QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line
  • Dinh Blog
  • since 2009

 

 

หนึ่งวันกับการเดินทาง ชมทิวทัศในวันพิเศษ ของกรุงเทพฯ

เมื่อวานก่อน ซึ่งเป็นวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ผมมีแผนจะเที่ยวชมงานวันพ่อที่จัดที่ถนนราชดำเนิน ถึงพระที่นั่งอนันตสมาคม… สำหรับตอนนี้เป็นเรื่องเล่าตอนที่ผมคิดว่าน่าจะยาวมากๆอีกตอนหนึ่งเลยทีเดียวเพราะผมเองได้พบเจอกับหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมากมายสำหรับวันนี้ เราจะมาเริ่มต้นกันตั้งแต่เช้าของวันกันเลยครับ เช้าวันศุกร์ที่ 11 ผมตื่นมาในเวลาที่เร็วกว่าปกติ เพราะคิดว่าจะติดรถของแม่ออกไปที่ถนนลาดพร้าว เพื่อไปขึ้นรถเมล์ต่อ การเดินทางไปแถวๆสนามหลวง – ราชดำเนินนั้น สำหรับผมแล้ว การขับรถออกไปดูจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย เพราะต้องมาห่วงพะวงหลงทางและห่วงรถเวลาหาที่จอดกันอีก ดังนั้นการนั่งรถเมล์ไปจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมรอรถเมล์ไม่นาน สาย 44 ขาวฟ้า ก็ขับผ่านมา แม้ไม่ใช่รถแอร์ แต่ผมก็ขึ้นไปเพราะไม่อยากจะมายืนรอโอกาสต่อไปซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และผมเองไม่อยากเสียเวลาของวันนี้ไป แต่การนั่งรถเมล์ครั้งนี้มีผลทำให้เกิดอาการ..เป็นหวัด ครับเป็นหวัด เพราะฝุ่นมากมายบนถนนรวมทั้งไอแดดด้วย อ่านดูแล้วเหมือนผมจะเป็นคนอ่อนแอซะเหลือเกิน แต่นั่นก็เป็นความจริง ผมเป็นคนแพ้อากาศง่ายมาก ถ้าอากาศเปลี่ยนแดดร้อนฝนตก ก็มักจะน้ำมูกไหล อาการนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมในวันนั้นๆเป็นอย่างมาก แต่สำหรับวันนี้ ผมจะไม่ไปคิดถึงมันให้มากนัก เพราะเป็นแล้วก็คงไม่หายจนจบวัน เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวผมมักจะพกผ้าเช็ดหน้าสองผืนตลอดเผื่อเกิดอาการเช่นนี้ ผมไปถึงถนนราชดำเนินประมาณ 11 โมง โดยวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปดูงานที่หอศิลป์ ตรงนั้นก่อน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามีงานอะไรเหมือนกัน ก็เข้าไปถามเขาปรากฏว่าวันนี้มีสองงานจัดแสดงอยู่ซึ่งงานแรกเป็นภาพของศิลปินซึ่งวาดรูปในหลวงด้วยสีชอล์ก ซึ่งดูแล้วมีสเน่ห์มากๆ จังหวะการปาดสีชอล์กนั้นผมคงต้องเรียนรู้อีกนานกว่าจะทำได้ อีกงานหนึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆมาวาดรูปร่วมกันที่หอศิลป์เลย ซึ่งวันที่ผมไปนั้นผลงานทุกชิ้นสำเร็จเสร็จสิ้นหมดแล้ว และกำลังจัดแสดงอยู่ มีหลายชิ้นที่ผมชอบ ในความคิดสร้างสรรค์ [...]

Continue Reading...

