| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
สิ่งที่ผมดูก่อนทันทีหลังกลับจากหนีน้ำท่วม นั่นก็คือต้นไม้ครับ สำหรับต้นไม้ที่ผมคาดหวังไว้คราวนี้คือกระบองเพชรครับ สำหรับบอนสีนั้นงอกงามอย่างไม่ต้องห่วง เพราะก่อนออกนั้นได้ทำการผสมดินปลูกให้มันใหม่ ปัจจุบันก็แทงใบงอกงามดีอย่างที่คิดไว้ไม่มีปัญหาอะไรให้ห่วงเพราะบอนสีนั้นโตง่ายตายยากอยู่แล้ว กลับมาที่ต้นไม้ที่เหมือนจะทนอย่างกระบองเพชร มีเรื่องให้ผมประหลาดใจอยู่หลายเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงของกระบองเพชร เมื่อเทียบกับบอนสีแล้วคิดว่ามากกว่ากันอยู่มาก ซึ่งเมื่อเกิดสิ่งที่ผิดความคาดหมาย นั่นอาจจะเกิดความรู้สึกตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม ซึ่งตามไปอ่านได้ที่บล็อกกระบองเพชรได้เลยครับ ในตอน “ ความเปลี่ยนแปลง หลังกลับมาจากหนีน้ำ ” สวัสดี
พอดีมีผู้เยี่ยมชม ถามมานะครับว่า แล้วแหล่งกระถางดินเผาปากเกร็ดเีนี่ยมันอยู่ตรงไหนของปากเกร็ด วันนี้ผมมีแผนที่แนบมาให้ดูกันครับ นี่คือถนนที่ผมวนไปดูและซื้อกระถางดินเผาครับ เป็นถนนที่ อยู่เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถแวะไปเที่ยวเกาะเกร็ดได้เหมือนกันครับ พออยู่ใกล้ๆกันมาก ร้านขายกระถางดินเผา หรือเครื่องปั้นดินเผา ถนนเส้นนี้มีให้เลือกหลายร้านเลยครับ ถูกใจร้านไหนก็แวะดูได้เลย ผมเองไม่เคยเข้าทุกร้านหรอกครับ เพราะไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ ถ้าเจอที่อยากได้ก็แวะซื้อเลยครับ แต่ถ้ามีเวลาก็อาจจะเข้าไปดูแต่ละร้านว่ามีของแตกต่างกันมากน้อยเพียงไรแล้วค่อยเอามาพิมพ์บอกกันอีกทีครับ ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น สรุปแล้วปากเกร็ดก็เป็นแหล่งที่คนกรุงเทพสามารถเลือกซื้อกระถางดินเผาได้โดยเดินทางไม่ไกลนักครับ ถ้าเทียบกับแหล่งกระถางดินเผาอื่นๆ หรือถ้าใครคิดว่าไกลก็สามารถซื้อตามร้านขายต้นไม้หรือกระถางแถวบ้านก็ได้ครับ
จะว่าหนีน้ำท่วมก็คงจะบอกได้ไม่เต็มที่นัก เพราะในความจริงแล้วน้ำยังไม่ท่วมบ้านผมครับ แค่มาล้อมๆไว้เฉยๆ ปัจจุบันผมตัดสินใจกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ผมออกจากบ้านไปพักอยู่ในหลายๆสถานที่ รวม 23 วัน เป็นช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะผมไม่ได้ไปอยู่อย่างลำบากมากนัก ในทางกลับกันออกจะสบายมากๆด้วยซ้ำ จริงๆแล้วควรจะเรียกว่า การหนีไปเที่ยว มากกว่าการหนีน้ำท่วม… ผมกลับมาที่บ้านครั้งนี้ผมความเปลี่ยนแปลงมากมายต้นไม้ของผมเปลี่ยนแปลง บ้างก็ตาย แต่ส่วนใหญ่มักจะโต และสร้างความประหลาดใจให้กับผมอย่างมากมาย ผมคงใช้เวลาช่วงแรกๆในการดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้ และใช้เวลาต่อจากนั้นในการเรียบเรียงเรื่องราวมากมายที่ผมได้พบและเจอมาในช่วงน้ำท่วมนี้ สวัสดี
