หนาวนี้..
หน้าหนาวปีนี้เป็นหนาวที่แปลกประหลาด จะมาก็มา จะไปก็ไป เป็นพักๆ ช่วงอาทิตย์ก่อนหน้านี้ร้อนมาก แต่พอเข้าอาทิตย์นี้ หนาวจนปากแห้่งตอนตื่นกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าตอนเช้าของหน้าหนาวมันก็ต้องทรมาณจิตใจมากกว่าหน้าร้อนอย่างแน่นอน เพราะการจะลุกจากเตียงแต่ละครั้ง ต้องใช้พลังใจมากมายทีเดียว ซึ่งโจทย์นี้มันก็คือความขี้เกียจของเรานั่นเอง หากว่าเป็นหน้าร้อน มันคงไม่น่านอนต่อเท่าไรนัก เพราะนอนไปมันก็ไม่สบายเท่าหน้าหนาว ซึ่งตอนนี้เราจะมีเขียนถึงการตื่นนอนในหน้าหนาวในมุมมองของผมกัน
โดยทั่วไปแล้วหากว่าไม่มีงานเข้ามาหรือเคลียงานได้ก่อนตารางที่วางไว้นั้น ผมก็จะตื่นประมาณ 9 โมงครับ ซึ่งเป็นเวลาที่สายมากๆทีเดียวสำหรับพนักงานทั่วไป แต่ก่อนสมัยที่ผมยังทำงานบริษัทอยู่นั้น ก็ตื่น 8.30 ซึ่งไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่มาหน้าหนาวนี้จาก 9 โมงก็จะเลื่อนออกไปเป็น 9 โมงครึ่ง 10 โมง 10.05 , 10.10 ,10.30 หรือยาวไป 11.00 หรือห้าโมงเช้าเลยก็ว่าได้ ซึ่งการที่ผมมาเขียนบลอคนี้เหมือนเป็นการบันทึกทบทวนและตอกย้ำตัวเองว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นและจะแก้ไขอย่างไร
ปัญหาคือความขี้เกียจ นั่นเองครับ แต่วิธีแก้ปัญหาคืออะไร มาดูกัน
1.ตั้งนาฬิกาปลุกให้ปลุกเช้าขึ้น และถี่ขึ้น วิธีนี้เคยใช้ได้ผลอยู่ช่วงหนึ่งครับ เป็นช่วงแรกๆที่ตัวผมยังไม่เคยชินกับการปลุกหลายๆครั้ง จนต้องลุกในท้ายที่สุด แต่ตอนนี้วิธีนี้ยังแำ้พ้ความขี้เกียจในหน้าหนาวอยู่ครับ
2. ตื่นมาซิทอัพ วิดพื้น ในทันที อันนี้เป็นเพียงจินตนาการเบื้องลึกของผมครับ แต่ถ้าทำได้พุงที่มีก็จะลดลงไปด้วย และการหายใจของผมจะดีขึ้นทำให้สมองใช้งานได้ดีกว่าเดิมแน่นอน วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมคิดจะใช้ครับ แต่ทำไมตอนเช้ามันลืมทุกที
3.ตื่นมานั่งสมาธิ วิธีนี้ยากมากครับ เพราะตอนเช้านั้นผมเปลี่ยนความคิดไปหน้ามือเป็นหลังมือ จากนั่งสมาธิ กลายเป็นนอนสมาธิกันเลยครับ จากสมาธิได้่สักพักก็หลับไปอีกทีทุกทีครับ การฝืนตัวให้ลุกขึ้นมานั่งได้นี่มันลำบากจริงๆในหน้าหนาว ขนาดว่าสมัยเด็กผมตื่นเช้าทุกวันนะนี่ แต่วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ผมอยากทำครับ เพราะรู้สึกว่าช่วงหลังนี่ตัวผมเองสมาธิสั้นลง การประมวลผลในหัวช้าลง เพราะความสับสนในการจัดลำดับขั้นตอนหรือเหตุการณ์ วิธีนี้ก็เป็นตัวเลือกในอุดมคติผมเลยทีเดียว
