QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line
  • Dinh Blog
  • since 2009

 

 

ไปขายโปสการ์ด ที่ FaT9

งาน Fat9 ปีนี้ก็ได้มีโอกาสไปขายที่งานกับเขาด้วยเหมือนกัน เป็นการขายที่งาน Fat Festival ครั้งที่สองแล้วสำหรับผม… ก่อนหน้านี้ผมได้ข่าวมาว่าในปีนี้จะไม่มีการจัดที่จัดตลาดให้คนทำสินค้ามาขาย เพราะฉะนั้นก็จะเหลือแต่บูทของศิลปิน และในตอนแรกผมก็ได้ตัดใจจากงานแฟตปีนี้ไปแล้วคิดว่าคงไม่ได้ไป งานแฟตปีนี้มีสองวันอีกเหมือนเดิมคือวันเสาร์และอาทิตย์ เย็นวันเสาร์เพื่อนผมโทรมาบอกว่าเพื่อนศิลปินของเขานั้นบูทมีที่ว่างซึ่งเขาได้คุยให้เสร็จสรรพสรุปว่าให้ผมเอาของไปตั้งขายเองได้ ในตอนแรกผมตัดสินใจว่าจะไม่ไปเพราะไม่ได้เตรียมตัวเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งก็ยังไม่ได้ตกลง และนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง มองโปสการ์ดที่เพิ่งพิมพ์มาใหม่แต่ยังไมได้จัดใส่ซอง ทั้งหมดถ้าผมจะไปคือผมต้องใส่ซองเองทั้งหมด ซึ่งปกติแล้วผมกับผิงจะช่วยกันทำซึ่งจะเสร็จไวกว่ามาก และผมก็ตัดสินใจที่จะไป เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นโอกาสหนึ่งที่ผมไม่เสียอะไรเลย คงมีแค่เวลาเท่านั้นเอง ตอนเช้าวันอาทิตย์หลังจากที่เมื่อคืนผมเตรียมตัวถึงตีสาม ผมโทรไปหา “อาม” น้องชายของเพื่อนผมที่มีชื่อว่าแอล ซึ่งในปีที่แล้วอามก็เป็นคนจัดสรรที่ขายของให้ผมและช่วยบอกข่าวในปีนี้ให้ผม หลังจากโทรไปถามอามเรื่องจุดประสงค์ของผมก็ได้คำตอบมาว่าได้ ได้ที่ว่าคือบัตรเข้างานฟรี ต้องขอบคุณมากๆจริงๆสำหรับบัตรเข้างาน หลังจากเข้างานไปแล้วก็พุ่งตรงไปที่บูทของ Final kid ซึ่งเป็นค่ายเพลง ผมได้รับพื้นที่ตามภาพซึ่งพอเพียงที่จะวางโปสการ์ดได้ทั้งหมดเท่าที่เอามาเลยทีเดียว นี่เป็นรูปของมุมโปสการ์ดที่ผมจัดขึ้นในบูทของ Final kid งานนี้เอาโปสการ์ดลายใหม่มาด้วยครับ เป็นชุด Love Collector กับชุด Happy Happy Girl งานนี้ผมเอาเก้าอี้สามขามานั่งด้วยครับ นี่คือมุมจากที่ผมนั่ง ตอนแรกผมคิดว่าเก้าอี้สามขาจะรับน้ำหนักผมไม่ไหว ตอนแรกๆก็ยังไม่ทิ้งน้ำหนักลงทั้งหมด หลังๆเริ่มลองปล่อยๆทีละนิด ก็รู้ว่ามันแข็งแรงพอสมควรเลย แต่ถ้าผมนั่งทั้งวัน ไม่แน่นะมันอาจจะหักขึ้นมาจริงๆก็ได้ ( ผมเคยนั่งเก้าอี้เล่นคอมพิวเตอร์หักมาสองตัว [...]

Continue Reading...

