| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
ก่อนอื่นก็ต้่องบอกกันเลยว่าสิ่งที่เห็นในตอนนี้ กับเหตุการณ์น้ำท่วมนั้นมีหลายความรู้สึกมากมายเหลือเกิน ซึ่งจะบอกว่ามันแย่มากก็คงจะใช่ แต่ชีวิตไม่ได้มีไว้ให้ล้ม ดังนั้นเราจึงต้องสู้กันต่อไป ขอเอาใจช่วยพี่น้องชาวไทยทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ให้เอาตัวรอดปลอดภัยไปได้ สำหรับทรัพสินนั้นก็ขอให้เสียน้อยที่สุดเท่าที่จะเสียได้ โดยมุ่งรักษาชีวิตและความมั่นคงในอนาคตเป็นสำคัญ ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายภาคส่วน หลายจังหวัดในประเทศไทยตอนนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงและจำเป็นต้องหาทางแก้ไขกันอย่างรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นในจุดใดจุดหนึ่งหรือทีละจุด แต่มันเกิดพร้อมๆกัน ดังนั้นการคาดหวังความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐนั้นควรจะคิดเป็นอย่างหลัง ซึ่งในสถานะการณ์ที่จำเป็นต้องแก้ปัญหา เราจำเป็นต้องมุ่งไปที่ตัวปัญหา นั่นคือน้ำท่วม น้ำท่วมแล้วจะแก้อย่างไร เช่นบ้านจมไปหมดแล้ว ณ จุดนี้ขอให้ทำใจให้สบาย นึกว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี ดีกว่าที่จะคิดว่าจะเสียอะไรให้นึกว่าต่อไปแล้วเราเหลืออะไร แล้วจะได้อะไรได้บ้าง เพราะน้ำท่วมฝนแล้งนี่ต่อให้เป็นเทวดาผู้วิเศษมาจากไหน เป็นใครก็คงจะช่วยแก้ทันทีไม่ได้ ดังนั้นควรจะคิดต่อไปว่า หลังจากน้ำลดจะวางแผนอย่างไรดี เพราะน้ำท่วมครั้งนี้เป็นสัญญาณให้คนไทยเรารู้สึกตัวเสียทีว่าเรากำลังจะเผชิญกับอะไร เราควรป้องกันอย่างไร ป้องกันน้ำท่วม ผมเคยได้ยินว่าชาวไทยนั้นมี รูปแบบการป้องกันน้ำท่วมที่ดีอยู่แล้ว นั่นคือบ้านที่มีใต้ถุน แน่นอนว่าบ้านในสมัยนี้นั้นแทบจะไม่หลงเหลือเค้าโครงไทยอยู่แม้แต่น้อย เราใช้แบบบ้านสมัยใหม่ ซึ่งถ้าน้ำมันท่วม ก็โดนแน่นอนอย่างบ้านผมเองก็คงจะไม่รอดเหมือนกัน ปัญหาน้ำท่วมนั้นสร้างความเสียหายได้มากมายนัก ซึ่งขอบเขตความเสียหายนั้นก็จะใหญ่ และเกินจะควบคุมได้ เพราะปริมาณน้ำนั้นไม่ได้มาจากน้ำมือมนุษย์แต่มาจากธรรมชาติ สำหรับการเกษตร ผมเคยได้ยินว่ามีข้าวที่ต้นยืดยาวได้ตามระดับน้ำ นั่นหมายถึงว่า มันจะเจอน้ำท่วมแค่ไหนมันก็จะรอดได้ แน่นอนว่าข้าวพันธุ์นี้ไม่ได้ถูกปลูกเท่าไรนักเพราะผมได้ยินว่ามันเป็นข้าวนาปี ปลูกได้ปีละครั้ง แต่จากประสบการณ์และความรู้ในการพัฒนาพันธุ์ทำให้ผมรู้ว่า มันสามารถเอามาผสมกับข้าวที่มีลักษณะเด่นอื่นๆให้มันดีขึ้นได้ ซึ่งเหมาะกับยุคแห่งหายนะนี้แน่นอน ส่วนการใช้กระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมนั้นเป็นวิธีที่ดี แต่ผมเองก็ยังคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แน่นอนว่ามันต้องใช้ แต่ถ้าหากเราไม่คิดนวัตกรรมเพื่อป้องกันน้ำท่วมใหม่ [...]
