QUICK LINK : Homepage | Dinh Art Portfolio | MG : MonkiezGrove | Cafe | Wedding Animation | + blog.monkiezgrove.com
 

ปิ้งย่าง

เรื่องในตอนนี้เกิดมาจากความอยากรู้อยากเห็นโดยเฉพาะ เพราะว่าปกติเวลาที่ไปกินร้านเสต๊กหรือเนื้อย่างนั้นมันจะไม่ค่อยได้อย่างใจสักเท่าไร ก็เลยมาลองเองเสียเลย
เริ่มต้นด้วยการไปซื้อเตา+กะทะดินเผา แบบที่เอาไว้ย่างหมูกะทะนั่นแหละครับ จริงๆแล้วก็ซื้อปนๆมากับกระถางดินเผาอื่นๆนั่นละ ซึ่งเตาดินเผาที่ซื้อมาก็เป็นเตาขนาดเล็ก แต่ก็ได้แถมที่ย่างหมูกะทะมาด้วย
หลังจากมีเตาแล้วผมก็เริ่มไปจัดแจงหาอุปกรณ์และวัตถุดิบในการย่างมาเพิ่มเรื่อยๆ จนวันหนึ่งถึงจุดที่เรียกว่า ว่างไม่มีอะไรทำ ก็เลยเอาเตามาจุดไฟ เพื่อที่จะเตรียมประกอบอาหารนี่แหละครับ

สิ่งที่ยากและท้าทายสำหรับผมคือการก่อไฟ เพราะแทบจะไม่เคยก่อไฟติดเลยในชีวิต จำได้ว่าครั้งหนึ่งเพื่อนมาทำปิ้งย่างกินที่บ้านสุดท้ายจุดไฟไม่ติดเลยต้องใช้เตาไฟฟ้าเหมือนเดิม จริงๆเตาไฟฟ้ามันก็ดีครับ แต่มันไม่คลาสสิคและร้อนไม่ทันใจอยากกิน พอมาถึงจุดเตาถ่านนี่ถือว่ายากของยากสำหรับผมเลย ขนาดที่ว่าอุตส่าซื้อขี้ใต้มาแล้วก็ยังจุดไม่ติดถึงกับท้อถอยไปครึ่งวันทีเดียว
ผ่านไปราวๆ 4 ชั่วโมง นั่งคิดและไปทำอย่างอื่นจนหิว เลยต้องมานั่งแก้ปัญหาแต่ละอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้จุดไฟไม่ติด นั่นคือถ่านชื้น โชคดีที่วันนั้นแดดแรงมาก ก็เลยเอาถ่านไปตากแดดเลยครับ ให้มันแห้งๆสนิท แล้วค่อยมาก่อไฟ
หลังจากเอากิ่งไม้เล็กๆมาช่วยเสริมเติมแต่งในการก่อไฟแล้วไม่นานนักก็เริ่มเห็นอนาคตอันสดใส ถ่านเริ่มติดมีสีแดงระอุอยู่ความร้อนเริ่มได้ที่ ผมขยันพัด พัด พัดและพัดจนเมื่อย มองไปรอบกายเห็นที่สูบลมจักรยานที่ไม่ได้ใช้ ก็เลยเอามาเป่าเตาไฟแทนครับ
ได้ผลเกินคาดถ่านแดง ไฟลุกใหม่ทุกอย่างดูดีขึ้นมากทีเดียวตั้งแต่เปลี่ยนอุปกรณ์ ที่สูบลมที่ซื้อมาไม่เคยได้ใช้ บัดนี้ทำให้ผมสมหวังและลบปมด้อยในความผิดหวังที่เคยเกิดขึ้นจากการจุดเตาถ่านไม่ติดแล้วครับ

ของที่เอามาปิ้งไม่มีอะไรนอกจาก ไก่กับหมู ไก่เป็นส่วนอกที่ติดกับขา  ซื้อมาสองชิ้นครับ ส่วนหมูนี่ผมซื้อคอหมูมาครับ เอามาย่างก็เป็นคอหมูย่าง แต่พอลองย่างๆไปเหมือนมีสีดำๆมาเกาะที่ไก่ผมครับ ( ผมเริ่มย่างไก่ก่อน ) ดูๆไปแล้วอาจจะเป็นน้ำมันดิน หรือ Tar เพราะมีถ่านที่หยิบมาจากใต้ต้นไม้มันติดดินๆอยู่น่ะครับ ก็เลยเอามาล้างออกแล้วห่อฟลอยย่างเอาจะดีกว่า
สรุปผลออกมาก็สวยงามดีครับ ติดอย่างเดียวคือหนังไก่มันติดไปกับฟลอยก็เลยไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ ส่วนรสชาดก็พอกินได้ถือว่าไม่แย่ หมักไว้กับผงปรุงรสทั่วๆไปที่ซื้อได้ตามห้าง จริงๆอยากหมักให้มันเหมือนไก่เหลืองหรือไม่ก็พวกไก่ตามร้านส้มตำ คอหมูย่างก็ย่างกันแบบไม่ได้เติมแต่งอะไรมากมาย [...]

