| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
หลังจากที่ผมซื้อกระบองเพชร ( cactus ) มาสักระยะหนึ่งแล้ว ก็เริ่มซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเท่าที่พื้นที่ปลูกจะอำนวย เวลาว่างๆมักจะไปหาซื้อกระบองเพชรที่จตุจักรอยู่เป็นประจำ ซึ่งบางครั้งก็ซื้อได้ บางครั้งก็ไม่ได้ซื้อ ทำไมถึงมีบางครั้งก็ซื้อได้ นั่นหมายถึงผมเจอที่ถูกใจและมันมีราคาไม่แพงนัก ก็เลยพอจะซื้อได้ ส่วนบางครั้งซื้อไม่ได้ก็คือของที่ถูกใจไม่มีแต่มีเงินเต็มกระเป๋า ไอ้การที่ซื้อไม่ได้เพราะมันแพงไปนี่ไม่ใช่ปัญหาของผมเลย เพราะผมไม่นิยมของแพงหรือของฮิตติดเทรนอะไรประมาณนั้น ส่วนการที่ซื้อได้ ผมก็ไม่ได้เหมาทุกอย่่างที่ขวางหน้า ทีนี้มันก็มีเหตุการณ์อยู่วันหนึ่ง ผมไปจตุจักรและหวังว่าจะซื้อต้นกระบองเพชรที่หมายตาไว้ แต่พอไปถึง ( ผมไปสายนิดหน่อย ประมาณ 10 โมง ) กลับเป็นเพียงช่องว่างของสิ่งที่ผมเคยคาดหวังเท่านั้นเอง จึงมาเป็นสาเหตุในตอนนี้นั่นคือ ภารกิจตามล่าหาซื้อกระบองเพชรจตุจักรข้ามคืน ซึ่งจุดประสงค์หรือโจทย์ของผมมีอยู่สองอย่างนั่นคือ 1. พิสูจน์ข้อสงสัยว่าถ้าไปช่วงร้านกระบองเพชรเอาของลง แล้วผมจะสามารถหาต้นแปลกๆได้มากกว่าเดิมหรือไม่ (รอบดึก) เรื่องราวมันมีอยู่ว่าผมมักจะไปเลือกซื้อกระบองเพชร 12 ต้น 100 แต่ก็มักจะเจอต้นที่ซ้ำๆกัน สร้างความน่าเบื่อไม่น้อย ก็เลยคิดว่าถ้าผมได้เลือกเป็นคนแรกๆ จะมีความแตกต่างอะไรบ้างรึเปล่า 2.พิสูจน์ข้อสงสัยว่าถ้าไปช่วงร้านกระบองเพชรเอาของลง แล้วผมจะสามารถซื้อต้นที่ผมอยากได้หมายตาไว้ทั้งหมดหรือไม่ ( รอบเช้า ) เรื่องราวมันมีอยู่ว่า เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปจตุจักรช้ากว่าปกติ และของที่หมายตาไว้ดันหายไปแล้ว ผมเลยไปแบบเก้่อๆ จึงอยากรู้ว่าถ้าไปรอตั้งแต่เช้าแล้วผมจะเป็นคนแรกที่ได้มีโอกาสซื้อกระบองเพชรเหล่านั้นทั้งหมดได้รึเปล่า เมื่อตั้งโจทย์แล้วผมก็เริ่มต้นเตรียมตัวกันตั้งแต่ตอนบ่ายๆเลยครับ คือนอนเก็บแรงไว้นิดหน่อย เดี๋ยวตอนเย็นต้องไปเรียนก่อนครับ [...]
เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสไปที่ตลาดรถไฟครับ ก่อนหน้านั้นผมเองก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร มันอยู่ที่ไหนไอ้ตลาดรถไฟอะไรเนี่ย ขายอะไรก็ยังไม่รู้เลย แต่ด้วยความที่เพื่อนชวนไปตลาดรถไฟและได้ข้อมูลคร่าวๆมาว่ามันขายพวกของเก่าของโบราณ ของสะสมเก่าๆอะไรประมาณนั้น และสถานที่ก็ไม่ไกลจากตำแหน่งที่ผมอยู่ตอนนั้นมากครับ ตอนนั้นผมอยู่ที่ ม.เกษตร ตลาดรถไฟอยู่แถวๆหมอชิตสอง ถ้านึกไม่ออกก็แถวๆ อตก นั่นแหละครับ ตรงที่รถเมย์ชอบเลี้ยวเข้าไปกลับรถกัน ไปกันทางนั้นได้เลย เริ่มต้นเดินทางไปตลาดรถไฟ ผมตั้งต้นจาก ม.เกษตรวิ่งมาทางวิภาวดีและตรงเข้าพหลโยธิน แล้วขึ้นสะพานเลี้ยวข้ามไปทาง อตก หรือด้านหลังของสวนจตุจักร แต่ผมจะไม่เข้าไปทางสวนจตุจักรเพราะมันไม่ใช่ตลาดรถไฟ แต่ถ้าหลงเข้าไปมันก็พออ้อมๆกันได้นิดหน่อยครับ ทางที่ผมไปคือลงสะพานแล้วก็ตามรถเมล์ไป พอไปถึงยูเทอนที่ด้านซ้ายมีทางขึ้นทางด่วนผมก็ไม่ขึ้นครับ เพราะจะเลี้ยวขวาเข้าไปทางที่รถเมล์กลับรถ แต่ผมจะไม่กลับรถครับ ผมจะตรงไป และนั่นแหละคือตลาดรถไฟ ใครอ่านแล้วสับสนและงงงวงก็แนะนำให้ค้นหาในกูเกิลเพิ่มเติมนะครับ เมื่อถึงตลาดรถไฟ หลังจากตอนที่ผมถึงตลาดรถไฟแล้ว จะเล่าด้วยตัวหนังสืออย่างเดียวมันก็คงจะแห้งไปหน่อย เหมือนกินก๋วยเตี๋ยว ที่แม่ค้าลืมลวกเส้นยังไงอย่างนั้น ดังนั้นหลังจากตอนนี้ก็เขาเปลี่ยนเป็นเล่าเรื่องประกอบภาพแล้วกันนะครับ เมื่อมาถึงตลาดรถไฟก็จะเห็นและรู้สึกถึงบรรยากาศโบราณได้ทันทีครับ เพราะที่นี่ห้อมล้อมด้วยอาคารเก่าและขบวนรถไฟเก่าๆมากมาย เป็นบรรยากาศเก่าๆ ท่ามกลางแสงไฟของเมืองหลวง ของที่มีขายก็เป็นพวกของสะสมและของเก่าก็เยอะครับ บางชิ้นก็ยังเห็นมีขายอยู่ในปัจจุบันแต่ว่าความแปลกนั้นเข้ากันได้ดีกับของเก่า บางครั้งเราจึงเห็นสินค้าหลายยุคมารวมกัน แต่ที่แน่ๆ พอมองไปแล้วนึกถึงบรรยากาศโบราณ เก่าๆ จริงๆ อย่างในรูปนี้ที่เห็นชัดเลยจะเป็นกล่องลูกอมที่สมัยก่อนจะมีเกือบทุกร้านโชว์ห่วย ผมเคยมีประสบการณ์แบบว่าต้องเปิดฝาเอาลูกอม 3 เม็ด 1 บาท มาแล้วนับว่าหยิบมากี่เม็ดแล้วเอาไปจ่ายเงินครับ ตอนนี้ไม่มีเรื่องแบบนั้นในเมืองแล้ว [...]
22 ตุลาคม 2553 Thailand Copyright forum for developing creative industry “The Creative Economy with Copyright” ณ โรงแรมสยาม เคมพินสกี้ – กรุงเทพฯ นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้สำหรับผม และงานสัมมนาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ แต่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็ยังได้ความรู้ใหม่ๆมาทุกครั้งอยู่ดี ผมเองที่ทำงานอยู่ในด้านของการออกแบบ ลิขสิทธิ์ดูจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เพราะการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆขึ้นมาแ้ล้ว ถ้าเราไม่ปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองให้ดี ก็มีคนอีกมากมายคอยที่จะจ้องใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราคิดเสมอ ดังนั้นเรื่องลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่ควรรู้ไว้เป็นมาตราฐานของสังคมออกแบบในบ้านเรา ผมไปสัมมนามาก็คล้ายครั้งหลายทีแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะเอามาเขียนลงบล๊อก เพราะว่าสิ่งที่ผมได้รับนั้นก็จะเขียนในกระดาษหรือสมุดของตัวเองอยู่แล้วทุกครั้ง แต่ครั้งนี้และต่อแต่นี้ต่อไปผมตัดสินใจว่าผมจะกลับมาเขียนบล๊อกอีกครั้ง เพื่อเป็นการสรุปในสิ่งที่ตัวเองได้รับมาในวันนั้นให้ดีอีกที และอยากมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ต่างๆให้กับสังคมด้วย จากการที่ผมสังเกตุงานสัมมนาหลายๆแห่งดูจะไม่ได้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง กลุ่มคนที่ฟังแล้วจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง อาจเพราะว่ามีการประชาสัมพันธ์ที่น้อยเกินไป หรือความไม่ขวนขวายของผู้ออกแบบและผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ก็มีผู้ประกอบการหรือผู้ออกแบบในประเทศไทยน้อยเกินไป แต่ผลสุดท้ายแ้ล้วก็เหมือนเราได้เสียโอกาสที่จะรับรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย… มาเข้าเรื่องกันเลยเกี่ยวกับเนื้อหาส่วนใหญ่ที่ผมได้มาในวันนี้ งานสัมมนาครั้งนี้จะพูดถึงลิขสิทธิ์ ธุรกิจสร้างสรรค์ ที่เข้ามามีบทบาืทในเศรษฐกิจ ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดรวมกับหน่วยงานของประเทศเกาหลี ซึ่งในส่วนแรกจะเป็นการพูดถึงตัวอย่างที่เกาหลีได้ประสบความสำเร็จจากการขายสิทธิ์ในการเผยแำพร่สื่อต่างๆ เช่นละคร และกระแส k-pop ไปยังประเทศต่างๆ ปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์ การป้องกัน และการจัดการเมื่อมีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้น เกาหลีเป็นประเทศที่มีการส่งออกธุรกิจสร้างสรรค์หรือ [...]
