QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line
  • Dinh Blog
  • since 2009

 

 

สวัสดีวันปีใหม่ วันใหม่ เริ่มใหม่ ลุยใหม่

วันนี้เป็นวันปีใหม่ วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นวันวันหนึ่งที่ผ่านจุดเปลี่ยนของปีมาแล้ว มันเป็นวันที่มีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ ผมคิดว่าเราโชคดีมากที่มีวันปีใหม่ เพราะว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่คุณสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆได้โดยใช้วันปีใหม่นี่แหละเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก้าวเดินใหม่อีกครั้ง เหมือนกับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปีนี้และเป้าหมายก็คือปีหน้า เราเดินทางกันข้ามปีแบบนี้มานานแล้วซึ่งเป้าหมายของแต่ละปีของแต่ละคนก็คงจะต่างกันออกไป… หลายคนอาจจะเคยคิดว่า..ปีใหม่? “แล้วยังไง?” มันก็เพียงแค่วันข้ามวัน ซึ่งผมก็เคยคิดแบบนี้ครับ แต่เมื่อผมได้เติบโตขึ้น ผมกลับมองมันเป็นโอกาสที่ไม่ควรจะมองข้ามมันไป ถ้าเราไม่มีวันปีใหม่ เราก็อาจจะจมอยู่กับกิจกรรมเดิมๆ มองวันเวลาเพียงวันผ่านวันแบบเดิมๆ แล้วยังไง?  สิ่งที่ผมคิดตอนนี้คือทำอย่างไรให้วันขึ้นปีใหม่มีคุณค่าที่สุด สำหรับผมนั้นไม่ใช่การฉลอง การสังสรรค์ เฮฮา หรือความสงบ วันปีใหม่สำหรับผมคือวันที่ผมจะตั้งเป้าหมายใหม่ ( Set Goal) และคิดว่าปีนี้จะทำอะไร (Mission) เพื่อจะตอบโจทย์เป้าหมายของชีวิต ( Vision ) อันนี้ให้ความหมายแบบคนเรียนมาหน่อยนะครับ พอดีเรียนมากลัวว่าไม่ใช้นานๆแล้วเดี๋ยวจะลืม พาลสอบตกเอาได้ง่ายๆ สำหรับตอนนี้ผมคงจะเกริ่นไว้เท่านี้ เป็นเพียงบทความนำทางเผื่อคนที่ว่างๆไม่มีอะไรทำในวันปีใหม่ ก็ลองนั่งจินตนาการถึงชีวิตตัวเองดูนะครับ สวัสดี

Continue Reading...

ทำบัญชีซื้อต้นไม้

หลังจากที่ซื้อต้นไม้มานานก็ไม่เคยนึกถึง เมื่อวานอากาศดี พาให้คิดไปไกลว่า…เราซื้อต้นไม้มาเท่่าไหร่กันนะ หลายคนที่ปลูกเลี้ยงต้นไม้ผมเชื่อว่าไม่ค่อยได้จำกันหรอกครับ เพราะคงจะซื้อบ่อยเหมือนผมนั่นแหละ แต่ใครจะจดไว้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ สำหรับผม มีการจดบันทึกไว้โดยการพิมพ์บล็อกครับ เป็นอีกข้อดีของการเขียนบล็อกคือสามารถตามค้นหาอดีตของตัวเองได้ง่ายครับ สุดท้ายเราก็จะมาทำบัญชีย้อนหลังในการซื้อต้นไม้ และอุปกรณ์ต่างๆที่เีกี่ยวข้องกับการปลูกต้นไม้ของผมกันครับ การลงบัญชีย้อนหลัง ที่ไม่มีหลักฐานครบถ้วนนั้น เป็นเรื่องยากมากๆ หลายรายการต้องนั่งนึกกันเอาเอง หลายรายการต้องลงไปดูว่ามีอะไรอยู่บ้างที่เคยซื้อมา เราควรทำบัญชีตั้งแต่แรกครับ เพราะการทำบัญชีย้อนหลังไม่ใช่เรื่องสนุกและไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนอีกต่างหาก แต่อย่างน้อยการทำบัญชีย้อนหลังก็ทำให้เราเรียนรู้ได้ว่าเราทำอะไรไปบ้างในช่วงเวลาเหล่านั้น หลังจากทำบัญชีเสร็จผลที่ออกมาทำให้ ผมได้รับความรู้สึกว่า “นี่เราซื้อเยอะขนาดนี้เลยหรอ” แน่นอนครับ การซื้อไปเรื่อย ทีละน้อยๆนั้นให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย แต่การซื้ออะไรหนักๆทีเดียวด้วยเงินก้อนใหญ่นี่มันน่าหนักใจจริงๆ จะเปรียบก็เหมือนซื้อเงินสดกับซื้อเงินผ่อนนั่นแหละครับ เมื่อเห็นผลดังนั้นผมเองก็คงจะต้องคิดประหยัด หรือคิดก่อนซื้อเสียบ้าง เพราะรายการซื้อในบัญชีจะแสดงจำนวนเงินที่เราจ่ายไปแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าเราได้ซื้ออะไรที่มันไม่น่าซื้อมาด้วยเหมือนกัน… สวัสดี

Continue Reading...