Continue Reading...

จตุจักร ตลาดต้นไม้ วันพุธ

หลังจากผ่านมาหลายครั้งกับการไปจตุจักร ตลาดต้นไม้ทั้งไปตั้งแต่กลางคืน ไปตอนตลาดวาย ซึ่งในแต่ละเวลาก็จะมีความสะดวกสบายต่างกันไป คงจะเปรียบเทียบให้อ่านกันในตอนหลัง
ในวันนี้ตื่นเช้า และเช้าที่สุดในรอบเดือนนี้เพราะมันตื่นเช้าถึง 6 โมง สำหรับคนทั่วๆไปแล้วเวลานี้คงเป็นเวลาที่ปกติ ที่ต้องอาบน้ำแต่งตัวออกไปทำงาน แต่สำหรับผม มันเป็นเวลาพิเศษเพราะนี่คือวันพิเศษ
วันนี้เป็นเช้าวันพุธที่ผมตั้งใจว่าจะไปจตุจักร ไปหาซื้อต้นไม้ ไปดูสิ่งที่แตกต่างจากคืนวันอังคาร หรือแปลกไปจากเย็นวันพฤหัส ผมขับรถออกจากบ้านในเวลา 6 โมงครึ่ง ซึ่งตอนนั้นก็มีแสงอาทิตย์สว่างมากพอสมควร
แม้ว่าฟ้าจะยังมืดครึ้มไปด้วยเมฆอยู่บ้าง เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก แต่ก็ทำให้เช้าวันนี้ดูสดใสไม่น้อย ผมเดินทางไปยังตลาดนัดจตุจักรและวนหาที่จอดรถแถวๆนั้นซึ่งได้ที่จอดข้างทางเป็นที่ระหว่างรถกะบะสองคัน มองไปด้านข้างเห็นป้าย…ห้ามจอดวันคู่ แต่วันนี้วันคี่ เลยสบายไป เมื่อลงมาดูก็พบว่าสามารถเอาเข้าไปจอดในสวนสาธารณะจตุจักรได้เหมือนกัน แต่คงจะต้องมาเช้ากว่านี้เพราะมีรถคนมาวิ่งออกกำลังกายกันเยอะพอดู

เมื่อเดินเข้าไปในตลาดนัดต้นไม้จตุจักรก็ได้พบต้น… อะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ รู้แต่ว่าช่วงนี้เจอไอ้ผลของต้นนี้บ่อยมากๆ ต้นของมันไม่น่าสนใจเลย แต่ผลของมันกลับเด่นเป็นสง่า ผมพบว่าเดินๆไปก็จะมีร้านเอาแต่ผลของมันมาขายด้วย ซึ่งน่าจะเอาไปเป็นของประกอบถ่ายรูปได้อย่างดี ( มักจะเห็นคนถ่ายรูปกับไอ้ลูกนี้นี่แหละ )
เพราะว่าเป็นตอนเช้าเลยร่มรื่นและเต็มไปด้วยความชื้นหลังฝนตก ทำให้เดินได้อย่างสบาย เพราะไม่ต้องห่วงเรื่องร้อน จะมีน่าห่วงก็แค่พวกแอ่งน้ำเล็กๆตามพื้นนี่แหละ อาจจะทำให้ลื่นหรือขากางเกงเปียกได้ ตอนนี้ 7 โมงกว่าๆมีคนเดินเยอะพอสมควร มีคนมากหน้าหลายตามาซื้อต้นไม้กัน แต่เวลานี้ไม่ค่อยจะเห็นวัยรุ่นสักเท่าไร ผิดกับคืนวันอังคาร ขนาดว่าเที่ยงคืนแล้วยังเห็นวัยรุ่นหนุ่มสาวคราวมหาวิทยาลัยมาเดินดูเดินเลือกซื้อต้นไม้กันอยู่เลย…
หนึ่งในเป้าหมายของผมในวันนี้ครับ ผมจะมาซื้อไม้อวบน้ำ ซึ่งจะขายในร้าน Cactus หรือกระบองเพชรนั่นเอง ไม้อวบน้ำกับกระบองเพชรดูจะเป็นต้นไม้คู่กันครับ เพราะถ้าดูในหนังสือก็จะอยู่ในเล่มเดียวกันบ้าง ผมมีหนังสือ Cactus [...]

Continue Reading...