หลังจากที่ลองแยกเนื้อหาต่างๆออกไปเป็นบล็อกหลักของตัวเองแล้ว เช่น บล็อกกระบองเพชร หรือบล็อกบอนสี ทีนี้ก็มาถึงคิวเรื่องที่หลายๆคนคงจะสนใจไม่น้อย นั่นก็คือเรื่อง… กิน แน่นอนว่าในชีวิตประจำวัน กิจกรรมที่ต้องทำทุกวันคือต้องกิน จะกินน้อยกินมาก กินถูกกินแพงยังไงคนเราก็ต้องกินเพื่อเอาพลังงานมาดำรงชีวิต ผมก็คิดอยู่นานว่าจะทำบล็อกให้เสร็จเลยดีรึเปล่า แต่ถ้าไม่ทำ เรื่องกินที่อยากจะพิมพ์เป็นบทความก็คงจะล้นทะลักเหมือนบล็อกกระบองเพชรที่มีเรื่องราวมากมายเขียนไม่หมดสักที สุดท้ายก็เลยทำบล็อกเกี่ยวกับอาหารการกินขึ้นมาหนึ่งบล็อก นั่นก็คือ Food & Drink ซึ่งก็อยู่ในเว็บไซต์ Dinp (www.dinp.org) ของผมเอง อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าตอนนี้เว็บไซต์ Dinp ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก (“ Dinp Major Change อัพเดทยกเครื่องใหม่! “) เพื่อรองรับเนื้อหาอันมากมายที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งเรื่องกินเรื่องดื่มนี่แหละผมว่าน่าจะเขียนสนุกพิมพ์สนั่น เมื่อเราพิมพ์บทความเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เหมือนเรานำมากินอีกรอบเลยทีเดียว ความรู้สึกเมื่อครั้งได้กินดื่มเหล่านั้นย้อนมา นอกจากจะได้เล่าเรื่องและยังจะได้ย้ำรำลึกอีก ตามไปอ่านกันได้ที่ Food & Drink : DINPersonal
เมื่อวานนี้เป็นวันที่ว่างๆวันหนึ่งหลังจากสอบครับ จริงๆก็ไม่ได้ว่างมากหรอกเพราะต้องสอบวิชาต่อไปในอนาคตอันใกล้ แต่พอมามองสิ่งที่ควรจะทำและทำมาตั้งนานแล้ว มันรออยู่ ก็เลยต้องรีบทำตอนที่เวลายังเหมาะครับ วันนี้เป็นวันที่ฝนตกอีกด้วย แผนที่คิดจะลงไปดูแลต้นไม้ ทำสวน เปลี่ยนกระถางอะไรนั่นก็คงจะต้องพักไว้ทั้งหมด เหลือแต่งานหน้าจอเท่านั้น เท่าที่จะทำได้ กับอ่านหนังสือเตรียมสอบอีกวิชา ซึ่งข้อหลังนี่ผมขอพักไว้ก่อนแล้วกันนะ เพราะเพิ่งสอบมา เดี๋ยวจะติดกันเกินไป DINPerspective Dinp Major Change เปลี่ยนใหม่คราวนี้เปลี่ยนทั้งรูปแบบการออกแบบ และแนวคิดของเว็บไซต์ครับ เพราะแต่ก่อนนี้ผมจะใช้ Dinp เป็นแค่ที่สำหรับกระจายผลงานเท่านั้น แต่หลังๆมานี่เรื่องชักจะล้นทะัลักก็เลยต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดของ Dinp.org แห่งนี้ใหม่ ให้รองรับเรื่องราวที่มีหลากหลายมิติ และแทบจะไม่ได้เกี่ยวกันให้มารวมกันนั่นเอง ชื่อของเว็บไซต์นั้นถูก เปลี่ยนใหม่เป็น DINPerspective ซึ่งเหมือนเอาคือว่า Dinp + Perspective ผมชอบคำว่า Perspective อยู่แล้วเพราะคุ้นเคยกับมันมาตั้งแต่สมัยมัธยมที่ฝึกฟื้นฐานสถาปัตอยู่นั่นเอง โลโก้ถูกเปลี่ยนรูปแบบไป และดัน Dinp Portfolio ให้กลายเป็น Sub Content แทนครับ โดยเนื้อหาใหม่ของ DINPerspective จะถูกแบ่งเป็น 5 หมวดหมู่หลักๆ และอาจจะมีเพิ่มขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ ซึ่งในปัจจุบัน Dinh [...]