เปิดประตู เปิดหน้าต่าง เปิดใจรับลมหนาว

วันนี้เป็นวันที่ลมหนาวพัดมา และหนาวอย่างรู้สึกได้อย่างชัดเจน ความเย็นแบบนี้นี่แหละที่จะมาในช่วงเวลาสิ้นปีเท่านั้น… ผมตื่นมากับความแห้งของลมหนาว ความเย็นและแห้งทำให้รู้สึกคอแห้งได้อย่างชัดเจน เนื่องจากผมเปิดหน้าต่างรับลมหนาวไว้ บวกกับพัดลมที่พัดเอาลมหนาวเข้าหน้า แม้ว่าจะมีผ้าห่มที่ดูหนา แต่ดูเหมือนลมหนาวและอากาศเย็นๆจะแทรกเข้ามาได้ทุกซอกของผ้าห่มทีเดียว หลังจากที่ตื่นมาแล้วก็ออกไปยืนรับลมหนาวที่ระเบียงเสียหน่อย การปรับตัวต้อนรับหน้าหนาวกำลังจะมาถึง อาจจะเป็นหวัดบ่อยขึ้น แต่แน่นอนว่าความหนาวในบ้านจะทำให้เรานอนหลับได้ยาวนานขึ้น ผมเป็นคนไม่ค่อยได้เปิดแอร์สักเท่าไรนัก เพราะการรับอากาศธรรมชาติจะทำให้หายใจได้คล่องตัวกว่า ซึ่งทำให้ผมสามารถรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของอากาศ ผ่านผิวหนังและร่างกายของตัวเองได้ตลอดเวลา… ผมเปิดหน้าต่างในห้อง และเปิดประตูทุกบาน ให้เกิดการไหลของอากาศที่มากขึ้น ผมมักจะทำแบบนี้ในช่วงที่ต้องทำงานติดต่อกันหลายๆชั่วโมง เพราะยิ่งอากาศไหลเวียนได้ดีเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราสดชื่นได้มากขึ้นเท่านั้น การทำงานให้ห้องแอร์สำหรับผมมันเหมือนสร้างสภาวะที่ปิดกั้นพอสมควร ผมมักจะมีไอเดียดีๆเสมอเมื่ออยู่ในที่เปิดโล่งหรืออากาศถ่ายเทสะดวก แม้ว่าประตูและหน้าต่างที่เปิดจะทำให้ลมหนาวพัดเข้ามากระทบร่างกายเป็นพักๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมต้องรู้สึกหนาวมากนัก เพราะมันคือลมหนาวแรกๆของหน้าหนาว มันหนาวไม่มากนัก หนาวให้พอเข้าใจ หนาวให้พอทำใจกับความหนาวต่อจากนี้ที่จะเกิดขึ้น… สวัสดีความหนาว… สวัสดี

Continue Reading...

