เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมเอาบอนสีต้นที่โตๆ ใหญ่ๆ ที่ใส่กระถางดินเผา ไปวางไว้หน้าบ้าน ไม่นานนักก็มีแขกมาเยี่ยมเยียน..
ตอนแรกเริ่มสังเกตุจากทำไมใบมันค่อยๆหายไป จะว่าโดนน้ำฝนจะขาดก็ไม่ใช่เพราะใบไม่ได้ขาดรุ่งริ่ง แต่ขาดแล้วหายไปเลย ก็เลยลองไปพลิกดูใต้ใบ ตามตำราเขาว่าไว้ถ้าเจอใบขาดๆให้พลิกดูจะเจอของดี นั่นคือหนอนแก้วตัวเขียวกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
หนอนแก้วตัวมันเขียวหยุ่นๆเหมือนลูกอมเจลลี่ ที่เรากินนั่นละนะ ดูๆไปแล้วมันก็ตัวไม่ใหญ่ช้าก็ช้า แต่ก็ค่อยๆกินไปเรื่อยๆตามประสาหนอน นี่เป็นสิ่งที่ไม่ได้เจอนานแล้ว และไม่น่าจะเจอในกรุงเทพฯ มากสักเท่าไหร่นัก เพราะเดี๋ยวสักพักมันจะกลายเป็นผีเสื้อ จะว่าไปแล้วสมัยนี้ก็นานๆทีจะเจอผีเสื้อแบบเมื่อก่อน แมลงปอแบบเมื่อก่อน ตอนนี้เหลือแต่ยุงนี่แหละที่เจอกันทุกวัน
หนอนแก้วจะกินใบบอนสี ไปสักพักจนมันกลายเป็นดักแด้และเป็นผีเสื้อต่อไป ถ้าใครเจอหนอนแก้วกินใบบอนสีก็ให้จับมันไปกินต้นที่ใบดกๆแล้วไม่ค่อยได้สนใจแทนแล้วกันครับ ไม่อยากไปทำอะไรมันมาก ต้นที่มันกินอยู่นี่ผมเห็นว่าใบเยอะมากเลยให้มันกินไปเรื่อยๆ ถ้ามีหนอนแก้วสัก 15 ตัวก็คงกินหมดทั้งกระถาง แต่ตอนนี้มีแค่สองตัวครับ คงไม่เท่าไหร่ อยากรุ้เหมือนกันว่าบอนสีถ้าโดนกินใบหมดจะปรับตัวยังไง ธรรมชาติมักมีทางรอดของมันเอง ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกัน
ผมเคยเขียนการ์ตูนหมูหมีสี่ช่อง ในตอนที่เกี่ยวกับบอนสีและหนอนแก้ว นั่นก็คือตอน หนอนผีเสื้อ ซึ่งก็เป็นเรื่องราวคล้ายๆแบบนี้นั่นแหละนะ
วันนี้ก็คงต้องจบเรื่องหนอนแก้วกับบอนสีไว้เท่านี้ จริงๆยังมีเรื่องไส้เดือนกับบอนสี และยุงกับบอนสี อื่นๆอีกมากมาย เดี๋ยววันไหนว่างๆจะมาเขียนอีกทีครับ
สวัสดี
Continue Reading...