็ไม่ได้กินข้าวแต่อย่างใด จนถึงเย็นหรือมื้อค่ำนั่นคือ 1 ทุ่ม อ่านจนถึงตอนนี้หลายคนคงคิดว่าผมคงกินอะไรสักอย่างแทนแน่นอน ใช่ครับนั่นคือเรื่องที่แน่นอน แต่ปัญหาคือผมกินอะไร? ไม่ใช่ข้าว ไม่เป็นมื้อ คำตอบคือผมกินนมถั่วเหลือง นมถั่วเหลืองกล่องที่ขายกันทั่วไป ใช้ดำรงชีวิตได้อย่างดีครับจริงๆก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หลายคนเวลาลดความอ้วนก็คงทำอย่างนี้ แต่ผมไม่ได้ลดความอ้วนนะครับ แค่ไม่อยากออกไปกินข้าวให้เสียเวลา ก็เลยกินมันมื้อเดียวไปเลย จริงๆต้องบอกก่อนว่าตัวผมเองก็โตมาด้วยนมครับ [...]
สำหรับหลายๆครอบครัว การทำอาหารกินกันเองในบ้านดูจะเป็นเรื่องธรรมดาจนไม่อยากเอามาพูดถึงกัน แต่วันนี้ผมจะเอาเรื่องธรรมดามาเขียนให้อ่านกันครับ บ้านผมเป็นครอบครัวไมโครเวฟครับ นั่นคือชีิวิตจะอยู่กับไมโครเวฟเสมอเพราะไม่มีการทำอาหารเลย มีแต่ซื้อเข้ามาใส่ตู้เย็นและอุ่นกิน ถ้าถามว่ามันเป็นอย่างนี้ตั้งแต่ต้นไหม จริงๆมันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกครับ แต่วิถีชีิวตก็ได้ปรับให้เข้ากับจังหวะของชีวิตและโอกาสทางสังคมก็เลยได้กินแต่อาหารถุงอยู่จนทุกวันนี้ แต่มาวันนี้หลังจากที่แม่ได้กลับมาจากการไปลุยปลูกข้าวกับ ฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา ซึ่งจัดกิจกรรมโดยทีวีบูรพาแล้วนั้น ก็มีสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจค่อนข้างมากนั่นคือ ต้มยำไก่… ต้มยำไก่ชามนี้ ( หม้อนี้มีแต่โครงไก่ครับ ) ผมแปลกใจตั้งแต่ไปซื้อของกับแม่แล้วแม่ซื้อเครื่องต้มยำมาแล้ว บอกว่าจะทำต้มยำกิน แต่ผมก็ยังไม่ได้ถามหรอกครับว่าทำไม แต่สิ่งที่รู้แน่ๆก็คือ แม่ของผมไม่ได้ทำกับข้าวมานานเกือบสิบปีแล้วครับ จริงๆมันน่าจะนานกว่าสิบปีแล้วก็เป็นได้เพราะจำได้ว่ากินครั้งสุดท้ายก็ตอนอยู่ประถม ตอนนี้ผมก็จบจากมหาวิทยาลัย ป.ตรี ตามเกณปกติมาได้เกือบ 5 ปีแล้วครับ เมนูเด็ดของแม่ก็คือไข่ยัดไส้ครับ ทำแค่ครั้งเดียวใส่ตู้เย็นกินกันไปสองสามวันเลยทีเดียว หลังจากนั้นเทคโนโลยีไมโครเวฟก็เข้ามาชีวิตของเราก็เปลี่ยนไป จนมาถึงวันนี้ดูมันจะวนกลับเป็นวงจรเสียแล้วครับ แม่กลับมาทำกับข้าวและเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งผมก็อยากเปลี่ยนด้วยเหมือนกัน เพราะวันๆกินแต่อะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน ทั้งทำให้อ้วนและเสียสุขภาพ การทำอาหารเองนั้นเป็นการควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีมากทีเดียว ต้มยำไก่ชามนี้ไม่มีเนื้อไก่ครับ มีแค่โครงไก่ แต่รสชาดนั้นบอกได้เลยว่าเด็ดครับ ผมแอบกังวลตอนแม่บอกว่าจะทำต้มยำ ก็คิดในใจว่ามันจะออกมาเป็นยังไงหนอ ผลคืออร่อยและควบคุมได้ครับ คืออยากได้อะไรมากน้อยก็ใส่ลงไปได้เลย มันเป็นอะไรที่แปลกประหลาดมากๆสำหรับครอบครัวผมซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบไมโครเวฟ 100% เปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ครับ ซึ่งนี่คือผลจากการที่แม่ได้ไป ฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา จริงๆแล้วผมก็หวังให้เรื่องทำอาหารนี้เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนที่หลายๆครอบครัวเขาเป็นกันนะครับ อยากให้่ชีิวิตได้ช้าลงบ้าง เพื่อที่จะได้มีเวลาหยุดคิดไตร่ตรองสิ่งต่างได้มากขึ้น ผมหวังอย่างนั้นจริืงๆ สวัสดี