| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันหยุดยาวที่ผ่านมา หลายคนก็คงจะได้ไปเที่ยวกันครับ และวันหยุดยาวรอบนี้ก็เป็นรอบที่ผมได้ไปเที่ยวด้วยเหมือนกัน ผมไปเที่ยวตราดมาสี่วันสามคืน โดยเป็นตัวแถมในทริปของพี่สาวครับ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าจะไปดีหรือไม่ไปดี เพราะงานที่มีนั้นคั่งค้างมากเหลือเกิน ถ้าไม่ทำก็คงจะได้ทำเดือนหน้าเลย เพราะหลังจากกลับมาก็เป็นช่วงสอบปลายภาคแล้ว… สรุปก็เลือกไปเที่ยวนั่นแหละนะครับ แล้วงานที่วางแผนไว้ บล็อกที่อยากเขียน หรืออะไรที่อยากทำ อาจจะต้องยกไปวางหลังสอบแทน เพราะนานๆจะได้เที่ยวกับเขาสักที เรื่องราวเกี่ยวกับการไปเที่ยวจังหวัดตราดของผม เดี๋ยวจะยกไปเล่าในบทความหน้านะครับ ต้องใช้เวลาเรียบเรียงซะก่อน เพราะสี่วันสามคืน นี่มันมีเรื่องเล่าเยอะจริงๆครับ สวัสดี
ดูเหมือนว่าช่วงนี้่ผมจะมีอาการที่เรียกว่า Cactus Crazy หรือบ้ากระบองเพชรนั่นเอง ว่างก็คิดถึง เบื่อก็คิดถึง แม้แต่ทำงานก็คิดถึง… แม้ว่าช่วงนี้จะไม่ได้ไปเดินจตุจักรเหมือนเคยเนื่องจากติดงาน แต่ปริมาณการซื้อไม่ได้ลดลงเลย และดูเหมือนว่าจะจ่ายมากกว่าตอนที่ไปซื้อเสียอีกครับ เพราะว่าเดี๋ยวนี้มีทางเลือกในการเลือกซื้อแคคตัสเพิ่มขึ้น จากการซื้อในเวปไซด์ โดยซื้อจากคนขายที่เขาจะมาตั้งกระทู้ขายกันนะครับ มาพูดถึงอาการ Cactus Crazy จริงๆเรื่องมันก็เริ่มมาจากอาการอยากกราฟแคคตัส ( การต่อต้นกระบองเพชร ) เสียมากกว่าครับ แต่การกราฟเนี่ยมันก็ต้องมีรายละเอียดและแหล่งที่มา พอคิดย้อนไปถึงแหล่งที่มามันก็สับสนวนเวียนขึ้นเรื่อยๆ จริงๆผมแค่อยากกราฟแล้วรู้สึกต้นที่เอามาต่อมันคุ้มค่า ต้นตอ เท่านั้นเอง แต่ผลที่ตามมาคือผมไปหาซื้อต้นพันธุ์ด่างๆ เพื่อที่จะนำมาผสมกับต้นที่ไม่ด่างเพื่อให้ดอกที่มีโอกาสให้เมล็ดด่าง และเอาเมล็ดไปปลูกจนได้ต้นด่าง และนำมากราฟอีกที แค่อ่านก็เหนื่อยแล้วใช่ไหมครับ หลายคนคงคิดว่าทำไมผมคิดอะไรให้วุ่นวายไปไหนก็ซื้อมากราฟเลยหรือซื้อต้นที่กราฟมาแล้วก็สิ้นเรื่อง นั่นเป็นทางออกที่ง่ายครับ แต่ปัญหาคือผมไม่ชอบอะไรง่ายๆครับ อะไรที่ต้องทำถึงแก่นต้องค้นต้องลองให้รู้นี่มันน่าสนุกมากๆ ซึ่งในทุกๆขั้นตอนที่ผมได้ผ่านไปนั้นเป็นประสบการณ์ที่ได้แถมมาจากการเสียเงินไปซื้ออะไรต่อมิอะไรมามากมาย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยคุ้มทุนเสียเท่าไหร่ แคคตัสก็เป็นพืชที่ไม่ได้โตไวขนาดที่ว่าจะเพาะขายแล้วคืนทุนได้ในเวลาสั้นๆ ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะเห็นต้นเล็กที่เพาะจากเมล็ดไหนจะต้องลุ้นให้มันรอด และให้รอดจนมีลักษณะสวยๆอีก ตรงนี้แหละผมว่ามันคือเสน่ห์ แต่ผมยังไม่ได้วนจนครบถึงจุดนั้นหรอกนะครับ ตอนนี้แค่เพาะเมล็ดก็ยังไม่ค่อยรอด เลยต้องอาศัยซื้อต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แคคตัสขนาดใหญ่ๆมาแทนเพื่อที่จะได้ผสมดอกได้บ่อยๆ การได้เมล็ดมานั้นมีหลายวิธีครับ จะขอเอาก็ได้ จะซื้อเอาก็ได้ มีอยู่ร้านหนึ่งขายเมล็ดแอสโตรไฟตัมแบบปนๆ 1000 เมล็ด 200 บาท ตีไปเมล็ดละ 20 [...]