เตรียมตัวสำหรับงานสีสรรกรุงเทพฯ

วันนี้จะมาเล่าข่าวใหม่ให้อ่านกันครับ เกี่ยวกับผม และมังกีซ์โกรฟนั่นเอง …. นานแล้วเหมือนกันครับที่ผมและมังกีซ์โกรฟไม่ได้ออกบูธขายสินค้าอย่างเป็นทางการ เพราะอาจจะยุ่งกับหลายๆเรื่องในชีวิตและหลากหลายกิจกรรมที่ผ่านเข้ามาจึงทำให้ผมไม่ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับงานเทศกาลหรือกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆเท่าที่ควร ทำให้พลาดหลายๆโอกาสไป ครั้งนี้ผมเล่นเวป exteen.com ซึ่งเป็นเว็บบล๊อกที่ให้บริการฟรี เพื่อที่จะเผยแพร่การ์ตูนหมูหมีสี่ช่องให้กระจายออกไปจะได้มีคนอ่านเยอะๆ ครับ และทางเวป exteen นี้ก็ได้จัดเผยแพร่กิจกรรมหนึ่งขึ้นมาคือ งานสีสรรกรุงเทพฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคม 2552 นี้ นี่เอง สำหรับกิจกรรมที่ว่านั้นคือ ให้สมาชิก exteen ที่สนใจร่วมเสนอ และจับจองบูธเพื่อขายสินค้าครับ สำหรับ exteen นี้เขาก็ได้โค้วต้ามา 25 บูทซึ่งผมก็ ให้คุณผิงส่งรายละเอียดติดต่อกลับไปเพื่อ ขอบูททันที ล่าสุดทางสีสรรกรุงเทพฯ โทรมาแจ้งว่ามังกีซ์โกรฟได้รับคัดเลือกให้ไปจัดบูธแสดงและขายสินค้าที่งานนี้ ซึ่งตัวผมเองค่อนข้างตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้ไปขาย ผมเองไม่ได้ทำงานมานานแล้วสำหรับช่วงนี้ ต่อจากวันนี้ผมเหลือเวลาไม่ถึง 12 วันก่อนจัดงาน โดยที่ผมมีหลายๆธุระที่ต้องทำ แต่ก็จะพยายามเตรียมตัวให้ดีก่อนที่จะไปขาย จริงๆแล้วในความคิดผมนั้น อยากสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆไปแสดงมาก นั่นคือการเตรียมตัวให้ดีสำหรับผม การออกบูธครั้งใหม่สำหรับผมเองนั้นต้องมีการพัฒนา ทั้งสินค้า และ การขาย รวมถึงการจัดตกแต่งบูธขายสินค้าที่ผมชอบด้วย จัดอย่างไรจัดอย่างไหน เพียงแค่คิดก็สนุกแล้ว ผมคงใช้เวลาที่เหลือกว่าสิบวันนี้ทุ่มเทให้กับการออกบูธขายสินค้าครั้งนี้แน่ๆ [...]

Continue Reading...

Manager

หลายวันก่อนได้มีโอกาสไปงานสัมมนามา เป็นงานที่เกาหลีเข้ามาร่วมจัดเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์ ประมาณว่าเราจะใช้ลิขสิทธิ์ในการสร้างรายได้ทางไหนบ้าง ในส่วนของบริษัทใหญ่ๆจากเกาหลีนั้น เขามอง production กับ pre production เป็นแค่ 2 ใน 5 ส่วนของธุรกิจเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสำคัญ แต่อีกสามขั้นตอนนั้น คือการขายและปกป้องลิขสิทธิ์ซึ่งทำให้ก่อเกิดรายได้นั่นเอง หัวข้อนั้นมีค่อนข้างเยอะมากๆจะสรุปตอนนี้ก็คงไม่หมด ต้องค่อยๆคิดย้อนกลับไปพร้อมทั้งดูเอกสาร เพราะงานนี้เขาใช้เวลาทั้งวันเลยมีเลี้ยงอาหารตั้งสามรอบ วันนั้นเลยไม่ต้องกินอะไรกันเลย งานจัดที่โรงแรมบางกอกอินเตอคอนทิเนนทัล ซึ่งผมก็ไม่เคยไปหรอกครับ นี่ก็ไปครั้งแรก เข้าไปก็อู้..หู้ว… หรูจังเดินเข้าไปรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็เข้าไปถึงหน้างานจนได้ จนลงทะเบียนแล้วเขาก็ให้บัตรมา งานนี้คุณผิงลงทะเบียนให้ครับ ผมมีหน้าที่ไปฟังอย่างเดียว ที่จะมาโชว์ในตอนนี้คือ… บัตรนี่แหละครับ ผมเองยังไม่ค่อยชินกับการอ่านชื่อตำแหน่งนี้เลย Manager มันดูหรูและเป็นผู้ใหญ่ๆมาก สงสัยต้องขยันขึ้นอีกแล้วละเนี่ย เผื่อจะได้ทำให้สมที่เขียนตำแหน่งไปจริงๆ สวัสดี

Continue Reading...