ตอนนี้เนื่องจากเกิดอุทกภัยโดยทั่วไปในประเทศโดยเฉพาะภาคกลางและกำลังหนักหน่วงอยู่ที่กรุงเทพ ทำให้ผมได้หนีน้ำออกจากบ้านมาพักใหญ่ๆแล้วครับ ที่หนีออกมาก่อนน้ำมานั้นเพราะได้ประสบการณ์จากคนรอบข้างและครอบครัวที่เผชิญกับน้ำท่วมโดยตรงครับ บ้างก็อยู่ดอนเมือง บ้างก็ลำลูกกา หนีน้ำกันมาตั้งแต่ระยะแค่ข้อเท้า จนกระทั่งน้ำมิดหัวก็มีกันมาให้เห็น ที่บอกนี่ญาติสนิทเลยนะครับ นี่แหละที่ทำให้ผมและครอบครัวออกมากันก่อนที่น้ำจะมา ไม่งั้นคงจะโกลาหลและลำบากอย่างแน่นอน สุดท้ายก็ออกมาท่องเที่ยวไปในตัวระหกระเหินไปในที่ต่างๆหลายที่ ผมเองแยกกับครอบครัวไปเก็บเรื่องราวและถ่ายรูปตามที่ต่างๆมากมาย จนตอนนี้ก็กลับมารวมกับครอบครัวอีกครั้ง น้ำก็ยังมาไม่ถึงบ้านสักที สำหรับตอนนี้คงจะไม่สะดวกนะที่ต้องพิมพ์เรื่องราวมากมายที่อยู่ในหัวออกมาเพราะอยู่ในระหว่างหนีน้ำท่องเที่ยว (อีกแล้ว) เอาเป็นว่าหลังน้ำลดคงมีเรื่องให้พิมพ์กันเยอะแน่นอน ขอให้ทุกคนดูแลตนเองและครอบครัวของท่านด้วยนะครับ และถ้าอยากดูแลคนอื่นด้วยตอนนี้ก็สามารถเป็นจิตอาสาไปช่วยตามที่ถนัดได้เลยครับ ขอให้โชคดี สวัสดี
สวัสดีครับ ผมในสถานการณ์น้ำท่วมอย่างนี้ และกำลังจะจ่อเข้ากรุงเทพฯ แบบนี้ การนั่งดูทีวีเฉยๆอัพเดทข่าวสารนั้นคงจะไม่ทันอย่างแน่นอน ดังนั้นควรใช้เวลาวางแผนไว้ครับ ช่วงนี้ผมเริ่มได้ยินข่าวใกล้ตัว ที่กำลังประสบผลกระทบของน้ำท่วมครั้งนี้มากขึ้น มีคนรู้จักที่หนีไม่ทันเพราะคิดว่าน้ำไม่น่าจะสูงไวขนาดที่คิด แต่เมื่อคิดจะหนี น้ำก็สูงเกินเอารถลุยไปแล้ว… หรือญาติใกล้ๆที่ติดอยู่ที่ดอนเมือง เพราะเขาเลือกที่จะอยู่ ซึ่งสำหรับเวลานี้ ดอนเมืองน่าจะไม่รอดแล้วเพราะระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆครับ ผมกำลังคิดว่าถ้าน้ำมาจริง เราจะอยู่ได้นานขนาดไหน และเราจะเจออะไรบ้าง ก่อนเตรียมตัวให้่เตรียมใจ! หลายคนนั้น ไม่คิดว่าน้ำจะท่วมบ้าน สังเกตุได้จากการสัมภาษณ์ แต่ละคนพูดว่า ” ไม่คิดว่าน้ำจะมาเยอะและเร็วขนาดนี้ ” ปัญหาของคนตอนนี้คือไม่คิด ซึ่งการไม่คิดนี่เหมือนการไม่ได้เตรียมใจ เมื่อไม่ได้เตรียมใจก็ไม่ได้เตรียมตัว เกิดผลตามมาคือความโกลาหล ความวุ่นวายในสถานการณ์ทั้งในระดับส่วนตัว ระดับครอบครัว ระดับชุมชน แน่นอนว่าอ่านถึงตรงนี้แล้วหลายคนก็คงจะเตรียมใจกันไว้แล้วนะครับ เตรียมใจเตรียมอย่างไร? ถ้าเตรียมใจแล้ว ตัวก็จะตามมาเอง ดังนั้นเรามาเตรียมใจกันก่อน เตรียมใจในความหมายของผมนั้นไม่ใช่จะท่วมก็ท่วมเถอะอะไรประมาณนี้ คนแบบผมจะไม่คิดแบบนี้และไม่อยากให้ทุกคนคิดแบบนี้เพราะนั่นคือความชะล่าใจนั่นเอง เอาง่ายๆว่าประมาทนั่นเองครับ แต่การคิดว่าจะท่วมก็ท่วมเถอะนั้นเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ควรจะหยุดแค่นั้น เราควรจำลองสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในทุกๆโอกาส และในสถานการณ์เช่นนี้ให้คิดว่าทุกอย่างจะเลวร้ายที่สุด (worst case ) เช่นน้ำท่วมแล้วอาหารจะหมด น้ำจะเริ่มเน่า น้ำไฟจะโดนตัด สัตว์มีพิษจะเข้ามา คนซึ่งไม่หวังดีอาจจะมาเยี่ยม เราจะรับกับสถานการณ์เช่นนั้นอย่างไร case [...]