อากาศเปลี่ยนท้ายปี

ช่วงสิ้นปีแบบนี้อากาศมักจะแปรปรวนพอสมควร คนที่แพ้อากาศหนาวๆ ร้อนๆอย่างผมก็ลำบากอยู่บ้าง เพราะการเป็นหวัดเนี่ยมันทำให้เงยหน้าทำงานลำบาก ถ้าคิดถึงอากาศหนาวท้ายปีนี่ ผมกำลังคิดย้อนไปถึงปีที่แล้ว ซึ่งหนาวมาก ถึงมากที่สุด ผมจำบรรยากาศ ขณะที่ตัวเองยืนอยู่บนสะพานลอยที่ ม เกษตร ประตูงามวงศ์วานหนึ่งได้ มันเป็นสะพานลอยโล่งๆ มองเห็นได้รอบ แทบจะไม่มีคนเดินอยู่เลย และสัมผัสความหนาวเย็น จากลมที่พัดมาได้รอบเหมือนกัน แน่นอนว่าถ้าผมอยู่สูงกว่านั้นก็คงหนาวกว่านั้น แต่ ณ ขณะนั้นเท่านั้น ที่เป็นภาพความหนาวของปีที่แล้วที่ผมจำได้ ปีนี้เขาว่าเริ่มหนาวกันแล้วในหลายพื้นที่ของประเทศไทย  ซึ่งคล้ายๆจะเป็นภัยหนาวเสียด้วยซ้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่าหนาวเกินร่างกายจะทนไหวนั่นแหละนะ ซึ่งความหนาวระดับที่เรียกว่าภัยหนาวนี่ก็สามารถพรากชีวิตเราไปกันได้ง่ายๆเลย ผมเองไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลสักเท่าไรนักในช่วงหน้าหนาว หรือปีใหม่ อย่างมากก็เขาใหญ่ ในขณะที่ผู้คนต่างแห่กันไปสัมผัสความหนาวกันที่ทางเหนือ เช่นเชียงใหม่ เชียงราย อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปหรอกนะ แต่ไม่ค่อยชอบไปแบบคนเยอะๆ ชอบแบบโล่งๆเย็นๆ แบบอยู่คนเดียว หรือกลุ่มเดียว ในเขาอะไรประมาณนี้ ซึ่งเขาใหญ่ตอนนี้ก็ดูจะเป็นที่นิยมกันมากทีเดียว ที่พักที่เป็นส่วนตัวขนาดที่ผมจินตนาการไว้ก็อาจจะหายากกันหน่อย ซึ่งข้อจำกัดก็น่าจะขึ้นอยู่กับทรัพยากรของผู้ท่องเที่ยวละนะ หวังว่าปีนี้ผมคงจะได้ไปเที่ยวรับลมหนาวสักที่ แล้วจะเก็บเอามาเล่าให้อ่านกันครับ สวัสดี

Continue Reading...

เรื่องเล่าลุยน้ำ

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับรู้เรื่องน้ำท่วมตามแหล่งข่าวสารมากมาย แน่นอนว่าผมเองมีความเสี่ยงด้วยเหมือนกัน แต่ก็คงไม่มีใครอยากโดนน้ำท่วมเป็นแน่ ก่อนอื่น… นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเกือบเดือนที่แล้ว ผมลังเลที่จะพิมพ์เรื่องนี้ออกมา เพราะไม่รู้จะเรียบเรียงยังไง เพราะมันเป็นเรื่องราวของหนึ่งวันที่อัดแน่นไปด้วยเหตุการณ์มากมายจนผมไม่คิดว่าเวลาหนึ่งวันจะสามารถมีเรื่องราวผ่านมาในชีวิตผมได้เข้มข้นขนาดนี้ หลายคนได้เห็นน้ำท่วมจากในทีวี ภาพในอินเทอร์เน็ต ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ สิ่งนั้นก็คล้ายๆกับเราดูละครนั่นแหละ มันผ่านประสาทสัมผัสของเราได้เพียงแค่ 2 ใน 5 นั่นคือตาดูหูฟังนั่นเอง สำหรับความเข้าใจนั้นก็ตามประมาณ 2 ใน 5 นั่นแหละการจะเข้าใจคนที่เขาประสบอุทกภัยจริงๆ ถ้าไม่ได้ลงไปรับทุกประสบการณ์เหมือนกันกับเขาคงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าเข้าใจ… เรื่องมันมีอยู่ว่า แน่นอนว่า คนเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ผมเองก็มีญาติ กระจายอยู่ตามมุมต่างๆของกรุงเทพ และปริมณฑล ซึ่งก็อยู่ในเขตเสี่ยงน้ำท่วมทั้งนั้น เช่น ดอนเมือง รังสิต จนกระทั่งนนทบุรี การที่มีคนที่ผูกพันกับเราอยู่ใต้ภาวะความเสี่ยง เราก็คงจะไม่สามารถกินอิ่มนอนหลับได้ตามปกติ ความเป็นห่วงนั้นเหมือนเชือกดึงรั้งระหว่างคนหนึ่งถึงอีกคนหนึ่ง นั่นคือความสัมพันธ์ เอาง่ายๆเรียกกันว่าร่วมทุกข์ การร่วมทุกข์ร่วมสุข ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติของคนที่มีความผูกพันกัน เมื่อน้ำท่วมถึงดอนเมือง มีญาติบางส่วนอพยพหนีน้ำมาที่บ้านผม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ ส่วนจะอยู่ด้วยเหตุผลอะไรนั้น ผมขอละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ เพราะแต่ละคนมีความจำเป็นและความห่วงกังวลไม่เหมือนกัน ผมไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่คนอื่นคิดได้ทั้งหมด สิ่งที่ผมต้องทำคือเตรียมตัวเตรียมใจในลำดับต่อไป นั่นคือการเข้าไปช่วย หรือส่งความช่วยเหลือเข้าไปในจังหวะที่เกินใจ (ของใคร) จะทนไหว.. และแล้ววันหนึ่งเมื่อถึงเวลาผมก็ได้่รับสัญญาณไว้ ให้เข้าไปช่วยอพยพออกมาได้แล้ว [...]

Continue Reading...