คนค้นฅน อวอร์ดครั้งที่ 1

ครั้งนี้ผมไปร่วมงานกับทีวีบูรพาอีกแล้วครับ เป็นงานมอบรางวัลครับ งานนี้ผมเป็นผู้ติดตามแม่ผมไปอีกทีครับผม เล่าเรื่องพร้อมๆกับดูรูปกันไปเลยแล้วกัน ไปถึงก็ต้องไปลงทะเบียนกันก่อนเลยครับ เจอพี่ประวิทย์ที่เคยดูแลตอนไปสวนลุงนิลมาทักทายพร้อมอำนวยความสะดวกให้ และได้บัตรที่นั่งมา เป็นเบอ V5 ถ้านับดูในใจแล้ว V มันห่างจาก A มากเลยนะนั่น ไม่ป็นไรครับ ผมชอบนั่งหลังๆอยู่แล้ว บรรยากาศริมทางเดินนะครับ ผู้คนมากมาย ต่างพากันมาด้วยความปิติยินดี งานนี้รวมแต่คนดีๆมีคุณภาพจริง คนตรงกลางนี่แม่ผมเองครับ สำหรับคนซ้ายและขวาคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว ถ่ายกับคุณหมอที่แกไปผลิตยาช่วยผู้ป่วยที่แอฟริกาครับ ผมเองก็ไม่เคยรู้เรื่องของแกหรอกครับ เพิ่งมารู้เอางานนี้แหละ ปกติผมจะไม่ดูทีวีซักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องกับเขา ขวาก็แม่ผมเอง ซ้ายก็พี่ป้อมเป็นสมาชิกตนคอเดียวกันที่ไปสวนลุงนิลด้วยกันครับ แม่ผม หมอเกษตร หมอล๊อต และพี่ป้อม ก่อนจะมาถึงรูปนี้พี่ป้อมแกพูดถึงหมอล๊อตบ่อยๆครับว่าอยากได้รูปด้วย เห็นหมอแกเดินไปมาไม่ได้ถ่ายซักที ผมเองก็ไม่รูอีกเหมือนเดิมครับว่าหมอแกเป็นคนยังไง ได้ฟังที่แกทำก็นึกว่าเป็นหมอแก่ เห็นอีกทีนี่หนุ่มขนาดเรียกพี่กันทีเดียว ขออภัยในความไม่รู้ของผมด้วย เข้ามานั่งกันในงานแล้วครับ ผมได้นั่งอยู่ด้านขวาด้านบน ซึ่งมองเห็นเวทีได้ชัดเจนครับ แต่เก้าอี้แอบเมื่อยก้นนิดหน่อย พีธีกรคุณประสานและคุณแก้วตาทำหน้าที่ดำเนินการในครั้งนี้ครับ ศิลปินที่มาร้องเพลงเปิดรางวัลหนึ่งครับ เขาคือ จุ๋ย จุ๋ยส์ ผมเองก็ไม่เคยฟังเพลงเขาอยู่เหมือนกัน แต่พอเริ่มต้นนั้น การจะไม่สนใจเขาคงเป็นไปไม่ได้เลย การแสดงของเขาดึงดูดให้คนสนใจ ในทันทีตั้งแต่ยังไม่เริ่มแสดงเลยก็ว่าได้ เพราะ แกเล่นใช้ไมค์ตั้ง [...]

Continue Reading...

งานเสน่ห์ไม้ด่าง กับสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย

งานเสน่ห์ไม้ด่าง กับสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย ผมได้ไปมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาครับ ผมไปงานไม้ด่างด้วยกันกับแม่ ออกตั้งแต่เช้าเลย เพราะแม่จะไปฟังบรรยายเกี่ยวกับไม้ด่างสร้างรายได้ ได้อย่างไร ซึ่งผมก็ได้ฟังด้วย พบว่าไม้ด่างช่างมีราคาและคุณค่ามากกว่าที่ผมคิดไว้มาก ซึ่งไม้ด่างนั้นเปรียบเสมือนยีนด้อยหรือต้นไม้ที่ไม่สมบูรณ์หรือต้นไม้ที่มีพันธุ์กรรมผิดปกติทำให้มีการให้สีต่างไปจากเดิม ถ้าเปรียบไปก็คงเหมือนช้างเผือก จรเข้เผือก หรือแพนด้าเผือก?? การจะทำให้ได้ไม้ด่างมานั้นมีหลายวิธีเหมือนกัน ไม่ว่าจะไปค้นหาในป่า หรือค้นจากการเพาะเมล็ด หรือแม้แต่การใช้สารเคมีหรือรังสีก็สามารถสร้างไม้ด่างได้ วิทยากรบอกเล่าถึงไม้ด่างที่เขามีนั้น มีราคาถึง 6 หลัก คือราคาหลักแสน ซึ่งไม้ด่างที่ราคาระดับนี้มักจะหายากและเป็นที่ต้องการ แน่นอนว่าสำหรับวงการณ์ต้นไม้ไทยไม้ด่างหรืออะไรก็ตามที่แปลกใหม่นับเป็นสิ่งที่ต้องการเสมอๆ การเพาะเลี้ยงไม้ด่างก็เป็นอีกทางรอดหนึ่งสำหรับตอนนี้ ซึ่งผมดูๆแล้วทุกคนก็สามารถมาศึกษาและสรางเป็นอาชีพกันได้เลยทีเดียว ตอนนี้สำหรับบอนสีที่ผมปลูกก็คือไม้ด่างนั่นแหละ แต่บอนสีมีราคาไม่แพงเพราะมันขยายพันธุ์ง่าย และมีพันธุ์มากมายให้เลือกจนไม่จำเป็นว่าต้องไปหาต้นแปลกที่ไหน ไม่เหมือนไม้ด่างที่มีราคานั้น ต้นธรรมดาสีเขียวประมาณ ล้านต้น ถึงจะมีต้นด่าง หนึ่งต้น อันนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคามันสูงตามไป แต่สำหรับบอนสี นั้นผมปลูกเลี้ยงด้วยปัจจัยอื่นคือตายยากไม่ต้องดูแลมากทำให้ผมคิดว่าผมกับบอนสีจะไปด้วยกันได้ดีทีเดียว มาดูรูปที่ถ่ายมาจากงานเสน่ห์ไม้ด่างกัน ต้นไม้รวมๆครับมีไม้แปลกตามากมายส่วนใหญ่เป็นสัปปะรดสี หม้อข้าวหม้อแกงลิงล่ะมั้ง ผมว่าจะซื้อมากินยุงแต่ไม่รู้ยุงมันจะให้กินรึเปล่า ดูๆแล้วมันก็แปลกตาดี ผมเคยอยากได้มาเลี้ยงซักต้น แต่ตอนนี้ว่าคงจะต้องซื้อหนังสือมาอ่านก่อน เพราะดูจากราคาที่ไม่ถูกแล้วแสดงว่าการเพาะเลี้ยงก็คงไม่ง่ายขนาดที่ว่าเอาไปเลี้ยงแล้วโตเอาโตเอาแน่ๆ สัปปะรดสีครับ สวยแปลกตาหลากสีสันดูแข็งแรง ผมเคยซื้อมาเลี้ยงแล้วก็โอเคเลยนะดูอึด ดี แต่ต้นที่เขาเอามาโชวกันนี่สวยๆทั้งนั้น กระถางหนึ่งก็ 200-400 ถือว่าแพงทีเดียว ซื้อบอนสีได้เกือบ 20 [...]

