QUICK LINK : Homepage | Share | Postcard Review © blog.monkiezgrove.com
Dinh Blog
MonkiezGrove Card & ArtworkMonkiezGrove CartoonDinh Airawanwat Official WebsiteDinp Art PortfolioDinp Photo Network
Middle Bar
  Link to Facebook Link to Twitter Link to Youtube Dinh Blog Feed Hotmail Gmail Yahoo mail
Custom Search
 
 

Bottom Line

 

 

กำแพงกระจก กำแพงกระจก

ก่อนที่จะพิมพ์ตอนนี้ ย้อนนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมลังเล ว่าจะเล่า หรือไม่เล่าดี และเล่าอย่างไร จบอย่างไรดี เป็นเรื่องที่ทำให้นึกอะไร อะไร..ในใจ ได้มากมายเหลือเกิน…

วันนี้ผมก็ไปอ่านหนังสือที่มหาวิทยาลัยเหมือนเคย เหมือนหลายๆวันที่ผ่านมา ผมสามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากความขี้เกียจต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวผมในแต่ละวันได้ ด้วยการเปลี่ยนที่…

หลังจากเวลาผ่านไปจากเที่ยงวัน จนตกเย็น และหลังจากที่อ่านและลองทำโจทย์ต่างๆเสร็จไปบ้างผมและเพื่อนๆก็แยกย้ายกลับบ้าน ระหว่างที่เดินไปที่อาคารจอดรถ เพื่อที่จะไปเอารถที่จอดอยู่กลับบ้านไปด้วย ก็บังเอิญว่าเจอนกตัวหนึ่งอยู่ในอาคารจอดรถ ซึ่งด้านในจะเหมือนพื้นที่ให้เช่าและกั้นด้วยกระจกเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่กำแพงก็เป็นกระจก

ผมมองนกตัวนั้น มันพยายามอย่างมากที่จะบินออกจากอาคารแห่งนี้ แต่สิ่งที่มันทำคือบินชนกระจก ครั้งแล้วครั้งเล่า ผมยืนดูมันอยู่พักหนึ่ง ก็สังเกตุเห็นว่าปากมันแปลกๆ นกปกติคงจะไม่อ้าปากแน่ๆ แต่นกตัวนี้เวลายืนเฉยๆมันอ้าปาก ผมเลยเดาๆเอาว่ามันน่าจะเจ็บจากการที่บินไปกระแทกกระจกนับครั้งไม่ถ้วน ผมไม่รู้ว่าก่อนที่ผมจะเห็น มันอยู่ตรงนี้นานเท่าไหร่แล้ว แต่ก็คิดในใจว่าถ้าผมเดินเข้าไปตามที่คิดว่าอยากจะช่วยมัน มันก็คงจะบินหนีซึ่งก็คงจะไปชนกับกระจกอีกแน่ ซึ่งอาจจะทำให้มันเจ็บหนักขึ้น

เสียงนกที่ร้องอย่างผิดปกติ เหมือนเรียกร้องอิสระที่เคยเป็นของมัน ตอนนี้มันเหมือนติดอยู่ในอะไรก็ไม่รู้ เห็นต้นไม้ เห็นฟ้า อยู่ข้างหน้า แต่พยายามไปเท่าไหร่ก็ชนอะไรก็ไม่รู้ เหมือนกำแพงอากาศที่มันไม่สามารถข้ามไปได้ กระจกของอาคารจอดรถคงจะใสมากทีเดียว จนเห็นอิสระได้ชัดเจนเกินไป แต่ในความใสก็ทำให้มันไม่เห็นกระจกเลย ทำให้นกน้อยๆตัวนั้น ชนกระจกครั้งแล้วครั้งเล่า

มาถึงตอนนี้ผมแยกกับเพื่อนที่มาอ่านหนังสือด้วยกัน โดยที่ผมตัดสินใจว่าจะไม่ทำอะไร เพราะกลัวว่าทำไปจะแย่กว่าเดิม ในระหว่างที่เดินหันหลังมาผมได้ยินเสียงน้องๆผู้หญิงเดินมาและพูดถึงนกตัวนั้น ทำให้ผมเดินออกไปได้อย่างสบายใจขึ้นนิดหน่อย ผมเดินไปหาห้องน้ำและพบว่ามันปิด ก็เลยเดินขึ้นไปอีกชั้นในอาคารจอดรถก็พบว่ามันปิดอีกเช่นกัน เลยเดินลงบันไดมายืนอยู่ที่เดิม

ข้างหน้าผมคือนกตัวหนึ่งที่สับสนในทิศทาง มันเริ่มออกอาการเมาๆ ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ยืนดูมักสักพัก เสียงร้องของมันทำให้ผมรู้สึกผิดที่เดินหันหลังให้มัน จึงเดินไปด้วยความคิดว่า มันคงเพลียและผมจะจับมันง่ายขึ้น…

แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น มันไม่ได้เพลียขนาดที่ผมจะจับมันได้ และมันก็บินหนีผมไปตามที่ผมคิด แต่ทิศทางที่มันบินหนีกลับเข้าลึกไปในตัวอาคารเข้าไปอีก…

ผมเดินตามมันไป ระหว่างทางพบเพื่อนที่เพิ่งแยกกันไป ดูเหมือนเขาจะไปทำธุระที่ธนาคารและพึ่งจะเสร็จ ผมกับเขาเดินไปทางที่มีนกตัวหนึ่งยืนงงๆอยู่ ผมบอกเขาว่า ผมพยายามจะจับมันเพราะมันดูแย่เต็มที เขาเสนอความคิดว่าน่าจะมีพวกตาข่ายจับมัน

การจับนกนั้นไม่ง่ายเลย ถ้าจับนกด้วยมือเปล่าได้ เมนูอาหารที่เป็นนกก็คงเพิ่มมากกว่านี้เป็นแน่ แต่การจับนกนั้นก็ต้องมีอุปกรณ์ช่วยด้วย มันถึงจะสำเร็จโดยง่าย ระหว่างที่เดินคิดและระหว่างที่มันพยายามจะบินให้ห่างผมไปนั้นก็เดินไปเจอห้องน้ำพอดี ห้องน้ำนี้อยู่ใกล้กับทางออกของอาคารอีกฝั่งหนึ่ง ผมที่ซึ่งยังคิดไม่ออกว่าจะหาอะไรมาจับมันดี ก็คิดว่าไปเข้าห้องน้ำก่อนก็น่าจะดี

ระหว่างที่เข้าห้องน้ำไปก็หันไปดู ก็เห็นว่านกน้อยๆตัวนั้นกำลังบินไปที่ทางออก ซึ่งทางออกนั้นเป็นทางเล่นระดับ ซึ่งต้องเดินลงไปและ เดินขึ้น เพื่อออกไปยังอิสระ แต่แน่นอนว่าเรามีการประดับที่สวยงาม ห้องที่อยู่ด้านล่างก่อนจะพบอิสระนั้นเต็มไปด้วยกำแพงกระจกซึ่งหลอกไว้ด้วยธรรมชาติด้านนอก ประตูเล็กๆที่เปิดอยู่นั้น มันใหญ่พอที่นกจะบินออกไปได้อย่างสบาย แต่ชัดเจนพอที่จะำทำให้มันแยกออกระหว่างทางออกและกระจก

ผมมองดูมันอยู่อย่างนั้น ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างช้าๆ ในระยะห่างแค่สายตามองเห็น ผมอยู่ห่างจากมันมากเพราะคิดว่าไม่อยากไปใกล้จนกดดันมัน แต่ความเครียดและสัญชาตญาณของมัน ทำให้มันต้องขยับและพยายามหลีกหนีออกไปให้เร็วที่สุด มันบินออกไปอีกครั้งและชนกระจกอีกครั้ง ความเร็วและความแรงก็เหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผลไม่เหมือนกัน

นกน้อยที่สะสมความเจ็บปวดและความอ่อนล้าแทบทนไม่ไหว กระเด็นออกมานานหงายขาชักสั่น ผมรีบเดินเข้าไปหามันทันที นี่คือโอกาสที่ผมจะได้พามันออกไปข้างนอก ผมรีบเดินไปจับมันมาไว้ในอุ้งมือ นกยังขยับตัวได้อยู่และพยายามดิ้น แต่ผมคงไม่ปล่อยไปง่ายๆ เพราะนี้คือโอกาสของมันด้วย ผมพามันออกไปด้านนอกอาคารซึ่งด้านหลังก็จะเป็น คลองรอบมหาวิทยาลัย และ ต้นไม้รอบรั้วซึ่งห่างจากถนนพอสมควร

นกเจ็บที่พอจะขยับได้บินออกจากมือของผมไปซุกยังพงหญ้า ผมเดินไปหามันอีกครั้งเพื่อที่จะพาไปให้ไกลๆกว่าเดิม แต่มันก็บินหนีไปเกาะเถาไม้เตี้ยๆ ซึ่งสูงระดับฟุตใกล้ๆ ผมเลิกที่จะสนใจมัน เพราะคิดว่ามันก็จะดีขึ้นแล้ว และมีแรงพอที่จะหนีผมด้วย หลังจากนี้ถ้ามันไม่เซ่อมาก ก็คงจะได้กลับบ้านไวๆ หรือถ้าพาร่างกายเจ็บๆไปบินเล่นแถวถนนก็อาจจะเสี่ยงที่จะเป็นนกแผ่นได้ ทั้งนี้ก็คงสุดแล้วแต่กรรมของมัน ซึ่งกรรมของผมและมันนั้นคงได้สิ้นสุดแค่นี้ ขอให้มีความสุข

หลังจากนั้นผมก็ลาเพื่อนกลับ ต่างคนต่างกลับบ้านไปอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบกันไป ระหว่างทางรถติดพอสมควร ผมนั่งนึกถึงเรื่องนี้ เรื่องที่ผ่านไปไม่นาน ผมจะเอามาเล่าดีไหม…

