| QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review | © blog.monkiezgrove.com |
วันนี้เขาว่ามีจันทรุปราคาครับ ซึ่งปกติผมเองก็ไม่ได้สนใจสักเท่าไหร่หรอก แต่คราวนี้ด้วยความบังเอิญนิดหน่อยความสนใจก็เลยเพิ่มขึ้นนั่นเอง เนื่องจากวันนี้มีจันทรุปราคาหลายคนก็เลยสนใจ ออกมาดูกัน (ในซอยหมู่บ้านเด็กๆเยอะมาก เลยได้ยินเสียงเจื้อยแจ้ว เป็นสัญญาณ) ผมก็แอบสงสัย ก็เลยออกไปดูเสียบ้าง ไหนๆก็ดูแล้วก็เลยถ่ายรูปไว้ด้วยเลย ถ่ายรูปไปถ่ายรูปมาชักจะติดใจดูพระจันทร์ จริงๆก็ชอบตรงได้ถ่ายรูปจันทรุปราคานี่แหละ เห็นตั้งแต่มันมีเงาดำๆไปพาดดวงจันทร์ จนกระทั่งคลุมไปทั้งดวง ก็ต้อง พับกล้องเก็บขอลาไปก่อน เพราะถ่ายไปก็ต้องขยับตัวไปด้วยเนื่องจากยุงเยอะมากๆ สรุปคือ เป็นการดูจันทรุปราคาที่ลำบากนิดหน่อย ถ้าได้นอนดูบนเขาเย็นๆก็คงจะดีนะ สำหรับช่วงนี้มักจะได้ยินข่าวเพื่อนฝูงไปเที่ยวภู เที่ยวดอยก็แอบอิจฉาอยู่เล็กๆ หวังว่าจะได้ไปบ้างเมื่อถึงโอกาสอันสมควร ลากันไปด้วยภาพจันทรุปราคาที่ถ่ายมา สวัสดี
ช่วงสิ้นปีแบบนี้อากาศมักจะแปรปรวนพอสมควร คนที่แพ้อากาศหนาวๆ ร้อนๆอย่างผมก็ลำบากอยู่บ้าง เพราะการเป็นหวัดเนี่ยมันทำให้เงยหน้าทำงานลำบาก ถ้าคิดถึงอากาศหนาวท้ายปีนี่ ผมกำลังคิดย้อนไปถึงปีที่แล้ว ซึ่งหนาวมาก ถึงมากที่สุด ผมจำบรรยากาศ ขณะที่ตัวเองยืนอยู่บนสะพานลอยที่ ม เกษตร ประตูงามวงศ์วานหนึ่งได้ มันเป็นสะพานลอยโล่งๆ มองเห็นได้รอบ แทบจะไม่มีคนเดินอยู่เลย และสัมผัสความหนาวเย็น จากลมที่พัดมาได้รอบเหมือนกัน แน่นอนว่าถ้าผมอยู่สูงกว่านั้นก็คงหนาวกว่านั้น แต่ ณ ขณะนั้นเท่านั้น ที่เป็นภาพความหนาวของปีที่แล้วที่ผมจำได้ ปีนี้เขาว่าเริ่มหนาวกันแล้วในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งคล้ายๆจะเป็นภัยหนาวเสียด้วยซ้ำ หรือเรียกอีกอย่างว่าหนาวเกินร่างกายจะทนไหวนั่นแหละนะ ซึ่งความหนาวระดับที่เรียกว่าภัยหนาวนี่ก็สามารถพรากชีวิตเราไปกันได้ง่ายๆเลย ผมเองไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลสักเท่าไรนักในช่วงหน้าหนาว หรือปีใหม่ อย่างมากก็เขาใหญ่ ในขณะที่ผู้คนต่างแห่กันไปสัมผัสความหนาวกันที่ทางเหนือ เช่นเชียงใหม่ เชียงราย อะไรประมาณนี้ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากไปหรอกนะ แต่ไม่ค่อยชอบไปแบบคนเยอะๆ ชอบแบบโล่งๆเย็นๆ แบบอยู่คนเดียว หรือกลุ่มเดียว ในเขาอะไรประมาณนี้ ซึ่งเขาใหญ่ตอนนี้ก็ดูจะเป็นที่นิยมกันมากทีเดียว ที่พักที่เป็นส่วนตัวขนาดที่ผมจินตนาการไว้ก็อาจจะหายากกันหน่อย ซึ่งข้อจำกัดก็น่าจะขึ้นอยู่กับทรัพยากรของผู้ท่องเที่ยวละนะ หวังว่าปีนี้ผมคงจะได้ไปเที่ยวรับลมหนาวสักที่ แล้วจะเก็บเอามาเล่าให้อ่านกันครับ สวัสดี