Continue Reading...

จตุจักร ตลาดนัด ต้นไม้

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศดี ผมมีธุระต้องออกไปข้างนอกบ้านนิดหน่อย เพื่อจ่ายค่าไฟและค่าโทรศัพท์ซึ่งอยู่ในละแวกบ้าน แต่ด้วยความที่ว่าขับรถออกมาแล้วจะไปใกล้ๆแล้วเวลานั้นก็ยังไม่เที่ยง เลยคิดไปว่าจะไปจตุกจักรเพื่อซื้อบอนสีมาเติมที่หายไป และเอามาใส่กระถางและที่วางใหม่ที่แม่ผมซื้อมาให้เมื่อวานนี้เอง ขับรถออกไปด้วยใจกังวลเล็กน้อย แต่ดีที่ว่าไม่ไกลมาก เพียง 10 กิโลจากบ้านเท่านั้น และรถก็ไม่ติดมากเท่าไหร่ เมื่อขับไปถึงก็ต้องพบว่าการหาที่จอดช่างดูน่ากลัวจริงๆ ผมขับผ่านรถที่จอดแถวๆนั้นไปเห็นมีรถ โดนเอาโซ่ล๊อกล้อด้วย เลยคิดว่าคงไม่ดีแน่ถ้าเราจอดแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ ด้วยความกังวลผมจึงขับวนไปมาเพื่อดูที่ทางและวนไปจอดหน้าทางเข้าสวนสาธารณะจตุจักรซึ่งอยู่ห่างจากที่ผมเคยจอดไปซัก 500 เมตร หลังจากจอดรถแล้วจะเดินก็ไกลคงต้อง เรียกมอเตอไซด์ โดนค่าเสียหายไป 15 บาท ต่อไป 10 บาท เขาก็ไม่ยอม จริงๆมันไม่ไกลเลย ประมาณว่ากลั้นหายใจก็ขับถึงแล้ว แต่ไม่เป็นไรดีกว่าเดินนิดหน่อย ( ใจร้อน อยากเดินไวๆ )     เมื่อเข้าไปในตลาดนัดต้นไม้สวนจตุจักรในตอนกลางวันนั้นบรรยากาศช่างไม่ต่างอะไรกับตอนกลางคืนเพียงแค่มีแดดแรงๆมาเผาหัวเท่านั้นเอง แต่มันก็ทำให้เราเลือกดูต้นไม้ได้ชัดเจนขึ้นเท่าที่มันควรจะเป็น และเห็นรายละเอียดหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นด้วย   ผมเดินแบบผ่านๆและเดินลัดเข้าในซอยเพื่อที่จะทะลุไปอีกฝั่งซึ่งมีบอนสีซึ่งเป็นเป้าหมายของผมอยู่ ผมเดินผ่านไป วันนี้เจอร้านบอนสีอยู่สี่ร้าน ซึ่งปกติจะเจออยู่ร้านเดียว ร้านแรกที่เจอนั้น อยู่แถวๆเต๊นข้างๆกองอำนวยการมีแค่พันธุ์เดียวคือฮกหลง ( มารู้ชื่อทีหลัง ) แต่ต้นใหญ่และสีสวยดี ราคากระถางละ 20 บาท ร้านที่สองนั้นเจอใกล้ๆกันคือตรงช่วงกองอำนวยการเหมือนกัน ซึ่งร้านนี้จะมีพันธุ์หลากหลายและดูแปลกตามาก [...]

Continue Reading...

Page. 7 to 71234567