| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้ขับรถกลับบ้านหลังจากไปดูงานที่มหาวิทยาลัยมา เวลากลับนั้นไม่เย็นมากเท่าไรนัก แต่ฟ้ากลับครึ้มคล้ายว่าฝนจะมาในเร็วๆนี้ ฟ้าที่มืดครึ้มตัดกับสีของแสงแดดร้อนแรง ที่ฟาดผ่านเสาไฟฟ้า ต้นไม้ และอีกหลายๆอย่างระหว่างทาง ทำให้ดูแตกต่างกันอย่างชัดเจน ภาพนี้ถ่อยตอนรถติด (อีกแล้ว) เพราะถนนเส้นเกษตรนวมินร์นี้รถติดเป็นประจำ แต่ก็ไม่ถึงกับสาหัสนัก เลยมีเวลาให้มองนู่นนั่นนี่ ได้เป็นระยะตามเวลาที่ไฟแดงได้ให้ผมมา ฟ้ามืดแบบนี้ จริงๆก็ควรจะกลับบ้าน แต่ก็ยังไม่อยากกลับเพราะปกติเป็นพวกชอบออกไปไหนแล้วต้องออกทั้งวัน ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าในการออกจากบ้านในวันหนึ่งๆ และเมื่อไม่อยากกลับก็เลยต้องไปแวะห้างร้านระหว่างทางซึ่งก็ได้ไปเดินเล่นสักพักหนึ่ง แล้วก็กลับบ้าน เพราะดูที่นั่งสบายๆ จะไม่ค่อยมี จะไปนั่งร้านกาแฟก็ไม่คิดว่าจะนั่งนานขนาดนั้น ก็เลยกลับมานอนบ้านดีกว่า กลับมาบ้านฟ้าที่ครึ้มก็ยังคงครึ้มต่อไป ซึ่งตอนนี้ก็มืดแล้ว แต่ก็ไม่มีลมและฝนมา แต่คิดว่าในคืนนี้ฝนก็ต้องตกอีกยังไงช่วงนี้ฝนตกก็ต้องพกร่มกันไว้บ้าง ใครเดินทางบ่อยๆก็ติดเสื้อกันฝนไปเลยก็ดี แน่นอนมากๆ เดี๋ยวนี้เสื้อกันฝนเขาทำเป็นแพคเล็กๆแล้ว พกพาง่ายกว่าร่มมากๆเพราะมีขนาดเล็กและเบากว่านั่นเอง สวัสดี
จุ๊บนอนหลบฝนที่มีความหิวเป็นเพื่อน เป็นเรื่องของวันฝนตก กับแมวเหงาๆ หิวๆ ที่อยู่บ้านตัวเดียว ผมกลับบ้านมาพร้อมกับสายฝนที่ซาๆ วันนี้เป็นวันที่ชุ่มชื้นมากๆ ฝนตกทั้งวัน เมื่อจอดรถเสร็จแล้วก็มองไปเห็นจุ๊บที่นั่งอยู่ตัวเดียว ที่เก้าอี้หวายซึ่งเป็นหนึ่งในที่นอนสุดโปรดของมัน แต่วันนี้ไม่ได้นอนเพลินเหมือนทุกวัน จุ๊บนั่งมองเหมือนรอคอยใครสักคน นั่นอาจจะเป็นผมก็ได้ เพราะถ้ามีใครสักคนมาถึงบ้าน จุ๊บก็จะได้กินข้าว วันนี้ผมเทอาหารให้มันไปตอนเช้าและเทไม่เยอะมากเพราะคิดว่ายังไงเดี๋ยวนกพิราบก็มากินหมดก็เลยไม่ได้เทเผื่อมื้อเย็นไว้ แมวหิืวตัวหนึ่งเมื่อเห็นเจ้าของเดินมาก็รีบลุกวิ่งเข้าใส่ทันที แถมเดินนำไปยังจานข้าว เหมือนจะบอกว่า “รออยู่นะ รีบๆเทอาหารได้แล้ว” เห็นจุ๊บตอนหิวนี่น่ารักผิดกับตอนปกติเลย เพราะว่ามันจะไม่ค่อยสนใจอะไรเวลามันไม่ได้หิว จะน่ารักก็สองเวลา นั่นคือเวลาตื่นกับเวลาหิว จะเล่นด้วยได้มากหน่อย หลังจากนั้นก็เทอาหารให้มัน ตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว ไม่มีนกพิราบมากินตอนเย็น เพราะฉะนั้นมื้อเย็นก็เลยเป็นมื้อที่จุ๊บกินได้มากที่สุดนั่นเอง สวัสดี
