| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ผมมีรถจักรยานเก่าๆอยู่หนึ่งคัน หลายปีผ่านมามันถูกจอดทิ้งไว้ในห้องเก็บของ มันเก่าและชำรุดบางส่วนผมจึงได้แต่จอดมันทิ้งไว้อย่างนั้น…… ผ่านมาประมาณเดือนกว่าๆที่ผมอยู่บ้านไม่ได้ไปที่ไหน และบ้านผมก็จะมีปัญหานิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะหน้าปากซอยที่มีอาหารขายอยู่นั้นห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ซึ่งถ้าเดินไปพลังงานที่ได้รับมาจากการกินคงหมดไปกับการเดินกลับเป็นแน่ และถ้าขึ้นมอเตอร์ไซด์ทุกวันมันคงเปลืองอยู่ไม่น้อย ข้าว 30 มอเตอร์ไซไป-กลับ 24 ดูเป็นการลงทุนไปกินข้าวที่ไม่คุ้มสักเท่าไหร่ ผมจึงนำจักรยานคันเก่าที่จอดไว้เกือบ 2 ปีมาใช้อีกครั้ง สภาพของมันนั้นยังคงอยู่เหมือนเดิมแต่ดูท่าลูกปืนด้านล้อหลังจะมีอาการแปลกๆรวมทั้งเบรกหลังที่ดูเหมือนจะไม่สามารถใช้งานได้ด้วย ผมลงมือถอดมันออกมาเผื่อจะช่วยให้อะไรดีขึ้นบ้าง แน่นอนครับผมชอบจักรยานดังนั้นการซ่อมพื้นฐานก็สามารถทำได้ เสียอย่างเดียวที่ผมไม่ได้มีอะไหล่ ดังนั้นๆก็เลยต้องซ่อมให้มันพอปั่นได้แล้วก็ไปทั้งอย่างนั้น จักรยานโบราณคันเก่า
สวัสดีครับ อาจจะช้าไปหน่อย แต่วันที่ผมเขียนบทความนี้เป็นวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๕๒ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดประจำปีประเพณีสงกรานต์ และปีนี้ก็เป็นปีที่มีวันหยุดเยอะ และยาวที่สุดด้วย เพราะรวมๆแล้วก็ประมาณ ๙ วันเห็นจะได้ สำหรับใครที่มีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน ก็เป็นโอกาสที่ดีในการผ่อนคลายจริงๆเพราะว่าวันหยุดยาวขนาดนี้มันนานซะจนแทบจะทิ้งความกังวลต่างๆไปได้เลย ตัวผมเองนั้นได้มีโอกาสไปเยี่ยมและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในวันที่ ๑๓ ที่ผ่านมา แต่วันอื่นๆไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่บ้านถ้าถามว่าทำไมไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ก็อาจจะตอบว่าหมดวัยซะแล้วก็ได้ จริงๆแล้วคำว่าหมดวัยคงจะเป็นข้ออ้างซะมากกว่า ในตอนนี้สำหรับตัวผมถ้ามีเพื่อนชวนไปก็คงจะไปเหมือนกัน แต่เพราะเพื่อนๆคนอื่นๆนั้น ก็ได้ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกันซะส่วนใหญ่ คนที่ไม่มีรายการจะไปไหนก็เลยต้องนอนร้อนกันอยู่ที่บ้านนี่แหละ แต่ถ้าเป็นไปได้ วันนี้ผมตั้งใจจะปั่นจักรยานออกไปซื้อน้ำอัดลมมากินแก้ร้อนตอนบ่ายๆซะหน่อย ในใจก็แอบหวังว่าจะมีใครมาสาดน้ำให้เย็นชุ่มไปถึงข้างในบ้างนะ…. และด้วยเนื่องในโอกาสวันปีใหม่ไทยนี่เอง ผมก็ได้วาดโปสการ์ดขึ้นมาใหม่อีก ๑ ใบ สำหรับโปสการ์ดใบนี้ผมตั้งใจอยู่ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว คิดว่าจะวาดให้ได้ จนสุดท้ายก็ไม่ได้วาดเพราะ เวลาในวันหยุดช่างหมดเร็วซะเหลือเกิน แต่ในปี้นี้ เมื่อผมมีเวลา และไม่ได้ออกไปไหน ผมจึงถือโอกาสวาดโปสการ์ดสำหรับวันสงกรานต์ขึ้นมาซะเลย โปสการ์ดที่วาดขึ้นเป็นพิเศษในวันสงกรานต์ สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ครับ