วันก่อนได้ทดลองเล่นเกม เกมหนึ่งครับ เป็นเกมที่เ้พื่อนผมออกแบบและทำไว้ และให้ผมได้มาทดลองเล่นดู ชื่อเกมคือ Space Lolipop น่าจะแปลว่า อมยิ้มอวกาศ นะ การทำเกมสักเกมเนี่ย การจะออกหรือคลอดออกมาได้ คงไม่ง่ายนัก เพราะต้องใช้เวลารวมทีมกันพอสมควรเลย เนื่องจากโปรแกรมเมอร์ มักจะทำภาพไม่ค่อยเป็นหรือไม่ถนัดนัก คนทำกราฟฟิคก็ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องการเขียนโปรแกรมสักเท่าไหร่ ไหนจะต้องหาคนคิดเกมอีก การจะทำเกมดีๆ คนเดียวถือว่าลำบากเหมือนกัน และกว่าจะรวมทีมได้นี่ลำบากพอดูเลย ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยทำเกมครับ จริงๆก็เกือบลืมไปแล้วเพราะผ่านมานาน พอมาเห็นเกมของเพื่อนก็เลยนึกได้ เมื่อก่อนสมัยทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ก็ทำหน้าที่ออกแบบเกมและกราฟฟิค + อนิเมชั่นนี่แหละนะ พอมานึกๆ แล้วก็คิดถึงจริงๆ …Space Lolipop กลับมาที่เรื่องของ Space Lolipop เป็นเกมเดินตะลุยด่านครับ จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำลงเครื่องอะไร แต่คุ้นๆว่าน่าจะเป็นพวก smart phone นะ แต่ตัวเกมนี้เขาเอามาใช้ทดสอบครับ ก็เลยมีให้ผมได้ลองเล่นในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ซะนี่ มาถึงตัวเกมนะครับ เป็นรูปแบบเกมเดินยิงครับ ตัวเอกจะเป็นเด็กผู้หญิงที่ชื่อ sugar ขับหุ่น candy ครับ โดยตีมของเกมส์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นขนมหวานของหวานตะลุยอวกาศครับ อาวุธของตัวเอกก็จะเป็นพวกของหวานที่ประยุกต์มาเป็นอาวุธครับ ตรงนี้ออกแบบได้ดีทีเดียวเชียว แถมยังเป็นเกมเดินยิงที่เปลี่ยนอาวุธอย่างอิสระได้ด้วยนะ [...]
ส่วนใหญ่เวลาที่ผมจะสร้างผลงานสักชิ้น นอกจากจะคิดว่าจะทำอะไรแล้ว ยังต้องคิดหนักเรื่องชื่ออีกต่างหาก มันอาจจะเป็นคำสั้นๆดูง่ายๆ แต่ปัญหาคือเราจะได้คำนั้นมาได้อย่างไร เหมือนพ่อแม่ที่หาชื่อลูกมาสารพัดชื่อเท่าที่จะคิดจะหา หรือเพื่อความเข้ากันได้ แน่นอนว่าคือการตั้งชื่อเหมือนกัน ชื่อของผลงานสามารถตั้งได้ทั้งก่อนสร้างผลงาน หรือหลังสร้างผลงาน และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เหมือนกันกับการตั้งชื่อคน เพราะชื่อคนก็เปลี่ยนแปลงได้เหมือนกัน แต่มีสิ่งที่ต่างกันมากมาย เพราะนี่คือผลงานชิ้นหนึ่ง สิ่งที่ต่างออกไป.. แต่สิ่งที่ต่างออกไปนั่นคือชื่อของผลงานจะสื่อถึงผลงานทันที ที่ถูกตั้ง การเข้ากันได้ของชื่อกับผลงาน การดึงดูดของชื่อผลงาน ความลึกลับและความน่าสนใจของชื่อผลงาน