จตุจักร ตลาดต้นไม้ วันพฤหัส

อย่างที่รู้ๆกันว่า จตุจักรที่ขายต้นไม้ในวันธรรมดานั้น ขายตั้งแต่วันอังคารตอนกลางคืน จนถึงวันพฤหัส แต่จะมีใครรู้หรือไม่ว่า ผมไม่รู้ว่ามันปิดกี่โมงของวันพฤหัสบดี…
หลังจากที่สองวันก่อนไปจตุจักรวันอังคารกลางคืน แต่ได้กลับมาแค่พืชที่หน้าตาดูไปก็คล้ายๆว่านหางจรเข้มาต้นหนึ่ง แล้วก็เจอกับฝนตก ถ้าอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรก็กลับไปอ่านได้ที่ตอน “ จตุจักรกลางคืน กับเที่ยงคืนที่ฝนตก ”
วันนี้ผมยังเกิดอารมณ์ค้างคา เหมือนกับทำอะไรแล้วก็ทำไม่สุด หลายๆอย่างที่ทำไม่ได้ก็ต้องทำใจปล่อยให้มันผ่านไป แต่วันนี้มีโอกาสดีเพราะผมจะต้องไปจ่ายค่าโทรศัพท์และแจ้งปัญหาเกี่ยวกับอินเตอร์เนทที่บ้านผม
หลังจากทำธุระเสร็จแล้วก็มุ่งตรงไปทันที ไปที่ ที่หนึ่งซึ่งไม่ใช่จตุจักร นั่นคืออาคารจอดแล้วจรสถานนีรถไฟฟ้าใต้ดิน ลาดพร้าว นั่นก็เพราะผมคิดว่าขับไปที่จตุจักรอาจจะไม่สะดวกเรื่องที่จอดเท่าไรนัก เพราะต้องไปจอดไกลและเสียค่ามอเตอร์ไซราคาขูดรีดพอสมควร

ฟ้าที่มืดครึ้มที่มองจากอาคารจอดแล้วจรชั้นที่ 7 วนขึ้นไปตั้งแต่ชั้น 1 ยอมวนเพื่อให้ได้วิวสวยๆนะเนี่ย
ก็เลยไปขับรถไปฝากไว้ที่อาคารเพราะยังไงก็นั่งรถใต้ดินไปถึงได้เลยที่สถานนีกำแพงเพชร ซึ่งเดินขึ้นมาก็ถึงตลาดนัดต้นไม้จตุจักรเลย สิ่งที่กังวลเล็กน้อยเมื่อนั่งรถไฟฟ้าอยู่นั้นก็คือตลาดมันจะวายรึเปล่า จะยังมีของขายอยู่รึเปล่า ซึ่งในช่วงที่กำลังขึ้นบันไดเลื่อนมาถึงทางออกความรู้สึกนี้ยิ่งลุ้นระทึกชัดเจน เพราะถ้าเขาขนกลับหมดก็คงจะเสียเที่ยว

เมื่อเดินขึ้นจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน กำแพงเพชรก็จะเจอกับจตุจักรตลาดต้นไม้ทันที
เมื่อเดินขึ้นมาก็โล่งใจพอสมควรเพราะร้านที่เคยตั้งก็ยังคงตั้งอยู่ แต่มองไปก็รู้สึกว่ามันโล่ง ไปบ้างเหมือนกัน ดูเหมือนว่าเวลานี้ (3.30 กว่า) ร้านค้าต่างๆจะเริ่มทยอยเก็บของ เพราะเป็นวันพฤหัสซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการขายของ ได้ยินว่าเขาให้ขนของออกก่อน 6 โมงเย็น คือถ้ามา 6 โมงเย็นคืนวันพฤหัสบดี ก็คงจะไม่เจออะไรแล้วก็เป็นได้
ทางเิดินในซอยซึ่งยาวไปตลอดทาง ภาพนี้จะไม่มีทางเห็นหรือจินตนาการถึงได้เลยถ้าไม่เคยมาวันธรรมดา
ผมเดินไปลัดเลาะไปในพื้นที่ ที่คิดว่าน่าจะมีร้านที่ต้องการเพราะดูเหมือนว่าเวลาที่จะเดินเล่นดูนั้นจะเหลือน้อยกว่าที่คิดเพราะร้านค้าทยอยกันปิด สิ่งที่ผมต้องการในวันนี้คือ ถามเรื่องบอนสี ซึ่งเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและการผสม รวมถึงไม้อวบน้ำต้นเล็กๆด้วย

ต้นไม้ และอื่นๆที่ซื้อมาในวันนี้
ร้านแรกที่เจอแล้วถูกใจจนเดินวนไปมาสองรอบนั่นคือบอนดำ คนขายเขาเรียกว่าอย่างนั้น ดูๆไปก็คล้ายๆบอนสี แต่ก็เหมือนๆว่ามันจะมาคนละสายพันธุ์กันเลยทีเดียว [...]