เรื่องของ กำแพงกระจก…
ในชีวิตของเรา เราเคยรู้บ้างไหมว่าอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร ภาพที่มองนั้นชัดเจน จนไม่เห็นปัญหา ผมคิดถึงนกตัวนั้นและย้อนไปนึกถึงตัวเอง มีบ้างไหมที่ผมเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และมีบ้างไหมที่คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนั้น เรามองเห็น เราคิดว่าเข้าใจ แต่ไม่เคยผ่านมันไปได้…

สวัสดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

มาร่วมแบ่งปันบทความนี้

หากคุณชอบบทความกำแพงกระจก คุณสามารถช่วยเผยแพร่ และแบ่งปันให้เพื่อนๆของคุณได้โดยการใช้เมนูต่างๆด้านบนของข้อความชุดนี้ หรือ นำลิ้งของบทความนี้ไปแบ่งปันก็ยังได้

Link :

Search In Dinh Blog ค้นหาภายในบล็อก

อาจจะมีเนื้อหาในบทความอื่นที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกับ กำแพงกระจก ซึ่งอาจจะอยู่ในหมวดหมู่ ชีวิตประจำวัน หรืออื่นๆอีกในบล็อกแห่งนี้ก็เป็นได้ ลอง ค้นหา ดูกันก่อนเลยครับ

Custom Search

 

Tags: , , , , , , ,

Alert ข้อควรรู้ในบล็อก

  • บทความ" กำแพงกระจก " ในบล็อกเป็นบทความที่มีลิขสิทธิ์ ห้ามนำไปใช้ในเชิงพานิชย์ หรือนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
  • หากใช้บทความ " กำแพงกระจก " ในบล็อกต้องอ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจน ในกรณีเว็ปไซต์ให้ ใส่ลิ้งกลับมาที่ http://blog.monkiezgrove.com ด้วย
  • ภาพทุกภาพในกำแพงกระจกที่มี Watermark " DinhBlog " นั้นหมายถึงภาพที่เป็นลิขสิทธิ์ห้ามแอบอ้างในความเป็นเจ้าของหรือนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
  • หากใช้ภาพในบล็อก ต้องอ้างอิงแหล่งที่มาให้ชัดเจน ในกรณีเว็ปไซต์ให้ ใส่ลิ้งกลับมาที่ http://blog.monkiezgrove.com ด้วย
  • ยินดีให้ใช้บทความและรูปภาพทั้งหมดในบทความกำแพงกระจก http://blog.monkiezgrove.com ในการอ้างอิงสำหรับการศึกษา ซึ่งสามารถนำไปใช้โดยไม่ต้องขออนุญาต
  • บล็อกแห่งนี้เป็นเพียงบล็อกที่เล่าเรื่องทั่วไปเท่านั้น

Tips ข้อแนะนำสำหรับการให้ความคิดเห็น

  • เราให้อิสระในการออกความคิดเห็นในบทความกำแพงกระจก
  • กรอกชื่อ,อีเมล์,และข้อความให้สมบูรณ์ สำหรับเว็ปไซต์นั้น ไม่จำเป็นต้องกรอก
  • ระบบจะมีการกรองข้อความก่อนข้อความปรากฏต่อสาธารณะสำหรับผู้ที่เคยให้ความเห็นเป็นครั้งแรก ดังนั้นถ้าเป็นการให้ความเห็นครั้งแรกของคุณอาจจะต้องรอนิดหน่อย
  • การพิมพ์ข้อความสั้นเกินไป อาจจะทำให้ระบบ (อัตโนมัติ) คำนวนไปว่าเป็นความคิดเห็นเชิง spam อาจจะทำให้ข้อความของท่านหายไปก็ได้
  • ระบบอาจจะกันข้่อความจำพวกโฆษนาหรือข้อความที่ซ่อนลิ้งไว้เป็น Spam ดังนั้นไม่แนะนำให้ใส่ลิ้งในความคิดเห็น
  • ไม่แนะนำให้ใช้ ช่องความคิดเห็นของบล็อก เป็นช่องทางการโฆษณาของท่าน เพราะเราจะไม่อนุญาตให้เผยแพร่
  • สำหรับผู้ทำเว็ปไซต์ที่ต้องการลิ้งหรือแลกลิ้งให้เข้าเมนู Neighbor Link รวมเวปไซด์เพื่อนบ้านและติดต่อแลกลิ้งเลยจะดีกว่าครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมบล็อกแห่งนี้ หวังว่าบทความกำแพงกระจกนี้ จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับท่านได้ ท่านสามารถฝากข้อความ ความคิดเห็น ข้อแนะนำ หรือคำติชม ไว้ในแบบฟอร์มด้านล่าง

 

สวัสดีผู้มาเยี่ยมชมทุกท่าน ! ,คุณสามารถฝากความคิดเห็นได้ในช่องด้านล่าง...

Name (required)
Email (required)