ทุกอย่างมีความสอดคล้องกับผลงานชิ้นนั้นๆเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราอาจจะเคยเห็นผลงานภาพวาดที่ชื่อไม่เข้ากับสิ่งที่เห็น แต่พอได้ยินผู้สร้างอธิบายแนวคิดแล้วจึงได้เข้าใจว่า ชื่อนั้นสัมพันธ์กับสิ่งที่มันเป็น หรือแรงบัลดาลใจที่ซ่อนอยู่ในภาพนั้นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่เจอกันบ่อยๆ กลับมาถึงภาพวาดของผม กับชื่อที่นั่งคิดนอนคิดก็คิดไม่ออก หลายครั้งที่ผมได้ภาพก่อนที่จะได้ชื่อ ประมาณว่าวาดเสร็จไปแล้วเพิ่งจะได้ชื่อก็มี บางภาพก็มาจากชื่อหรือคำเพียงแค่คำเดียว ไม่มีกฏตายตัวว่าอะไรต้องมาก่อนหลัง และมันก็ไม่ได้สำคัญสำหรับผมด้วยเพราะสิ่งที่สำคัญคือผลงานที่เกิดขึ้น เพราะว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับ สิ่งที่โผล่มาตอนแรกไม่ว่าจะชื่อหรือผลงาน นั่นคือแนวความคิด ซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสมอง เป็นก้อนความรู้สึกและจินตนาการที่คอยส่งพลังให้ผู้สร้างผลงานอย่างผมรู้ว่าผมควรจะสร้างอะไร แต่ปัญหาก็คงจะมี ถ้าภาพวาดของผมไม่มีชื่อ หรือไม่มีชื่อที่ดีพอสำหรับผลงานที่ผมตั้งใจสร้างขึ้นมา ซึ่งบางครั้งผมใช้เวลาเกิน 24 ชั่วโมงในการคิดถึงเรื่องๆนี้ ค้นหาคำที่เกี่ยวข้องมาผูกโยง ใส่ความหมายเพิ่มเติม เพิ่มเนื้อเรื่องเข้าไป สิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยสร้างชื่อที่มีความเหมาะสมกับผลงานมากขึ้น แต่อาจจะไม่ถูกใจก็ได้ ดังนั้นผลงานหลายชิ้นจึงถูกดองไว้สักพักก่อนที่ผมจะเผยแพร่นั่นเอง การตั้งชื่อที่ให้ความรู้สึกเหมาะสมกับผลงาน เป็นอีกหนึ่งความสมบูรณ์ที่ผู้สร้างควรจะใส่ใจ เพราะชื่อของผลงาน [...]
แม้ว่าผมจะกลับบ้านมาสักพักแล้วก็ตาม แต่งานที่วางไว้นั้นก็ยังไม่สามารถทำให้เหมือนที่วางแผนไว้ก่อนหน้าที่น้ำจะท่วมได้ เพราะปกติแล้วจะวางแผนงานที่ต้่องทำตามเวลาครับ ทีนี้พอหนีน้ำท่วมไปเที่ยว ก็เลยทำให้ตารางงานที่ต้องทำช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน ต้องเลื่อนๆมาทบๆเอาต้นธันวาคม นี่แหละนะ ซึ่งตอนนี้ก็ต้องไล่ตามทำงานเก่าๆที่วางแผนเอาไว้อีก … แต่สิ่งที่ยากไม่ใช่เรื่องทำ แต่เป็นเรื่องเริ่มต้นทำ เพราะห่างหายไปนานมาก งานบางประเภทถึงกับลืมไปเลยว่าทำอะไรยังไงก่อนหลัง ส่วนงานที่ถนัดๆแล้วก็ทำไปได้เป็นปกติแต่ก็ติดเป็นคอขวดเพราะงานที่ไม่คุ้นมักจะทำให้ติดๆขัดๆนั่นเอง นั่นคือเหตุที่งานที่วางโครงการไว้ไม่เป็นไปตามแผน เพราะผมเองไม่ทำตามเวลาที่แผนวางไว้นั่นเอง สุดท้ายก็คงต้องหมกๆ บางงานและทิ้งบางโครงการที่ไม่จำเป็นไปบ้าง เพื่อรักษาสมดุลชีวิต สวัสดี