Continue Reading...

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย

ผ่านมาเกือบครึ่งเดือนกับงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ที่จัดที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี ซึ่งจัดเพื่อกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยวภายในประเทศของเรานั่นเอง
ผมเดินทางมาถึงงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ก็เกือบเที่ยง ข้าวก็ไม่ได้กินมา เพราะรีบๆเดินทาง วันนี้ดูเหมือนว่าจะมีกิจกรรมหลายอย่างและเทศกาลเที่ยวเมืองไทยก็เป็นกิจกรรมในช่วงบ่ายวันนี้ของผม

ครั้งนี้ก็มากันสองคนเหมือนเดิม ผมกับคุณผิง เมื่อผมเข้ามาในงานแล้วพบว่า งานนี้น่าจะเป็นเทศกาลเที่ยวกินเมืองไทยมากกว่า เพราะบังเิอิญว่าประตูฝั่งที่เดินเข้าไปเป็นฝั่งที่จัดนิทรรศกาล แสดงอาหารวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละภาคในประเทศไทย เดินไปไหนก็เห็นแต่ของกิน ของใช้ก็มีบ้าง แต่ที่ดึงดูดคนก็มักจะเป็นของกินแปลกๆที่หากินไม่ได้ในกรุงเทพนั่นเอง
ผมเดินดูไปพร้อมความหิวที่ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ความแปลก ความหอม บวกกับความน่าลิ้มลองของอาหารแปลกนั้นทำให้ความหิวที่มีมันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ…

ในระหว่างที่เดินไปมีผู้คนมากมายกำลังเดินดูสิ่งที่ตัวเองต้องการ การจัดร้านที่นี่ดูดีมากๆ เพราะมีการจัดสถานที่ให้เสมือนสถานที่จริงโดยดึงเอาจุดเด่นของแต่ละสถานที่นั้นๆมาแสดงให้ผู้คนได้เห็นและระลึกถึงบรรยากาศที่เคยได้รับครั้งยังสมัยไปเที่ยวสถานที่นั้นๆ เดินๆไปก็เจอขนมสายไหม ซึ่งมีเด็กๆรุมล้อมอยู่เยอะมากๆ ขนมสายไหมนี่ไม่ว่าจะตั้งที่ไหนก็ได้รับความนิยมเพราะด้วยรูปทรงของมันทำให้มันโฆษนาตัวเองไปในตัว เวลาที่เห็นคนถือกินเราก็มักจะสนใจและอยากได้บ้าง
เดินต่อมาก็เจอว่าวมากมาย แต่ตอนนี้ก็คงเป็นแค่ของสะสมไปแล้ว ในกรุงเทพคงจะหาที่เล่นว่าวยากทีเดียว พอมองแล้วคิดกลับไปถึงตอนเด็กๆสมัยยังประถม แถวหน้าบ้านผมมีลานกว้างๆ อยู่ เป็นลานที่เจ้าของที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ทำอะไร ก็เลยกลายเป็นที่เล่นของเด็กๆอย่างผม และสมัยนั้นก็เล่นทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ ว่าวก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ได้เคยเล่นมา ผมยังนึกถึงภาพที่ตัวเองนอนบนกองหินที่เขาเตรียมไว้ก่อสร้าง มือถือเชือกว่าวที่ผูกกับตัวว่าวที่ลอยอยู่สูงกว่า 50 เมตรจากพื้น ผมมองมันลอยเล่นลมไปเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไมเวลานึกถึงแล้วถึงได้รู้สึกดีจริงๆ
เดินต่อมาก็เจอทอดมัน แต่เป็นทอดมันแบบไม่ทอดเดี่ยว เพราะเขาเอามาทอดกับอย่างอื่นด้วยเช่น ไข่นกกระทา ไข่ไก่ ไข่เยี่ยวม้า แต่ไข่จะอยู่ข้างในโดยที่ทอดมันนั้นหุ้่มอยู่ข้างนอก แต่ผมว่าทีเด็ดที่ทำให้ทอดมันน่าสนใจก็คือใบกระเพรากรอบที่ประดับอยู่รอบๆนี่แหละ พอนึกถึงรสสัมผัส ตอนได้กินกระเพรากรอบพร้อมทอดมัน จนถึงตอนที่พิมพ์อยู่นี้ยังน้ำลายหกได้
แต่สุดท้ายไม่ว่าจะสายไหม หรือทอดมันผมก็ไม่ซื้อครับ มาตายเอาตรงขนมถ้วยนี่แหละ… ขนมถ้วยนี่เป็นอะไรที่กินง่ายมากๆ กินแล้วอยากกินอีก [...]

Continue Reading...

Page. 1 to 6123456