หลังจากที่แม่ของผมได้ไปเรียนรู้การปลูกข้าวกับทีวีบูรพา ซึ่งผมไม่ได้ไปเพราะติดธุระ มาวันนี้หลังจากกลับมาประมาณ 1 เดือน ทางทีวีบูรพาได้มีการจัดเลี้ยง สังสรรค์ กิจกรรม ต่อยอดหลังจากที่ได้ไปเรียนรู้กันมา สำหรับบทความนี้ผมได้เขียนเมื่อผ่านมาหลายวันแล้ว ซึ่งวันที่จัดงาน เป็นวันที่ 16 ตุลาคมครับ ผมเองได้ไปเป็นตัวแถมกับแม่ของผมด้วยอีกคน ซึ่งผมเองก็สนใจงานนี้อยู่แล้ว เพราะไม่มีความรู้เรื่องข้าวเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ทางทีวีบูรพาได้จัดให้มี เครือข่ายฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนา ซึ่งสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก facebook ได้ครับ เพราะถ้าถามผมว่าเครือข่ายฅนกินข้าวเกื้อกูลชาวนานั้นคืออะไรผมก็คงจะตอบได้ไม่ชัดเจนเท่าทีมงานอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นลองตามไปหาข้อมูลกันดูนะครับ สำหรับงานเลี้ยงของวันนี้ก็มีการจัดสัมมนาเล็กๆที่ให้ความรู้เกี่ยวกับข้าวโดย อาจารย์เดชา ซึ่งมาให้ความรู้ที่ผมไม่เคยได้รู้เลย หลังจากกลับมา มีคำถามขึ้นมาในหัวผมมากมายเกี่ยวกับข้าว… ข้าวที่เรากินมาจากไหน เขาเอาอะไรมาให้ผมกิน ความรู้ที่ได้จากการสัมมนาเล็กๆทำให้ผมเริ่มสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในชีวิตประจำวัน นั่นคือการกิน ซึ่งนอกจากข้าวแล้ว สิ่งที่ผมได้รับรู้มาในวันนั้นทำให้ผมยิ่งมีความกังวลสงสัยกับทุกสิ่งที่เข้ามาในร่างกายผมผ่านการกินในชีวิตประจำวัน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้าว หรือสิ่งที่กินในแต่ละวันนั้นมีอะไรปนเปื้อนอยู่ ทุกวันนี้ข้อมูลข่าวสารเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่เชื่อไม่ได้ ผมไม่ค่อยเชื่อการบอกต่อหรือพูดถึงง่าย ถ้าไม่ได้เข้าไปสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะคำบอกเล่าบอกกล่าวเหล่านั้นอาจจะเป็นแค่คำลวงที่ทำให้หลงเชื่อไปเท่านั้น ปัญหาก็คือทุกวันนี้เรากำลังกินอะไร? ข้าวอะไร? มาจากไหน? มีคุณค่าอย่างไร ในขณะที่เรากินเพื่้อให้อิ่มเราจำเป็นต้องสนใจด้วยว่าทุกวันนี้เรากินอะไรลงไป ซึ่งเราสามารถเลือกที่จะรู้จะสนใจได้ถ้าเราสนใจกับสุขภาพมากเพียงพอ แต่การกินในทุกๆวันนี้กลับเป็นการกินเพื่อความอร่อย น่ากิน ซึ่งทิศทางของการกินเืพื่อสุขภาพกับการกินเพื่อสนองความอยากนั้นดูเหมือนจะเดินแยกกันไปคนละทางอย่างชัดเจน ยังไงก็ตาม ผมเองก็กำลังค้นหาคำตอบเหล่านี้เหมือนกัน ทุกวันนี้ร่างกายของผมเต็มไปด้วยผลจากการกินอย่างไม่ค่อยเลือก กินเพราะอยากกิน ทำให้มันดูแย่กว่าที่คาดหวังไว้เยอะ [...]