ผมเคยซื้อเตาน้ำมันหอมระเหย และน้ำมันหอมระเหยมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ใช้มันบ่อยนัก เพราะคิดว่ากลิ่นมันแรงไปนิดหน่อยสำหรับคนจมูกอ่อนแอแบบผม อาจจะเพราะว่าผมหยดน้ำมันหอมระเหยมากไปก็เป็นได้ ก่อนหน้านี้เคยซื้อกลิ่นตะไคร้มา ก็หอมเป็นเหม็นเขียวๆดี ขวดนั้นใช้จนหมดทีเดียว ซึ่งตอนนี้เหลือแต่กลิ่นดอกโมกซึ่งหอมมากๆทีเดียว ด้วยความที่มันหอมมากๆก็เลยไม่ค่อยได้จุดมันสักเท่าไหร่เพราะมันหอมออกจะมากไปหน่อย หลายวันก่อนผมได้ไปเดินสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งจำไม่ได้เหมือนกันว่าที่ไหน แต่ผมได้กลิ่นหอมๆ ก็นึกขึ้นได้ว่านั่นคือกลิ่นของน้ำอบ ซึ่งมันเ้ป็นกลิ่นที่หอมเย็นสบายมากๆเลยทีเดียว ด้วยความที่ติดใจกลิ่นหอมนี้ยิ่งนักเลยกลับมาจุดตะเกียงที่บ้านโดยใช้น้ำอบนี่แหละ มาแทนน้ำมันหอมระเหย น้ำอบไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยก็เลยไม่น่าจะมีปัญหากับจมูกและแอร์ นั่นคือเท่าที่ผมจะคิดได้ตอนนี้ แต่เหตุผลที่แน่นอนของการจุดให้มันมีกลิ่นหอมๆเท่านั่นละนะ สวัสดี
เรื่องเล่าจากวันก่อนที่ผมไปเรียนเร็วไปหน่อย เร็วกว่าเวลาที่เขาจะเปิดห้องในเรียนเสียอีก เลยมานั่งมองลมมองฟ้าที่ดาดฟ้า… นั่งมองไปมองมาสักพักก็เหลือบไปเห็นเก้าอี้ตัวหนึ่ง วางอยู่อย่างโดดเดี่ยว และดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจมันเลย น่าแปลกที่เก้าอี้เก่าๆตัวหนึ่งไปอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่ นั่นคือระเบียงตึกที่ไม่มีที่กั้นอะไรเลย แน่นอนว่ามันต้องอันตรายแน่ๆถ้ามันตกลงมา แต่คำถามคือมันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่และ ใครเอามันไปวางไว้ นานแค่ไหนที่มันอยู่ตรงนั้น จากสภาพผุพังของมันก็คงจะพอตอบได้ว่ามันผ่านแดดผ่านฝนมาเยอะแล้ว สภาพมันตอนนี้เป็นแค่อดีตเก้าอี้ที่เหลือแต่โครงสร้าง และมีเศษไม้ติดอยู่นิดหน่อย จากจุดตรงนั้น การจะเอาเก้าอี้ไปวางได้ก็ต้องปีนออกมาจากหน้าต่างเพื่อที่จะเอาเก้าอี้มาวางไว้ ผมเห็นข้างๆมีพัดลมแอร์ อาจจะเป็นเพราะว่าช่างซ่อมแอร์เกิดอารมณ์สุนทรีเลยยกเก้าอี้มานั่งมองลมมองฟ้าเหมือนผมก็เป็นได้ แต่ยังไงก็ตาม ผมคิดว่าการที่เก้าอี้มันอยู่ตรงนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะมันสูงกว่า 5 ชั้นทีเดียว สวัสดี
สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องของงานในชีวิตประจำวันของผมในช่วงนี้ ซึ่งช่วงนี้งานส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานเวปไซด์นั่นเอง แต่ก่อนนี้ผมไม่คิดเลยว่าตัวเองต้องมานั่งทำเวปไซด์มากมายขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ทำมังกีซ์โกรฟแล้ว ก่อนหน้านั้นก็มาได้แตะมาตั้งหลายปี จะมาเริ่มเอาตอนนี้ เพราะได้วิชามาใหม่ด้วย นั่นคือวิชา SEO ซึ่งดึงหลายๆเรื่องเข้ามาเกี่ยวกับการทำเวปไซด์ของผมมากมาย ถ้าจะพูดถึงเรื่องการได้รับประสบการณ์เพิ่มเติมและทักษะเพิ่มเติมนั้น ก็ถือว่าได้มากอยู่พอสมควร เพราะตอนนี้ผมสามารถเขียนเวปไซด์ได้ดีกว่าเดิมมากๆ ซึ่งตอนนี้จำนวนเวปไซด์ที่ดูแลอยู่ก็มากมายหลายหลากทีเดียว ปัญหาก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นความมากเท่านั้น แต่มันเป็นความคิดที่ยิ่งคิดยิ่งเพิ่ม ยิ่งคิดยิ่งเอ่อล้นออกมาเหมือนก๊อกน้ำนี่ชำรุด ไม่ว่าจะปิดยังไงก็มีน้ำไหลออกมานั่นเอง ไอเดียของผมตอนนี้มีอะไรอยากทำมากมายเต็มไปหมด ยิ่งคิดก็ยิ่งเพิ่ม ไม่คิดก็ไม่ทำ ถ้าคิดก็งานเพิ่ม มีไอเดียใหม่ๆให้คิดทุกวันๆ แม้ว่าช่วงนี้จะมีการเรียนที่เพิ่มเข้ามาในชีวิต แต่ก็ไม่ทำให้ธรรมชาติของผมนั้นเปลี่ยนไปได้เลย สมองมันยังทำงานตามความอยากของผมอยู่เสมอ ผมหยุดคิดไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ดูจะเป็นข้อดีและข้อเสียอันยิ่งใหญ่ทีเดียว ที่ว่าเสียเพราะอะไร? เพราะว่ามันจะมัวคิดเยอะเกินไปจนทำไม่ทันนั่นเอง เพราะตอนนี้ไม่ว่าโปรเจคไหนที่ผมเคยออกแบบไว้ก็ยังไม่เสร็จดีสักอัน เพราะว่าคิดมากเกินไปนี่เอง ผมไม่เคยคิดอยากให้ตัวเองมีหลายๆคนหรือไม่ก็ วันหนึ่งมีหลายชั่วโมงอะไรแบบนั้น เพราะจริงๆแล้วถ้ามันเป็นแบบนั้นมันก็คงจะง่ายไม่เร้าใจ เพราะสิ่งที่น่าสนใจมากกว่าการคิดงานใหม่ๆ ตอนนี้ก็คือ การทำงานเก่าๆที่คิดไว้ให้เสร็จทันก่อนที่งานใหม่ๆจะมาถึงได้อย่างไรนั่นเอง สงสัยว่าผมต้องขยันขึ้นอีก ขยันขึ้นอีก ขยันขึ้นอีก เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็อายุเพิ่มมาบ้างแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าจะทำแบบทนถึกแบบตอนสมัยเรียนที่รังสิตไม่ได้แล้ว ก็เลยต้องมาหนักใจเรื่องการวางแผนงานที่มากมายนี่แหละ อนิเมชั่น เวปไซด์ ภาพประกอบ ออกแบบตัวละคร การ์ตูนช่อง การ์ตูนรวมเล่ม มากมายหลายหลาก ไหนจะออกร้านขายของอีกช่างเป็นความวุ่นวายบนความสุขจริงๆ สวัสดี