สวัสดีครับ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนร้อนๆ เดี๋ยวก็ฝนตก แถมฝุ่นก็ยังเยอะอีก ทำเอาผมเป็นหวัดเป็นว่าเล่น..~ วันนี้ผมเดินทางกลับไปเยี่ยมเยียนอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมาเพราะมีเรื่องต้องคุยธุระนิดหน่อย แต่เป้าหมายของผมก็มีอีกอย่างครับ คือต้องไปซื้อหมึกให้ปรินเตอร์ที่หมึกหมด ที่เซียรังสิตครับ …ถ้าถามว่าทำไมต้องเซียรังสิตที่อื่นไม่มีขายหรอ ก็อาจจะต้องตอบว่าผมเป็นโรคกังวลเล็กครับ ตัวผมเองไม่แน่ใจว่าที่โลตัสหรือห้างแถวบ้านจะมีขายรึเปล่า ความไม่แน่ใจนำมาซึ่งความกังวลว่ากลัวจะผิดหวัง ถ้าผมจะต้องออกจากบ้านไปตามหาหมึกที่ผมไม่รู้ว่ามันจะมีขายที่นั่นรึเปล่า ใช่ครับ ผมกลัวเสียเวลาสุด ทั้งๆที่บางวันผมก็นั่งเล่นเฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร แต่มันคนละจุดประสงค์ครับ ถ้าผมออกไปหมายความว่าผมต้องได้ของที่ผมต้องการ มันจะแย่ที่สุดคือการไม่ได้ของที่ต้องการที่มาจากความไม่รู้หรือความลังเลของผมเอง ดังนั้นเวลาจะไปไหน หรือจะซื้ออะไรผมจะค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับแผนการเดินทางและเรื่องเวลาพอสมควร เพราะผมไม่อยากเสียมันไปในเรื่องที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะเสียนั่นเอง มาถึงเซียรังสิตตอนบ่ายๆครับ ผมเองไม่ได้มาที่นี่ก็นานแล้ว จำได้ว่ามาครั้งสุดท้าย ได้จอมอนิเตอร์ CRT มือสองกลับบ้านไป ซึ่งหนักมากๆเพราะมัน 21 นิ้ว แต่มาครั้งผมเป้าหมายของผมช่างมีน้ำหนักเบาแต่ราคาหนักเหลือเกินครับ เพราะหมึกแท้ที่ใช้สำหรับเครื่องพิมพ์บ้านๆนั้นช่างราคาแพงซะจนอยากซื้อเครื่องใหม่จริงๆครับ และที่ผมไม่ซื้อเครื่องใหม่เพราะไม่อยากเพิ่มปริมาณขยะอวกาศครับ ผมสำรวจราคาของที่ผมต้องการครับ มีตั้งแต่ 890 , 780, 850, 750 ผมเดินวนดูอยู่หลายร้าน เลยเอาไอ้ที่ถูกที่สุดนี่แหละ เพราะยังไงมันก็เหมือนๆกัน ในจังหวะที่ผมกำลังเดินไปร้านที่ขายถูกที่สุดนั้น ผมได้ไปสะดุดของที่อยู่ในตู้ของร้านเล็กๆข้างๆทางเดิน สิ่งนั้นมันอยู่ในตู้กระจกครับ ผมมองและเดินเข้าไปทันที แน่นอนว่าของชิ้นนั้นต้องน่าสนใจสำหรับผมอย่างมาก มันคือ… หมูเด็กตัวอวบอ้วนสีชมพูอ่อน ที่รอคอยคนมาหยิบซื้อไป