หลายคนที่เคยดูหรืออ่านผ่านตา ผ่านไปผ่านมาหลายครั้ง คงเคยสงสัยว่าทำไมถึงตั้งชื่อ MonkiezGrove วันนี้จะมาเล่าที่มาที่ไปให้อ่านกันครับ แรกเริ่มเดิมที… เดิมทีตอนแรกเริ่มนั้นคิดชื่อไว้โดยมีตีมเล็กๆน้อยๆ คือ สัตว์ป่า และธรรมชาติ เพราะงานการ์ตูนส่วนใหญ่ของผมจะออกไปทางแนวนั้น และตอนนั้นตัวละครเด่นๆของผมเลยก็คือ ไข่ลิง ( ตัวละครลิง สีน้ำตาล ) และไข่ลิงก็ถือเป็นแรงบัลดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผมได้เริ่มวาดการ์ตูนกันเลยทีเดียว เริ่มแรกในตอนนี้จะต้องตั้งชื่อกลุ่ม ก้อน องค์กรขึ้นมาแล้วนั้น มันก็ต้องมีสักชื่อ ผมเองคิดอยู่นานมากๆ คิดแล้วคิดอีก กรองแล้วกรองอีก จนได้คำมาสองคำ นั่นคือ Monkey(ลิง) กับ Forest (ป่า) ซึ่งทั้งสองคำนั้น…ผมคิดว่า Monkey(ลิง) คือตัวแทนของตัวละครที่สนุกสนาน “ลิงมันไม่อยู่นิ่ง มันชอบวิ่งกระโดดไปมา” คือท่อนหนึ่งของเพลงสมัยเด็กๆที่คุ้นเคย มันบ่งบอกว่านอกจากลิงจะเป็นสัตว์ที่ดูสนุกสนานกับกิจกรรมของมันแล้ว มันยังไม่หยุดนิ่ง เคลื่อนไหวตลอดเวลาอีกด้วย ผมจึงจับเอาจุดนี้ของลิงนี่แหละ มาใส่เป็นชื่อ Forest (ป่า) เมื่อมีลิงก็ต้องมีป่า ป่าอาจจะใหญ่ไปสำหรับลิงน้อยๆของผม และดูเหมือนว่ามันจะออกเสียงยาก ไปนิดหน่อย MonkeyForest มันออกจะเป็นแนวสารคดีเกินไป ก็เลยเปลี่ยนคำว่า Forest (ป่า) มาเป็น Grove [...]
แทบจะไม่เชื่อตัวเองเลยว่า ปัจจุบันกิจกรรมยามว่างของผมคือการนั่งพิมพ์บล็อก เพราะแต่ก่อนนี้ผมไม่ค่อยได้สนใจและ มองคนที่เขียนไดอารี่หรือบล็อกด้วยอคติด้วยซ้ำ แต่ทุกวันนี้การเขียนบล็อกกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในชีวิตผมไปเสียแลัว อาจจะเป็นอย่างที่โบราณว่าไว้ “เกลียดอะไรก็จะได้อย่างนั้น” แต่ก็ผิดไปนิดหนึ่งก็คือมันเปลี่ยนจากมุมมองด้านลบๆ มาเป็นบวกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะถ้าผมไม่ชอบ ผมคงไม่สามารถนั่งพิมพ์บล็อกทุกวันได้อย่างนี้หรอก แต่ก่อนนั้น… เมื่อหลายปีก่อน ผมเห็นเพื่อนที่ร่วมเรียนด้วยกันเขียนบล็อก ผมเองมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลามาก ทำไมผมต้องมานั่งเสียเวลาเล่าเรื่องตัวเองให้คนอื่นอ่านด้วย มันไม่จำเป็นเลย ซึ่งผ่านไป 4-5 ปีผมก็ยังมีมุมมองนี้อยู่ดี แต่ไม่นานนักเมื่อชีวิตผมเปลี่ยน ตั้งแต่ชีวิตที่ได้เปลี่ยนไป… ผมเคยเป็นพนักงานบริษัทเหมือนกับชาวบ้านที่เขาเป็นกัน ชีวิตนั้นก็สุขสบายดีอยู่แล้ว ขาดอย่างเดียวคือการสนองตอบความสามารถในตัวผม ผมเองคิดว่าผมทำอะไรได้มากกว่านั้น ความสามารถผมมากกว่านั้น จึงตัดสินใจลาออกมาทำกิจการเล็กๆที่ใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ และคิดได้เต็มที่ ฝันได้เต็มที่ เจ็บได้เต็มที่ มันน่าสนุกถ้าผมจะทำอะไรที่อยากทำในขณะที่ยังจะพอทำอะไรได้อยู่ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของผม การประกอบกิจการส่วนตัวนั้นจำเป็นต้องลงแรงทุกอย่างที่มี ทักษะที่เคยสั่งสมมาแต่ไม่เคยคิดจะใช้ทำมาหากิน นั่นคือทักษะการทำเว็บไซต์ แต่ก่อนไม่เคยคิดจะทำเว็บไซต์เพราะยุ่งยาก แต่ทุกวันนี้ก็ต้องมานั่งทำเพราะความจำเป็นและก็กลับชอบขึ้นมาอีกด้วย และการเขียนบล็อกก็ก้าวเข้ามา ณ จุดนั้น ในจุดที่ผมจำเป็นต้องเขียนบทความเผื่อโปรโมตเกี่ยวกับกิจการของผมให้คนอื่นได้รับทราบ และจากการพิมพ์บล็อก (เขียนบล็อก) เพื่อการโฆษณา ปัจจุบันมันกลายเป็นงานอดิเรกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมกลับสนุกที่ได้บันทึก ได้เรียบเรียง ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ผมได้รับมา ผมรู้สึกดีเมื่อรู้ว่าตัวเองได้พัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ดีขึ้น จากความเห็นบางส่วนของผู้ที่มาตอบ สำหรับตอนนี้ผมก็คงจะเล่าไปถึงแค่ทำไมมันถึงกลายมาเป็นกิจกรรมยามว่างของผมได้ และคิดว่าคงจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ วิธีการ เกี่ยวกับบล็อกเพิ่มขึ้นด้วยครับ [...]