พักผ่อน ฟังดนตรี สวนรถไฟ

เมื่อวานเป็นวันอาทิตย์ครับ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ตั้งใจจะไปสวนรถไฟกัน เพื่อที่จะไปพักผ่อนและเตรียมตัวดูคอนเสิร์ตที่จัดในสวนรถไฟนั่นเอง… หลายวันก่อนคุณผิงได้โทรไปที่ FMONE 103.5 เพื่อรับบัตรคอนเสิร์ตที่จัดในสวนรถไฟนั่นเอง ซึ่งตอนนั้นผิงได้ยินแค่แว่บๆแล้วโทรไปแล้วได้บัตรเลย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ได้ไปสวนรถไฟวันนี้กัน ผมไปถึงสวนรถไฟช่วงบ่าย 1 ซึ่งแดดร้อนพอดู แต่ผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าผมนั่นใต้ต้นไม้ใหญ่ๆแล้วนั้น ร่มเงาของต้นไม้คงจะทำให้หายร้อนไปได้แน่นอน พอไปถึงก็นัดเจอเพื่อนซึ่งก็ได้ไปเช่าจักรยานกัน ซึ่งคราวนี้ผมกับผิงแยกเช่ากันคนละคัน เพราะคราวที่แล้วดูเหมือนจะยากลำบากมากๆกับจักรยานคันเดียว ของเยอะ คนหนัก ครั้งนี้เลยแบ่งกันไป ซึ่งดูแล้วสะดวกดีที่เดียว ใครอยากปั้นซ้าย ขวา ช้า เร็วอย่างไรนั้นก็ตามสะดวกกันเลย แต่เป็นที่น่าแปลก เบาะของจักรยานที่สวนรถไฟนั้น แม้ว่าจะเสริมฟองน้ำอีกชั้น ก็ยังทำให้ปวดก้นอยู่ดี การเจอพื้นที่ขรุขระบางช่วงคงไม่ใช่ปัญหา เพราะแต่ก่อนผมปั่นจักรยานโบราณเบาะหนังราคาไม่กี่บาทเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญหาปวดก้นเลยแม้ว่าจะเจอทางขึ้นลงขรุขระหลุมบ่อ เพียงใด แต่ไม่เป็นไร เราปั่นกันไม่นานอยู่แล้ว ซักพักผมกับผิงก็ไปหาที่นั่งๆนอนกัน ปล่อยให้เพื่อนๆปั่นไปต่อกันตามอัธยาสัย ตรงที่ผมนั่งนั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้างๆซึ่งมีกานับ ยี่สิบตัวบินวนอยู่ทั่วไป เสียงร้อง กา กา กา ดังสนั่นลั่นไปหมด ผมเองไม่ได้สนใจเสียงนั้นสักเท่าไรเพราะ แถวๆบ้านก็มีกา ซึ่งชอบส่งเสียงเป็นประจำอยู่แล้ว แต่กังวลว่าการที่นอนอยู่แถวนี้จะมีโอกาสที่กาจะปล่อยของเสียใส่ลงมาหรือไม่นี่สิ ดูจะเป็นเรื่องใหญ่กว่า แต่นั่งได้ไม่นานก็เหมือนเมฆฝนจะพัดมา มาเอื่อยๆ ลอยกันมาแต่ไกล ผมและเพื่อนจึงได้ย้ายไปยังที่ ที่สามารถวิ่งเก็บของหลบฝนได้ทันที ซึ่งก็วนไปหาอยู่พักหนึ่งก็มาปูเสื่อนอนกลางทุ่งหญ้าเขียวๆกันเลย [...]

Continue Reading...

โบสถ์คริสต์

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปโบสถ์คริสต์ครั้งแรกในชีวิต ที่มีโอกาสนี้เพราะเพื่อนที่แต่งงานเขาเป็นคริสต์นั่นเอง… ปกติแล้วงานแต่งงานที่ผมได้พบเจอมาทั้งชีวิตก็จะเป็นแบบไทยๆแห่ขันหมากจัดที่บ้านเจ้าสาว เลี้ยงเย็นหรือเที่ยงกันไปตามความเหมาะสม แต่ยังไม่เคยได้ไปงานแต่งแบบคริสต์เลย ปกติแล้วคนไทยเรานั้นมักจะได้พบเจอประสบการณ์เหล่านี้ผ่านจอหนังทั้งหลาย และฉากเหล่านั้นก็มักจะมีพระเอกบุกเข้าไปหานางเอกที่กำลังจะแต่งงานกับคนอื่น? ภาพในหัวก็ประมาณนี้ แต่จริงๆแล้วนั้นในหนังเขาตัดมาแต่ฉากที่จำเป็นจริงๆ ฉากที่เจาะลึกถึงช่วงอารมณ์ที่สำคัญสุดๆ คือช่วงที่บ่าวสาวกำลังจะกล่าวคำมั่นสัญญากันนั่นเอง วันนี้ผมได้รับประสบการณ์ที่ต่างออกไปจากที่เคยเข้าใจ งานแต่งแบบคริสต์เขาก็มีพิธีการของเขาเหมือนกัน ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรเลย สำหรับคนไม่เคยไปโบสถ์คริสต์อย่างผม ทุกอย่าง ทุกวิธีการดูเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก รวมถึงการให้กลีบกุหลาบมาโปรยระหว่างที่บ่าวสาวเดินผ่านด้วย ผมว่าตรงนี้แหละที่ดูน่ารักดี จริงๆแล้วฉากพวกนี้ในหนังก็เหมือนจะมีให้เห็นอยู่บ่อยๆเหมือนกัน แต่พอได้มาลองเป็นนักแสดงประกอบฉากเองแล้วมันก็สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว รอกันสักพักบ่าวสาวก็จะเดินผ่านช่องทางเดินตรงกลางโบสถ์ที่โอบล้อมไปด้วยฝูงเพื่อนพ้องญาติมิตรที่มาร่วมอวยพรสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ในครั้งนี้นั่นเอง สำหรับผมแล้ว นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆ สวัสดี

Continue Reading...