ด้วยเหตุเนื่องจากผมจำเป็นต้องใช้เวลาช่วงตีสองกว่าๆถึงประมาณหกโมงเช้า เพื่อรอจะไปจตุจักรอีกครั้งหลังจากไปมาแล้วเมื่อช่วง 5 ทุ่ม – ตี 1 กว่าๆ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาผมจึงเลือกไปทำงานที่ไหนสักที่แทนที่จะกลับบ้านนอน เพราะรู้ตัวว่าถ้ากลับบ้านนอนแล้วผมก็คงจะตื่นมาไม่ทันแน่ๆ เพราะนอนแล้วก็มักจะนอนยาวเกิน 6 ชั่วโมงไปเลย การนอนน้อยกว่านั้นทำให้เพลียอยู่มากพอสมควร ก็เลยไปหาที่ทำงาน ในตอนนั้นตัวเลือกมีร้านเกมส์แถมมหาวิทยาลัยเกษตร กับอาคารเรียนรวมในมหาวิทยาลัยเกษตร ตอนแรกขับรถวนไปดูร้านเกมส์แถวๆตลาดอมรพันธุ์แต่แอบกังวัลตอนขาออกซึ่งมันเป็นตลาดแล้วน่าจะวุ่นวายพอดู บวกกับผมไม่รู้รูปแบบการจราจรด้านใน พอดีว่าเคยไปเดินมาแล้วแอบงงๆนิดหน่อย ก็เลยตัดสินใจวนรถเข้าไปในมหาวิทยาลัยแทน เป้าหมายของผมคือ ศูนย์เรียนรวม 3 (ศร.3) ได้ยินว่าที่นั่นเปิดให้อ่านหนังสือถึงเช้า ก็ขับรถไปและพบว่าเปิดอยู่จริงๆ แต่ไม่ได้มีแค่ผมนะครับ ยังมีน้องๆนิสิตที่ไปอ่านหนังสืออยู่บ้าง ประมาณ 4-5 โต๊ะ โต๊ะละ 1-5 คน ทำให้การอยู่ใต้ ศร.3 ในเวลาตีสามกว่าๆของผมดูไม่เหงาจนเกินไป ในสภาพของตัวผมตอนนั้นคือเรียนมาตั้งแต่ตอนเย็นถึงค่ำแล้ว ไปนั่งคิดงานที่ลานแสดสนนนทรี แถวๆคณะเศรษฐศาสตร์แล้วประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วยังไปเดินจตุจักรตลาดกลางคืนอีก 2 ชั่วโมงกว่าๆนั้น ผมคิดว่าตัวเองนั้นไม่น่าจะมีพลังงานพอที่จะคิดหรือทำอะไรได้มากนัก โชคดีที่บรรยากาศและความเงียบเป็นใจ และงานที่ผมทำก็ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรมากนัก ก็แค่คิด คิด คิดแล้วเขียนสรุปสิ่งที่คิดลงไปในกระดาษเท่านั้นเอง มันเริ่มจากมี 1 แผ่นในตอนเย็น [...]