เรื่องในตอนนี้เกิดมาจากความอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะ เพราะว่าปกติเวลาที่ไปกินร้านเสต๊กหรือเนื้อย่างนั้นมันจะไม่ค่อยได้อย่างใจสักเท่าไร ก็เลยมาลองเองเสียเลย เริ่มต้นด้วยการไปซื้อเตา+กะทะดินเผา แบบที่เอาไว้ย่างหมูกะทะนั่นแหละครับ จริงๆแล้วก็ซื้อปนๆมากับกระถางดินเผาอื่นๆนั่นละ ซึ่งเตาดินเผาที่ซื้อมาก็เป็นเตาขนาดเล็ก แต่ก็ได้แถมที่ย่างหมูกะทะมาด้วย หลังจากมีเตาแล้วผมก็เริ่มไปจัดแจงหาอุปกรณ์และวัตถุดิบในการย่างมาเพิ่มเรื่อยๆ จนวันหนึ่งถึงจุดที่เรียกว่า ว่างไม่มีอะไรทำ ก็เลยเอาเตามาจุดไฟ เพื่อที่จะเตรียมประกอบอาหารนี่แหละครับ สิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับผมคือการก่อไฟ เพราะแทบจะไม่เคยก่อไฟติดเลยในชีวิต จำได้ว่าครั้งหนึ่งเพื่อนมาทำปิ้งย่างกินที่บ้านสุดท้ายจุดไฟไม่ติดเลยต้องใช้เตาไฟฟ้าเหมือนเดิม จริงๆเตาไฟฟ้ามันก็ดีครับ แต่มันไม่คลาสสิคและร้อนไม่ทันใจอยากกิน พอมาถึงจุดเตาถ่านนี่ถือว่ายากของยากสำหรับผมเลย ขนาดที่ว่าอุตส่าซื้อขี้ใต้มาแล้วก็ยังจุดไม่ติดถึงกับท้อถอยไปครึ่งวันทีเดียว ผ่านไปราวๆ 4 ชั่วโมง นั่งคิดและไปทำอย่างอื่นจนหิว เลยต้องมานั่งแก้ปัญหาแต่ละอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้จุดไฟไม่ติด นั่นคือถ่านชื้น โชคดีที่วันนั้นแดดแรงมาก ก็เลยเอาถ่านไปตากแดดเลยครับ ให้มันแห้งๆสนิท แล้วค่อยมาก่อไฟ หลังจากเอากิ่งไม้เล็กๆมาช่วยเสริมเติมแต่งในการก่อไฟแล้วไม่นานนักก็เริ่มเห็นอนาคตอันสดใส ถ่านเริ่มติดมีสีแดงระอุอยู่ความร้อนเริ่มได้ที่ ผมขยันพัด พัด พัดและพัดจนเมื่อย มองไปรอบกายเห็นที่สูบลมจักรยานที่ไม่ได้ใช้ ก็เลยเอามาเป่าเตาไฟแทนครับ ได้ผลเกินคาดถ่านแดง ไฟลุกใหม่ทุกอย่างดูดีขึ้นมากทีเดียวตั้งแต่เปลี่ยนอุปกรณ์ ที่สูบลมที่ซื้อมาไม่เคยได้ใช้ บัดนี้ทำให้ผมสมหวังและลบปมด้อยในความผิดหวังที่เคยเกิดขึ้นจากการจุดเตาถ่านไม่ติดแล้วครับ ของที่เอามาปิ้งไม่มีอะไรนอกจาก ไก่กับหมู ไก่เป็นส่วนอกที่ติดกับขา ซื้อมาสองชิ้นครับ ส่วนหมูนี่ผมซื้อคอหมูมาครับ เอามาย่างก็เป็นคอหมูย่าง แต่พอลองย่างๆไปเหมือนมีสีดำๆมาเกาะที่ไก่ผมครับ ( ผมเริ่มย่างไก่ก่อน ) ดูๆไปแล้วอาจจะเป็นน้ำมันดิน หรือ Tar [...]