4.ออกไปวิ่ง แน่นอนครับ ไอเดียล้านปีวันนี้ได้เป็นจริงด้วยปัจจัยแล้ว นั่นคือผมมีร้องเท้าวิ่ง กางเกงวิ่ง และเสื้อสำหรับวิ่งที่ให้ทุกๆข้ออ้างนั้นหายไปหมดแล้ว แต่เรื่องที่ยากคือลุกออกไปวิ่งนี่แหละ ตัวผมเองยอมรับว่ายังประหม่าอยู่บ้างถ้าจะออกไปวิ่งแต่เช้า จริงๆก็ไม่มีใครสนใจหรอกครับ แต่อายไปเองเท่านั้นเอง วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่ดีครับ ได้ผลหลายอย่างด้วย แต่ดูท่าจะเป็นไปได้ลำบากสักหน่อยนะ
5.ลุกขึ้นไปอาบน้ำทันที อันนี้ได้ผลมากๆครับ ลองดูแล้วจะติดใจ ติดใจเสียจนเลิกล้มไปเลยทีเดียว จริงอยู่การอาบน้ำทำให้สดชื่นและเปลี่ยนบรรยากาศรอบๆตัวในพริบตาที่ผิวหนังแตะน้ำ แต่นั่นหมายความว่าเราต้องเตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างเฉียบพลัน ซึ่งวิธีนี้แรงจูงใจนั้น ต่ำมากๆครับ เป็นวิธีที่ได้ผลดี แต่ไม่คิดว่าจะทำได้
6.ลงไปกินข้าวเช้า เป็นวิธีที่เหมือนจะได้ผลครับ ผมสามารถลุกลงไปกินได้ แต่ปัญหาคือผมจะเดินขึ้นมานอนต่อ ซึ่งเคยเป็นเช่นนี้หลายครั้งทีเดียว เอาเป็นว่าวิธีนี้ไม่ช่วยให้ตื่นได้ แถมยังทำให้อ้วนด้วย
เอาคร่าวๆได้ 6 วิธีนะครับที่นี้ผมจะมาลองรวมวิธี สองวิธีเข้าด้วยกันเพื่อผลที่มากขึ้น อีกสักสองวิธี
1.ตื่นมาซิทอัพ วิดพื้นและไปอาบน้ำ วิธีนี้ดูจะได้ผลดีครับ เพราะตอบโจทย์กันเอง เหงื่อออกแล้วมันก็ต้องไปอาบน้ำสินะ และตื่นมาซิทอัพวิดพื้นดูจะง่ายกว่าตื่นมาไปอาบน้ำหรือวิ่งจริงนะเนี่ย
2.นั่งสมาธิแล้วออกไปวิ่ง วิธีนี้ดูจะเป็นไปได้ยากหน่อย แต่ในแง่ของผล ผมว่ามันดูดีที่สุดเชียวละ แถมตอนกลับจากวิ่งยังได้กลับมาอาบน้ำอีกด้วย ถือเป็นผลพลอยได้ที่น่าประทับใจ ซึ่งถ้าผ่าน 3 ขั้นตอนนี้แล้วคงจะไม่เกิดอาการง่วงตอนเช้าอีกแน่นอน แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันจะทำให้มีผลในการง่วงตอนบ่ายรึเปล่า..
*ปล. วิธีแก้ปัญหาข้างต้นยังไม่ได้ปฏิบัติจริง
แน่นอนครับวิธีทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ผมคิดเอาไว้รับมือกับความขี้เกียจของตัวเอง ซึ่งมันจะมีปริมาณทวีคูณทันทีเมื่อเจอกับความหนาวยามเช้า และนี่ก็คือโจทย์ที่ผมต้องแก้ในช่วงนี้ เพราะถ้าผมแก้ได้จะได้เวลาทำงานเพิ่มขึ้นมา 2-3 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว
สุดท้ายผมหวังว่าผมเองจะทำให้ได้สักทางครับ เพราะผมไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าไปกับการพักเพราะขี้เกียจ
สวัสดี
บทความที่เกี่ยวข้อง
Tags: morning, กินข้าวเช้า, ขี้เกียจ, ตื่น, ตื่นสาย, ตื่นเช้า, นอน, นั่งสมาธิตอนเช้า, พยายามตื่นเช้า, ฤดูหนาว, วิ่งตอนเช้า, หน้าหนาว, ออกกำลังกาย, ออกกำลังกายตอนเช้า, เช้า






Hi, Stranger! Leave Your Comment...