ช่วงนี้เป็นช่วงหลังสอบมิดเทอมครับ เทอมนี้ผมสอบไม่เยอะเท่าไหร่ก็แค่วิชาเดียวครับ… พอหลังสอบก็มีเวลาว่างๆให้มาเคลียงานเก่าๆที่ค้างไว้..ซึ่งเยอะมากๆทีเดียว ตั้งใจว่าตั้งแต่วันอังคาร (หลังสอบ) จะทำงานทั้งวันไม่ออกไปไหน และวันพุธก็เหมือนกันก็ว่าจะไม่ออกไปไหนตั้งใจทำงานที่ค้างไว้ให้หมด แต่พอถึงเวลาจริงๆก็มักจะมีเหตุให้ออกไปไหนมาไหนอยู่เสมอ เหตุพวกนี้มักไม่ได้คาดคิดไว้ก่อนครับ จะมาก็มาทันที แต่ยังไงก็ต้องกลับมาบ้านมาทำงานให้เสร็จอยู่ดี เพราะไม่ได้ทำมันก็หมักไว้อย่างนั้นแหละนะ ทั้งการเขียนบล๊อกเกี่ยวกับต้นไม้ที่ซื้อมา การออกแบบเวปไซด์มังกีซ์โกรฟ หรือการออกแบบโครงการต่างๆที่กำลังทำอยู่ สรุปวันว่างๆของผมก็คือวันที่ไม่ได้สอบหรือไม่ได้ไปเรียนเท่านั้นเอง ส่วนวันว่างที่นอนเฉยๆอยู่กับบ้านแบบไม่มีอะไรทำนั้นไม่ค่อยมีบ่อยๆ นานๆจะมีมาที สวัสดี
หลังจากสร้าง dinp photo มาได้สักพัก รูปถ่ายของผมก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ ถ่ายรูปเป็นอะไรที่สนุกมากและทำได้บ่อยๆ ถ่ายอะไรก็ได้เพราะทุกอย่างก็ดูสวยไปหมด ถ่ายมาก็ต้องลงมาเก็บที่ dinp photo ที่นี้แหละ หลังปลูกเลี้ยงบอนสีมาได้พักใหญ่ๆ นับไปนับมาก็เกือบปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังสับสนกับชื่อพันธุ์ของมันอยู่เลย ล่าสุดใช้ป้ายไปปักไว้ก็ช่วยได้บ้างอยู่ แต่ปัญหาคือบอนสีที่ซื้อมาแรกๆ สมัยยังไม่ค่อยรู้อะไรมากก็เลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องชื่อของบอนสีเท่าไรนัก มาวันนี้นอกจากปักป้ายชื่อให้บอนสีแล้ว ผมยังจะถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยครับ เหตุผลที่ถ่ายรูปเก็บไว้นั่นคือ เวลาเราเลี้ยงไปเลี้ยงมา มันไม่สวยเหมือนตอนซื้อมาครับ หรือไม่ก็เอาไว้เปรียบเทียบตั้งแต่ตอนซื้อมากับปัจจุบันครับ มีหลายต้นที่ผมเลี้ยงแล้วไม่เหมือนเดิม นั่นคือไม่ดีเหมือนเดิมน่ะแหละนะ แต่ก็มีหลายต้นเลยที่เจริญเติบโตตั้งแต่ต้นละ 20 บาท ตอนนี้ก็ใหญ่กว่ากระถางละ 50 ไปอยู่หลายขุมทีเดียว การถ่ายรูปก็เหมือนการหยุดเวลาเอาไว้ ณ ห้วงเวลาหนึ่งเพื่อให้เราได้ดูและสังเกตุได้ดีกว่าเดิม บางทีถ้าผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ผมอาจจะลืมภาพดีๆเหล่านั้น หรือไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบกับปัจจุบันก็ได้ ประโยชน์ที่มากมายอีกอย่างคือจะได้แยกและสังเกตุพันธุ์บอนสีได้ดีขึ้น เพราะบอนสีนั้นมีความแตกต่างและหลากหลายมากๆ หากไม่ได้ใช้เวลาพิจารณาและสังเกตุให้ดีอาจจะทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ตามไปดูบอนสีที่ผมเก็บภาพไว้ได้ที่ Dinp Photo “Caladium” ใครมีกล้องก็ถ่ายรูปไว้เยอะๆนะครับ ไม่ใช่แค่บอนสี แต่อาจจะเป็นทุกๆอย่าง รอบๆตัวเรา เพราะวันหนึ่งทุกสิ่งคงไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าเราไม่สังเกตุก็คงจะไม่ทันรู้สึกตัว ดังนั้นถ้าเราถ่ายรูปหรือเก็บอดีตไว้ได้ เราก็จะประเมินอนาคตได้เลยทีเดียว !! สวัสดี