สวัสดีครับ หลายวันก่อนนู้นนน ผมได้มีโอกาสไปงานสัปดาห์หนังสือครับ นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมพอมีสติมาเดินงานนี้เหมือนกัน ที่บอกว่ามีสติเพราะก่อนหน้านั้นผมเคยมาในรูปแบบที่ว่า นี่มันงานอะไรคนเยอะจัง เหม็นกลิ่นหนังสือจัง มาทำไมกันเยอะๆเนี่ย ครับ นั่นคืออดีตที่ไร้สติของผม ปัจจุบันผมได้รู้คุณค่าของหนังสือและงานสัปดาห์หนังสือแล้ว ดังนั้นการที่ผมได้ไปงานนั้นย่อมมีจุดหมายครับ และจุดหมายของผมคือหนังสือรวมภาพของเรื่องราวต่างๆครับ ผมชอบซื้อหนังสือภาพมาดู เพราะมีอะไรแปลกๆที่ผมไม่เคยเห็นเยอะมาก เช่นหนังสือปลาทะเลน้ำลึกที่ซื้อมา ก็ทำให้ผมรู้ว่ามันมีตัวประหลาดๆอะไรในโลกนี้อีกเยอะ มันอยู่กันมานานกว่าเราและยังอยู่ตลอดไป จริงๆเราอาจเป็นเอเลี่ยนมาคุกคามโลกก็ได้ครับใครจะรู้ ดูคนเราจะชอบค้นคว้าศึกษาเรื่องชาวบ้านพอสมควร แต่ก็เป็นผลดีที่ทำให้ผมมีหนังสือภาพพร้อมข้อมูลมาอยู่ในมือในราคาที่ไม่แพงมาก สำหรับงานนี้ผมก็พุ่งตรงไปที่บูทหนังสือภาพราคาถูกเหมือนเดิมครับ ร้านนี้ขายหนังสือภาพราคาไม่แพง ปกติเขาจะมีร้านอยู่ที่ jj mall ครับ ผมเคยไปซื้อก็หลายทีอยู่ ครั้งนี้เป้าหมายของผมคงเป็นแมลงครับ เพราะยังไม่มีหนังสือที่เป็นเรื่องของแมลงเต็มๆเลย แต่ดูๆแล้วเหมือนเขาจะไม่มีมาวางขายครับ แต่ครั้งนี้มีหมา แมว เพิ่มมาครับ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจหมา แมวเท่าไหร่ ผมต้องการสิ่งมีชีวิตที่ ผมพบได้ยาก สังเกตุได้ยากมากกว่า และผมก็เดินๆไปเรื่อยๆจนไปพบหนังสือสอนเลี้ยงด้วงครับ เล่มไม่หนามาก เป็นหนังสือของไทยนี่แหละ แต่พอลองเปิดอ่านข้อมูลกับดูรูป ก็ถูกใจทันทีครับ และหลังจากเดินวนไปมาหลายรอบ ก็กลับมาสอยหนังสือสอนเลี้ยงด้วงเล่มนี้ด้วยราคา 219 บาทนี่แหละ นี่คงเป็นความสุขที่ผมจะได้พกกลับบ้านไปอีกอย่าง แต่ที่ผ่านมาทั้งหมดคงเป็นแค่น้ำจิ้มครับ ..
สวัสดีครับ วันนี้ได้มีโอกาศมาเขียนเรื่องราวของเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเป็นความบังเอิญที่เกิดติดๆกัน แต่มันจะดีมากถ้ามันไม่เกิดวันเดียวกัน วันที่พูดถึงก็คือวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา เวลาค่ำๆ ดูๆแล้วมันก็เป็นวันธรรมดาไม่น่าจะมีอะไรเป็นพิเศษ วันหนึ่ง แต่หลังจากพระอาทิตย์ตกเท่านั้นแหละ เหตุการณ์ก็ค่อยๆเกิดขึ้น หลังจากผมได้ทานข้าวเย็นและเดินกลับเข้ามาที่ลานจอดรถโลตัส ตรงใกล้ๆเซ็นทรัลลาดพร้าว ขณะเดินมาถึงลานจอดรถได้สังเกตุเห็นรถที่กำลังลักไก่วนมาจอดในเลน รถที่กำลังสวนทางกันอยู่ แต่เขาคงหักหัวไม่พ้นเลยคาๆอยู่กลางถนน ผมกับผิงเดินไปพอดีและในวินาทีนั้น ขณะที่ผมกับผิงกำลังจะเดินผ่าน เขาก็ถอยรถมาครับ เราทั้งสองต้องโดดหลบกันไปคนละทิศละทาง … ยังดีครับที่เราปลอดภัยและผิงซึ่งหลบไปทางฝั่งคนขับก็ได้เดินไปบอกให้เขารู้ว่า เขาได้ถอยโดยไม่ได้ระวังและเกือบจะชนคนที่กำลังเดินผ่านมา ผมยืนฟังอยู่และพอเห็นว่าคุยจบเลยชวนกันเดินออกไป เดินไป เดินไป ได้ซัก 10 เมตร ได้ยินเสียงปิดประตูรถเสียงดังลั่น